ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2538

ฎีกาที่ 6925/2538

หลักกฎหมาย

คำว่า"โดยเจตนาจะฉ้อค่าภาษีของรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"เป็นองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากรพ.ศ.2469มาตรา27ซึ่งบทบัญญัติมาตรา16แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร(ฉบับที่9)พ.ศ.2482หาได้ลบล้างองค์ประกอบความผิดดังกล่าวให้สิ้นไปไม่เพราะเพียงแต่มิให้คำนึงถึงเจตนาแห่งการกระทำส่วนความมุ่งหมายแห่งการกระทำหรือความประสงค์ต่อผลที่จะฉ้อค่าภาษียังคงเป็นองค์ประกอบความผิดตามมาตรา27อยู่ซึ่งเป็นเจตนาต่างหากจากเจตนากระทำการเมื่อจำเลยไม่มีเจตนาที่จะฉ้อค่าภาษีของรัฐบาลจำเลยจึงไม่มีความผิด

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันยื่นใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรท่าเรือกรุงเทพเป็นความเท็จว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันนำเครื่องบันทึกข้อมูลรุ่น 94205-051 จำนวน 100 หน่วย รวม 4 หีบห่อราคาของ 806,930 บาท อากรขาเข้า 161,831 บาท ซึ่งเป็นของที่มีถิ่นกำเนิดและผลิตในต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรไทยความจริงแล้วนอกจากเครื่องบันทึกข้อมูลดังกล่าว จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันลักลอบนำเครื่องบันทึกข้อมูลและอุปกรณ์ชนิดต่าง ๆเข้ามาด้วย คือ ดิสก์ ไดร์ฟ รุ่น 94205-051 จำนวน 20 หน่วยรุ่น 94155-96 จำนวน 24 หน่วย รุ่น 94166-182 จำนวน 3 หน่วยรุ่น 94186-383 เอช จำนวน 2 หน่วย รุ่น 94196-766 จำนวน 1 หน่วยอะแด๊ปเตอร์ คาร์ด (ส่วนประกอบเครื่องบันทึกข้อมูลอะแด๊ปเตอร์)จำนวน 8 ชุด ดิสก์ เมเนเจอร์ ไดอะนอสติคส์ วิท คาร์ด จำนวน 7 ชุดโอซี่ อะแด๊ปเตอร์ คิท รุ่นดับเบิ้ลยูแอลเอ (ส่วนประกอบเครื่องบันทึกข้อมูลโฮซี่ อะแด๊ปเตอร์ คิท) จำนวน 1 ชุด และพีซี คาร์ด รุ่นดับเบิ้ลยู ดี 1007 เอ ดับเบิ้ลยูเอแอล (ส่วนประกอบเครื่องบันทึกข้อมูล พีซี คาร์ด) จำนวน 20 ชุด รวม 9 รายการรวมราคาสินค้า 765,425.17 บาท ซึ่งเป็นของที่มีถิ่นกำเนิดและผลิตในต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยหลีกเลี่ยงการเสียค่าภาษีศุลกากรและโดยเจตนาจะฉ้อค่าภาษี ของดังกล่าวจะต้องเสียค่าภาษีอากรขาเข้าเป็นเงิน 161,645 บาท รวมราคาของทั้งหมดที่จำเลยทั้งสองนำเข้ามาแล้วเป็นเงิน 1,572,355.17 บาท ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27, 99พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482 มาตรา 16พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2490 มาตรา 3พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2497 มาตรา 4ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ. 2489 มาตรา 4, 5, 6, 7, 8, 9ให้จ่ายรางวัลแก่เจ้าพนักงานผู้จับตามกฎหมาย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ และต่อสู้อีกว่าจำเลยที่ 1ได้วางหลักทรัพย์ค้ำประกันความเสียหายให้แก่กรมศุลกากรครบถ้วนแล้วจำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิด ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 และ 99 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักตามมาตรา 27 ปรับจำเลยทั้งสองรวมกันเป็นเงิน 3,708,280.68 บาท หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30เฉพาะจำเลยที่ 2 ถ้าต้องถูกกักขังแทนค่าปรับให้กักขังไม่เกิน 1 ปีจ่ายรางวัลให้เจ้าพนักงานผู้จับตามกฎหมาย จำเลย ทั้ง สอง อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลย ทั้ง สอง ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามที่คู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทได้นำสินค้าบันทึกข้อมูลและอุปกรณ์ซึ่งผลิตจากต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรโดยยื่นใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้ากับบัญชีราคาสินค้าตามเอกสารหมาย จ.2และ จ.4 ต่อกรมศุลกากร เพื่อชำระอากรขาเข้าและขอให้ตรวจปล่อยสินค้าพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสินค้าดังกล่าวแล้วปรากฏว่าสินค้าซึ่งนำเข้ามามีจำนวนเกินกว่าที่สำแดงไว้ในใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าจำนวน 9 รายการ คิดเป็นเงิน765,425.17 บาท ซึ่งต้องเสียภาษีอากรขาเข้าเป็นเงิน 161,645 บาทจึงยึดสินค้าทำบันทึกการตรวจพบความผิด ประเมินราคาสินค้าและประเมินภาษีอากรเฉพาะสินค้าที่เกินไว้ ซึ่งจำเลยทั้งสองยอมรับว่าสินค้าที่นำเข้ามีเกินจากที่สำแดงไว้ในใบขนสินค้าและแบบแสดงรายการการค้าตามจำนวนที่ตรวจพบจริง แต่อ้างว่าจำเลยทั้งสองไม่ทราบ เนื่องจากสินค้าที่เกินมาเป็นรายการสินค้าที่จำเลยทั้งสองสั่งให้ผู้ขายส่งมาภายหลัง แต่ผู้ขายกลับส่งรวมมาในเที่ยวเรือเดียวกับสินค้าตามใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าเอกสารหมาย จ.2 จำเลยทั้งสองมาทราบว่ามีการส่งรวมกันมาเมื่อมีการตรวจสินค้าดังกล่าวแล้ว คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองประการแรกว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองจะเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้องนั้น จำเลยทั้งสองต้องมีเจตนาจะฉ้อค่าภาษีของรัฐบาลหรือไม่ คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27, 99พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482 มาตรา 16โดยกล่าวอ้างการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นใจความสำคัญว่าจำเลยทั้งสองนำสิ่งของเข้ามาในราชอาณาจักรโดยจำเลยทั้งสองมีเจตนาหลีกเลี่ยงการเสียค่าภาษีศุลกากร ทั้งนี้โดยจำเลยทั้งสองมีเจตนาจะฉ้อค่าภาษี ศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อต่อสู้ของจำเลยทั้งสองที่ว่าจำเลยทั้งสองไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีอากรนั้นฟังไม่ขึ้นเพราะตามพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482 มาตรา 16บัญญัติว่า "การกระทำที่บัญญัติไว้ในมาตรา 27 และมาตรา 99แห่งพระ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6925/2538 · ทนอย Thanoy