ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2544

ฎีกาที่ 6775/2544

หลักกฎหมาย

การกำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินให้แก่ผู้มีสิทธิจะได้รับเงินตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 มาตรา 21 วรรคหนึ่ง ให้คำนึงถึงราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดตามที่เป็นอยู่ในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกา ราคาที่มีการตีราคาไว้เพื่อประโยชน์แก่การเสียภาษีบำรุงท้องที่ ราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ประกอบกับสภาพและที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์นั้น พร้อมทั้งเหตุและวัตถุประสงค์ของการเวนคืนรวม 5 ข้อ ประกอบกัน มิใช่พิจารณาข้อใดข้อหนึ่งแต่เพียงข้อเดียวเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทั้งผู้ถูกเวนคืนและสังคม

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 182965 ตำบลคันนายาว อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 43 ตารางวา เมื่อปี 2536 ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนเพื่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 37 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ตอนแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 34 (บางพลี) บรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (วังน้อย) พ.ศ. 2536 จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว และเป็นผู้แทนของจำเลยที่ 1 ที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนเนื้อที่ 5.1 ตารางวา คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นฯกำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินของโจทก์ตารางวาละ 40,000 บาท รวมเป็นเงิน204,000 บาท เป็นราคาต่ำและไม่เป็นธรรม โจทก์อุทธรณ์ขอเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแล้วแต่รัฐมนตรีฯ ยังไม่วินิจฉัยอุทธรณ์ ที่ดินของโจทก์ที่ถูกเวนคืนติดถนนรามอินทราอยู่บริเวณด้านหน้าอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 1 คูหา โจทก์ใช้ประกอบธุรกิจการค้า บริเวณที่ถูกเวนคืนใช้เป็นที่จอดรถยนต์ของลูกค้า เมื่อไม่มีที่จอดรถยนต์ โจทก์ไม่สามารถประกอบการค้าได้ จึงขอเงินค่าทดแทนที่ดินตารางวาละ 170,000 บาท รวมเป็นเงิน867,000 บาท เมื่อหักกับส่วนที่ได้รับไว้แล้ว จำเลยทั้งสองจะต้องชำระอีกจำนวน 663,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินอัตราร้อยละ 10.75 ต่อปี นับแต่วันที่ 19 มิถุนายน 2539 ซึ่งเป็นวันที่โจทก์ได้รับเงินค่าทดแทนที่ดินบางส่วนจากจำเลยทั้งสอง รวมต้นเงินและดอกเบี้ยจนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 728,333บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 728,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10.75 ต่อปี ของต้นเงิน 663,000 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นฯ ได้กำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์ตามหลักเกณฑ์พระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ. 2530 และประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 44เงินค่าทดแทนที่ดินถูกต้องเหมาะสมและเป็นธรรมแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 182965 ตำบลคันนายาว อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 43 ตารางวา ซึ่งมีเนื้อที่บางส่วนจำนวน5.1 ตารางวา อยู่ในบริเวณที่ที่จะเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนเพื่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 37 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ตอนแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 34(บางพลี) บรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (วังน้อย) พ.ศ. 2536 ซึ่งมีผลใช้บังคับวันที่ 2 พฤศจิกายน 2536 คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นฯกำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์ตารางวาละ 40,000 บาท เป็นเงิน204,000 บาท โจทก์ได้รับเงินแล้ว แต่เห็นว่าต่ำไปจึงอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมขอให้กำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่ม รัฐมนตรีฯมิได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ ต่อมารัฐมนตรีฯ ได้วินิจฉัยอุทธรณ์เพิ่มเงินค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์เป็นตารางวาละ 52,500 บาท ศาลชั้นต้นเห็นว่า เงินค่าทดแทนที่ดินดังกล่าวเหมาะสมและเป็นธรรมแก่โจทก์ ทั้งโจทก์ชอบที่จะขอรับเงินค่าทดแทนที่ดินที่รัฐมนตรีฯ กำหนดเพิ่มให้ได้อยู่แล้ว พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืน มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ข้อแรกว่าโจทก์ควรได้รับเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มขึ้นจากที่รัฐมนตรีฯ กำหนดหรือไม่เพียงใด เห็นว่า การพิจารณากำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินให้แก่ผู้มีสิทธิจะได้รับเงินอย่างโจทก์นี้ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 มาตรา 21 วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้ว่าให้คำนึงถึงราคาของอสังหาริมทรัพย์นั้น 3 อย่าง ได้แก่ ราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดตามที่เป็นอยู่ในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาฯ สำหรับคดีนี้คือวันที่ 2 พฤศจิกายน 2536 ราคาที่มีการตีราคาไว้เพื่อประโยชน์แก่การเสียภาษีบำรุงท้องที่ ราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ประกอบกับสภาพและที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์นั้น พร้อมทั้งเหตุและวัตถุประสงค์ของการเวนคืน รวม5 ข้อ ที่ต้องพิจารณาประกอบกัน มิใช่พิจารณาข้อใดข้อหนึ่งแต่เพียงข้อเดียวเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทั้งผู้ถูกเวนคืนและสังคม แต่ตามบันทึกผลการพิจารณาอุทธรณ์ฯ ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ฯ คณะที่ 1ในการประชุมครั้งที่ 12/2540 เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2540 เอกสารหมายล.9 คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ฯ มุ่งเน้นการพิจารณาไปในเรื่องสภาพและที่ตั้ง และประโยชน์ที่ได้รับหลังจากถูกเวนคืน แล้ววางหลักเกณฑ์กำหนดราคาเพิ่มสำหรับที่ดินที่อยู่ติดถนนรามอินทราเท
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง