คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2544
ฎีกาที่ 6904/2544
หลักกฎหมาย
พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 มาตรา 18 มิได้บังคับให้นำค่ารายปีของปีที่ล่วงแล้ว มาเป็นค่ารายปีของปีต่อมาโดยตรงเพียงแต่ให้นำมาเป็นหลักในการคำนวณเท่านั้นและสำหรับค่ารายปีนั้นมาตรา 8 ให้ความหมายว่า คือจำนวนเงินซึ่งทรัพย์สินนั้นสมควรให้เช่าได้ในปีหนึ่ง ๆ ในกรณีทรัพย์สินนั้นให้เช่าให้ถือว่าค่าเช่านั้นคือค่ารายปี แต่ถ้าเป็นกรณีที่มีเหตุอันสมควรที่ทำให้พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าค่าเช่านั้นมิใช่จำนวนเงินอันสมควรที่จะให้เช่าได้ หรือเป็นกรณีที่หาค่าเช่าไม่ได้เนื่องจากเจ้าของทรัพย์สินดำเนินกิจการเอง หรือด้วยเหตุประการอื่น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจประเมินค่ารายปีได้โดยคำนึงถึงลักษณะของทรัพย์สิน ขนาดพื้นที่ทำเลที่ตั้ง และบริการสาธารณะที่ทรัพย์สินนั้นได้รับประโยชน์ จึงแสดงว่าค่ารายปีที่จะใช้ในการคำนวณภาษีนั้น พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจที่จะแก้ไขกำหนดใหม่ในแต่ละปีที่จะต้องชำระภาษีได้เมื่อมีเหตุอันสมควร
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบธุรกิจโรงงานอุตสาหกรรม เมื่อปี 2542 ขณะที่จำเลยยังมีฐานะเป็นสุขาภิบาลปราณบุรีได้ประเมินให้โจทก์เสียค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินเป็นเงิน 234,219 บาท ต่อมาเมื่อเดือนมีนาคม 2543สุขาภิบาลปราณบุรียกฐานะเป็นเทศบาลตำบลปราณบุรีได้แจ้งรายการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินให้แก่โจทก์โดยกำหนดค่ารายปีเป็นเงิน 13,875,372บาท ซึ่งโจทก์จะต้องเสียค่าภาษีเป็นเงิน 1,734,422 บาท โจทก์อุทธรณ์ขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ ต่อมาจำเลยแจ้งให้โจทก์เสียภาษีเป็นเงิน 486,368บาท ซึ่งโจทก์ชำระแล้ว แต่โจทก์ไม่เห็นพ้องด้วยเพราะจำเลยกำหนดค่ารายปีขึ้นใหม่โดยไม่นำค่ารายปีของปีที่ล่วงมาเป็นหลักในการคำนวณและมิได้คำนึงถึงลักษณะของทรัพย์สินที่ได้นำไปใช้ประเมินภาษีว่าจะใช้ประโยชน์ได้มากน้อยเพียงใด จึงเป็นการคำนวณภาษีที่คลาดเคลื่อนทำให้โจทก์ต้องเสียเพิ่มขึ้นเป็นเงิน 252,148 บาท คิดเป็นร้อยละ 107.6 และโจทก์ทำประโยชน์ในทรัพย์สินได้เพียง 108 วัน ใน 1 ปี ขอให้จำเลยประเมินใหม่โดยให้โจทก์ชำระเพียง 234,219 บาท ให้จำเลยคืนค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินจำนวน252,149 บาท แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า เดิมในปี 2540 ขณะที่จำเลยยังเป็นสุขาภิบาลปราณบุรีจะเรียกเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินจากโจทก์จำนวน 749,300 บาทโจทก์ขอลดเหลือ 136,765 บาท ในที่สุดตกลงกันว่าในปี 2540 ให้เก็บ 187,325บาท ปี 2541 ให้เก็บ 374,650 บาท ปี 2542 ให้เก็บ 561,975 บาท ปี 2543ให้เก็บ 749,300 บาท โจทก์จึงชำระค่าภาษีในปี 2540 ให้แก่จำเลยจำนวน187,325 บาท ตามที่ตกลง แต่ในปี 2541 โจทก์ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ภ.ร.ด.2) แสดงทรัพย์สินไว้ 18 รายการ โจทก์ไม่ทำตามข้อตกลงโดยขอให้จำเลยลดภาษีลงเหลือเท่าที่จัดเก็บในปี 2540 คือ187,325 บาท หรือ ถ้าจะเพิ่มขอให้เพิ่มเพียงร้อยละ 25 ของฐานภาษีปี 2540ซึ่งคณะกรรมการสุขาภิบาลปราณบุรีไม่เห็นด้วยโดยมีมติให้เก็บภาษีเพิ่มขึ้นร้อยละ 50 และแจ้งให้โจทก์ชำระค่าภาษี 280,988 บาท โจทก์อุทธรณ์ขอลดคณะกรรมการสุขาภิบาลปราณบุรีมีมติให้ลดโดยเก็บเพียง 234,219 บาทในปี 2542 โจทก์ยื่นแบบ ภ.ง.ด.2 แจ้งทรัพย์สินไว้ 18 รายการเช่นเดิม แต่ไม่ทำตามข้อตกลงโดยยังชำระค่าภาษีจำนวน 234,219 บาท ให้จำเลยปี 2543 โจทก์ยื่นแบบ ภ.ร.ด. 2 แจ้งทรัพย์สินเพิ่มขึ้นอีก 8 รายการ รวมเป็น26 รายการ ส่วนจำเลยซึ่งมีฐานะเป็นเทศบาลแล้วได้จัดประชุมคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองการประเมินค่ารายปีขึ้นเพื่อพิจารณาอัตราการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินประเภทต่าง ๆ ในเขตเทศบาลโดยพิจารณาว่าการจัดเก็บภาษีในปี 2543 ให้จัดเก็บในอัตราของฐานะภาษีปี 2542 เป็นหลักแต่เมื่อพิจารณาถึงโรงงานน้ำตาลทรายของโจทก์แล้วเห็นว่า อัตราภาษีที่โจทก์เสียในปี 2541 และ 2542 นั้น ไม่มีการเปลี่ยนแปลงและอยู่ในอัตราที่ต่ำโดยคิดต่อตารางเมตรแล้วไม่ถึง 0.50 บาท ไม่เหมาะสมสำหรับปี 2543จึงให้ประเมินค่ารายปีเพิ่มขึ้นในอัตรา 5 บาท ต่อตารางเมตร พื้นที่ต่อเนื่องให้คิดในอัตรา 1 บาท ต่อตารางเมตร และแจ้งยอดค่าภาษี จำนวน 1,734,422 บาท แก่โจทก์ โจทก์อุทธรณ์ขอให้จำเลยพิจารณาการประเมินใหม่โดยขอให้คิดค่าภาษีเท่ากับปี 2542 คือ จำนวน 234,219 บาท คณะกรรมการพิจารณาคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ของจำเลยจึงประชุมพิจารณาตรวจสอบและให้ใช้การแบ่งทำเลซึ่งมีการกำหนดราคาค่าเช่ามาตรฐานกลางเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่อเดือนให้แตกต่างกันในแต่ละทำเลที่ได้จัดทำขึ้นตามกฎหมายและตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย ขณะที่จำเลยยังเป็นสุขาภิบาลอยู่มาเป็นหลักเกณฑ์ในการประเมินค่ารายปีของโจทก์ ซึ่งตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวมีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ทำเล คือ ทำเลที่ 1 หมายถึงพื้นที่บริเวณริมถนนเพชรเกษมทั้งสองฝั่งเป็นต้น ส่วนทำเลที่ 2 หมายถึงพื้นที่บริเวณในตลาดปราณบุรีและบริเวณส่วนที่เหลือจากจำเลยที่ 1 จนถึงสุดเขตสุขาภิบาล โรงงานน้ำตาลของโจทก์อยู่ห่างจากถนนเพชรเกษมประมาณ 1 กิโลเมตร อยู่ในทำเลที่ 2 เป็นโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ราคาค่าเช่ามาตรฐานสากลเฉลี่ยต่อตารางเมตรอยู่ที่ 30 บาท คณะกรรมการพิจารณาคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่พิจารณาคำนึงถึงค่ารายปีที่ล่วงมา ลักษณะของทรัพย์สิน ขนาด พื้นที่ ทำเลที่ตั้ง และบริการสาธารณะที่ทรัพย์สินได้รับประโยชน์และโรงงานอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงตลอดจนสภาวะเศรษฐกิจแล้วเห็นสมควรกำหนดที่อัตรา 3 บาท ต่อตารางเมตรและไม่คิดค่ารายปีของเครื่องจักรโจทก์ ซึ่งมีมูลค่าหลายร้อยล้านบาทตามที่โจทก์ได้แจ้งในแบบ ภ.ร.ด.2 รายการที่ 25 และลดอัตราการคิดพื้นที่ต่อเนื่องจากอัตราเดิม 1 บาท เป็น 0.50 บาท ทั้งลดจำนวนเดือนจากเดิมที่คิด12 เดือน เป็นแค่ 7 เดือนครึ่งทำให้ค่ารายปีและค่าภาษีของโจทก์ลดลงอย่างมากโดยค่าภาษีเหลือเพียง 486,368 บาท เหมาะสมและเป็นธรรมแก่โจทก์เป็นอย่างยิ่ง แต่โจทก์ก็ยังยืนที่จะให้จำเลยประเมินค่าภาษีของ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง