ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2568

ฎีกาที่ 6887/2568

หลักกฎหมาย

จำเลยที่ 2 เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดซึ่งต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดโดยกฎหมายใหม่ตาม ป.ยาเสพติด มาตรา 180 ยังคงบัญญัติให้ระวางโทษพนักงานรัฐวิสาหกิจที่กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเช่นเดียวกัน ซึ่งคำว่า "โทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น" คือ โทษตาม ป.ยาเสพติด ซึ่งเป็นคุณกว่ากฎหมายเดิม แต่อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 12 บัญญัติว่า "การกำหนดโทษจำคุกที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดตามมาตรา 9 มาตรา 10 หรือมาตรา 11 ให้กำหนดโทษจำคุกอย่างสูงที่สุดได้ไม่เกินห้าสิบปี" แตกต่างจาก ป.ยาเสพติด มาตรา 180 ซึ่งไม่ได้กำหนดโทษจำคุกขั้นสูงสุดไว้ ดังนั้น ทั้งกฎหมายเดิมและกฎหมายใหม่ต่างมีส่วนที่เป็นคุณและโทษอยู่ด้วย จึงต้องนำมาปรับบทลงโทษจำเลยที่ 2 เฉพาะในส่วนที่เป็นคุณระคนปนกันไป ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความไม่ฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบ มาตรา 225 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 3

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 65, 66, 100, 100/1, 102 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 3, 4, 5, 8, 10 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83 และริบของกลาง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 65 วรรคสอง, 66 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 8 วรรคสอง, 10 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 แต่ละบทมีโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันนำเข้าซึ่ง 3,4- เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่ายเพียงบทเดียว จำคุกจำเลยที่ 1 ตลอดชีวิต และปรับ 3,000,000 บาท จำเลยที่ 2 ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าได้เฉพาะแต่โทษปรับ จำคุกจำเลยที่ 2 ตลอดชีวิต และปรับ 9,000,000 บาท คำให้การของจำเลยทั้งสองในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 ให้หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 33 ปี 4 เดือน และปรับ 2,000,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 33 ปี 4 เดือน และปรับ 6,000,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี ริบของกลาง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 90, 145 วรรคสาม (2), 127 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและได้มีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดฐานร่วมกันนำเข้า 3,4-เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และฐานร่วมกันจำหน่าย 3,4-เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป อันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 แต่ละบทมีโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันนำเข้า 3,4-เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปเพียงบทเดียว ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 1,500,000 บาท ปรับจำเลยที่ 2 เป็นเงิน 4,500,000 บาท ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 1,000,000 บาท คงปรับจำเลยที่ 2 เป็นเงิน 3,000,000 บาท เมื่อรวมกับโทษจำคุกตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดแล้ว เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 33 ปี 4 เดือน และปรับ 1,000,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 33 ปี 4 เดือน และปรับ 3,000,000 บาท ไม่ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่พร้อมซิมการ์ดของกลางทั้งสองเครื่อง โดยให้คืนแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดียาเสพติดวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติโดยคู่ความไม่ได้โต้เถียงว่า เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2563 เจ้าพนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เจ้าพนักงาน ป.ป.ส.) สำนักปราบปรามยาเสพติด ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศุลกากร ส่วนบริการศุลกากรไปรษณีย์ สำนักงานศุลกากรกรุงเทพ และพนักงานศูนย์ไปรษณีย์กรุงเทพ หัวลำโพง ตรวจสอบพัสดุไปรษณีย์ต้องสงสัยที่ส่งจากเมืองแฟรงก์เฟิร์ต สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 จ่าหน้าชื่อผู้ส่ง M ชื่อผู้รับ P ที่อยู่เลขที่ 253 พบว่าเป็น 3,4-เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน 720 เม็ด บรรจุในถุงช็อกโกแลต ยี่ห้อเอ็มแอนด์เอ็ม จึงวางแผนจับกุมผู้กระทำความผิดโดยได้รับอนุญาตให้ครอบครองยาเสพติดภายใต้การควบคุมแล้ว จากนั้นวันที่ 11 มีนาคม 2563 มีการนำพัสดุไปรษณีย์ดังกล่าวเข้าระบบและให้พนักงานไปรษณีย์นำใบแจ้งให้ไปรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ไปส่งตามที่อยู่จ่าหน้าซึ่งเป็นบ้านพักพนักงานรถไฟ แต่ไม่มีผู้พักอาศัย ต่อมาวันที่ 12 มีนาคม 2563 เวลาประมาณ 11 นาฬิกา จำเลยที่ 1 นำใบแจ้งให้ไปรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ ไปติดต่อรับพัสดุไปรษณีย์ดังกล่าวที่ทำการไปรษณีย์ลำปาง จึงถูกเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่ซุ่มดูอยู่จับกุม จำเลยที่ 1 ให้ถ้อยคำว่า จำเลยที่ 2 วานให้ตนมารับพัสดุไปรษณีย์ดังกล่าวแทน เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จึงติดตามไปจับกุมจำเลยที่ 2 ได้ในวันเดียวกัน และยึด 3,4-เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนดังกล่าว กับโทรศัพท์เคลื่อนที่พร้อมซิมการ์ดของจำเลยที่ 1 และโทรศัพท์เคลื่อนที่พร้อมซิมการ์ดของจำเลยที่ 2 เป็นของกลาง 3,4-เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนของกลาง น้ำหนักสุทธิ 348.590 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง