คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2561
ฎีกาที่ 6768/2561
หลักกฎหมาย
จำเลยที่ 5 ได้รับค่าจ้างขับรถจากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ครั้งแรก 25,000 บาท ครั้งที่สอง 50,000 บาท ค่าจ้างดังกล่าวเมื่อรวมกับค่าบัตรโดยสารเครื่องบินของจำเลยที่ 5 และที่ 6 อีกสองครั้งที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ชำระให้แล้ว จึงเป็นค่าจ้างที่สูงกว่าปกติสำหรับการรับจ้างขับรถยนต์ตามปกติทั่วไป จำเลยที่ 5 ให้การในชั้นสอบสวนหลังถูกจับเพียง 1 วัน โดยมีทนายความร่วมฟังการสอบสวนและลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องด้วย น่าเชื่อว่าจำเลยที่ 5 ให้การด้วยความสมัครใจตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้น จึงใช้ยันจำเลยที่ 5 ในชั้นพิจารณาได้ ซึ่งเมื่อพิจารณาบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนดังกล่าวแล้ว ก็ปรากฏว่าสอดคล้องกับที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การในชั้นจับกุม ตามพฤติการณ์ของจำเลยที่ 5 ดังกล่าว เชื่อว่าจำเลยที่ 5 ทราบว่าภายในรถยนต์ ยี่ห้อซันยอง มีเมทแอมเฟตามีนของกลางซุกซ่อนอยู่ก่อนที่จะรับจ้าง ขณะจำเลยที่ 5 ขับรถจากจังหวัดสมุทรสาครไปอำเภอหาดใหญ่ จำเลยที่ 5 จึงเป็นผู้ครอบครองเมทแอมเฟตามีนของกลาง การกระทำของจำเลยที่ 5 กับพวกจึงเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำ ถือว่าจำเลยที่ 5 เป็นตัวการร่วมกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหกตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 91 ริบเมทแอมเฟตามีน เฮโรอีน และไขควงของกลาง จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธ แต่ก่อนสืบพยาน จำเลยที่ 1 ขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม (2) (3) (ที่ถูก มาตรา 15 วรรคสาม (2) (3)), 66 วรรคสอง และวรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำเลยที่ 3 และที่ 4 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม (2) (ที่ถูก มาตรา 15 วรรคสาม (2) ), 66 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 ทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ลงโทษประหารชีวิตจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 คนละ 16 ปี และปรับคนละ 850,000 บาท จำเลยที่ 5 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 66 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม (2) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 จำคุกตลอดชีวิต และปรับ 5,000,000 บาท จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ คำให้การในชั้นสอบสวนและการนำสืบในชั้นพิจารณาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งสำหรับจำเลยที่ 1 และหนึ่งในสาม สำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) (ที่ถูก 52 (1) ด้วย), 53 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย คงจำคุกตลอดชีวิตจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ฐานร่วมกันมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายคงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 8 ปี และปรับ 425,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 10 ปี 8 เดือน และปรับ 566,666.68 บาท และจำคุกจำเลยที่ 5 มีกำหนด 33 ปี 4 เดือน และปรับ 3,333,333.33 บาท สำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 เมื่อลงโทษจำคุกตลอดชีวิตแล้ว จึงไม่อาจนำโทษจำคุกฐานอื่นมารวมได้ คงจำคุกตลอดชีวิตและปรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นเงิน 425,000 บาท และ 566,666.68 บาท ตามลำดับ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 ได้ไม่เกิน 2 ปี ริบของกลาง ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 6 โจทก์และจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า ฐานร่วมกันมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (3), 66 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 จำคุกคนละตลอดชีวิต และปรับคนละ 1,000,000 บาท ลดโทษให้จำเลยที่ 1 กึ่งหนึ่ง และจำเลยที่ 2 หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 แล้ว คงลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุก 25 ปี และปรับ 500,000 บาท และจำเลยที่ 2 จำคุก 33 ปี 4 เดือน และปรับ 666,666.66 บาท เมื่อรวมกับโทษจำคุกตลอดชีวิตและโทษปรับของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว คงจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตลอดชีวิต และปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 500,000 บาท ปรับจำเลยที่ 2 เป็นเงิน 666,666.66 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) จำเลยที่ 5 มีความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้ลงโทษประหารชีวิต ลดโทษให้จำเลยที่ 5 หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (1) จำคุกจำเลยที่ 5 ตลอดชีวิต ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังจำเลยที่ 1 และที่ 2 เกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 5 ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ 2 เป็นภริยาคนหนึ่งของจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 5 เป็นสามีจำเลยที่ 6 วันที่ 3 พฤษภาคม 2555 จำเลยที่ 1 และที่ 2 จ้างจำเลยที่ 5 ขับรถยนต์ ยี่ห้อซันยอง หมายเลขทะเบียน สท 4853 กรุงเทพมหานคร จากอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ไปไว้ที่จังหวัดสมุทรสาคร มีจำเลยที่ 6 เดินทางไปด้วย แล้วจำเลยที่ 5 และที่ 6 เดินทางกลับทางเครื่องบิน วันที่ 10 พฤษภาคม 2555 จำเลยที่ 1 และที่ 2 จ้างจำเลยที่ 5 ไปขับรถยนต์คันดังกล่าวที่จังหวัดสมุทรสาครเพื่อกลับมาที่อำเภอหาดใหญ่ โดยจำเลยที่ 1 ขับรถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ หมายเลขทะเบียน
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง