ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2555

ฎีกาที่ 6936/2555

หลักกฎหมาย

บริษัท ค. เป็นผู้ประกอบวิชาชีพรับจ้างจัดบรรจุสินค้าเข้าตู้คอนเทนเนอร์ประจำอยู่ที่ท่าเรือกรุงเทพ ย่อมต้องมีความซื่อสัตย์และมีประสิทธิภาพในการทำงานสูง สินค้าแผ่นยางพาราที่มิได้บรรจุอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ 2 ตู้ ตู้ละ 30 มัด นับว่าเป็นจำนวนไม่น้อย เพราะทำให้น้ำหนักของสินค้าขาดหายไปถึง 3,330.30 กิโลกรัมในแต่ละตู้และจำนวนสินค้าแผ่นยางพาราจำนวน 180 มัด ที่วางเรียงกันเป็น 11 แถวในแต่ละตู้ จะมีสินค้าในตู้ที่ขาดหายไปถึงเกือบ 2 แถว ซึ่งผู้ทำหน้าที่จัดบรรจุ ตรวจนับ และตรวจการบรรจุสินค้าย่อมสามารถเห็นความผิดปกติได้อย่างชัดเจน และเมื่อพิจารณาใบตรวจรับสภาพตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุสินค้าแผ่นยางพาราแล้วปรากฏว่า ตู้คอนเทนเนอร์ทั้งสองที่โจทก์อ้างว่ามีสินค้าแผ่นยางพาราสูญหายไปยังคงมีน้ำหนักสินค้ารวมตู้ตู้ละ 22 ตัน หากมีการบรรจุสินค้าขาดไปตู้ละ 30 มัด น้ำหนักรวมของตู้ควรเหลือประมาณตู้ละ 19 ตันเท่านั้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าสินค้ามิได้สูญหายไปในช่วงการบรรจุสินค้าเข้าตู้คอนเทนเนอร์ที่ท่าเรือต้นทางและตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมดที่ถูกลากมายังโรงงานของผู้รับสินค้า ซีลปิดตู้ทุกตู้ยังอยู่ในสภาพดี แสดงให้เห็นว่า ตู้ไม่ได้ถูกเปิดออกนับตั้งแต่มีการบรรจุสินค้าเข้าที่ท่าเรือกรุงเทพ ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าสินค้าสูญหายไปในระหว่างที่อยู่ในความดูแลของจำเลยที่ 2 ผู้ขนส่ง จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดในความสูญหายของสินค้า

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 511,989.56 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 492,168 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 492,198 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 5 มกราคม 2550 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกินจำนวน 19,821.56 บาท กับให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันหรือแทนกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 8,000 บาท ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 3 ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนของจำเลยที่ 3 ให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังว่า บริษัทไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) ตกลงทำสัญญาขายสินค้าแผ่นยางพาราเกรด อาร์เอสเอส (RSS) 3 จำนวน 200 ตัน ให้แก่บริษัทจงเสิน เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ซื้อซึ่งอยู่ที่เมืองชิงเต่า สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้เงื่อนไขแบบ ซีไอเอฟ (CIF) ZHANGJIAGANG ในราคา 357,000 ดอลลาร์สหรัฐ บริษัทไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) ผู้ขาย บรรจุหีบห่อสินค้าจำนวน 1,800 ห่อ ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงกันให้ผู้ขายขนส่งสินค้าไปส่งมอบให้ที่จังเจียกัง สาธารณรัฐประชาชนจีน เนื่องจากสินค้าดังกล่าวผู้ซื้อได้ทำสัญญาขายให้แก่บริษัทเจียงเหลียงยางพารา จำกัด ซึ่งอยู่ที่เขตการค้าเสรีจังเจียกัง ภายใต้เงื่อนไขแห่งสัญญาซื้อขายแบบ ซีไอเอฟ (CIF) ZHANGJIAGANG บริษัทไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) ผู้ขาย จึงมีหน้าที่ติดต่อว่าจ้างผู้ขนส่งและชำระค่าระวางการขนส่งตั้งแต่จากโรงงานหรือโกดังของผู้ขายไปจนถึงท่าเรือปลายทางจังเจียกัง สาธารณรัฐประชาชนจีน และต้องจัดหาผู้รับประกันภัยสินค้าและชำระค่าเบี้ยประกันภัยด้วย ดังนั้น บริษัทไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) จึงทำสัญญาประกันภัยไว้กับโจทก์ สำหรับความเสียหายหรือสูญหายของสินค้าที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการขนส่งตั้งแต่จากการโกดังหรือโรงงานของผู้เอาประกันภัยไปจนกว่าสินค้าจะขนส่งถึงยังโกดังหรือโรงงานของผู้ซื้อหรือผู้รับสินค้าที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ในความเสี่ยงภัยทุกประเภท (ALL RISKS) อันเป็นการรับประกันภัยภายใต้เงื่อนไขการรับประกันภัยของสถาบันความคุ้มครองสินค้า (เอ) (INSTITUTE CARGO CLAUSES (A)) ในวงเงิน 392,700 ดอลลาร์สหรัฐ ในการขนส่งสินค้ารายนี้ บริษัทไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) ผู้เอาประกันภัย ว่าจ้างจำเลยที่ 2 ซึ่งมีภูมิลำเนาในดินแดนไต้หวันโดยจำเลยที่ 1 ตัวแทนของจำเลยที่ 2 ในประเทศไทยเป็นผู้ดำเนินการขนส่งตั้งแต่จากโรงงานหรือโกดังของผู้เอาประกันภัยไปยังจังเจียกัง สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้เงื่อนไขแบบแอลซีแอล/เอฟซีแอล (LCL/FCL) หลังจากนั้นบริษัทไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) ผู้เอาประภันภัย นำสินค้าจำนวน 1,800 ห่อ มาส่งมอบให้จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ตรวจนับสินค้าครบถ้วนจึงรับสินค้าไว้ และนำไปบรรจุเข้าตู้คอนเทนเนอร์ตู้ละ 180 ห่อ จำนวน 10 ตู้ จำเลยที่ 1 ออกใบตราส่งแทนจำเลยที่ 2 มอบให้แก่ผู้เอาประกันภัย จำเลยที่ 2 นำเรือชื่อ "WAN HAI 233" เที่ยวที่ N155 มาทำการส่งสินค้าพิพาท โดยเดินทางจากท่าเรือกรุงเทพ ไปยังท่าเรือจังเจียกัง สาธารณรัฐประชาชนจีน และเรือขนส่งไปถึงท่าเรือจังเจียกัง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อถึงท่าเรือปลายทางแล้ว มีการขนถ่ายตู้สินค้า 10 ตู้ จากเรือนำไปจัดเก็บไว้ในโกดังสินค้าที่ท่าเรือปลายทาง ต่อมาผู้รับสินค้าติดต่อขอรับตู้สินค้าจากท่าเรือแล้วนำไปเปิดที่โรงงานของผู้ซื้อ ปรากฏว่า ตู้คอนเทนเนอร์หมายเลข WHLU2717671 และหมายเลข WHLU8030023 มีสินค้าสูญหายตู้ละ 30 ห่อ รวม 60 ห่อ มีสินค้าทั้งหมดเหลือเพียง 1,740 ห่อ ตามใบรับของ สำเนาใบตรวจรับและเช็คสินค้าจากตู้คอนเทนเนอร์ของบริษัทไชน่ายูไนเต็ด แทลลี่ จำกัด และใบรายการสินค้าที่นำออกจากตู้/สินค้าเสียหายสำหรับตู้คอนเทนเนอร์ ต่อมาผู้ซื้อได้มอบหมายให้ผู้เอาประกันภัยเป็นผู้ดำเนินการติดตามเรียกร้องและรับเงินในนามของผู้เอาประกันภัยจากเหตุที่สินค้าสูญหายในระหว่างการขนส่ง โจทก์พิจารณาแล้ว เห็นว่า สินค้าพิพาทสูญหายไปในระหว่างการขนส่งซึ่งอยู่ภายใต้เงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัย โจทก์จึงจ่ายค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 492,168 บาท ให้แก่ผู้เอาประกันภัยไป มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ว่าสินค้ายางพาราจำนวน 60 มัด ได้สูญหายไปในระหว่างที่สินค้าอยู่ในความดูแลของจำเลยที่ 2 ผู้ขนส่งหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่า สินค้ายางพาราทั้งหมดมีจำนวนทั้งสิ้น 1,800 มัด น้ำหนักมัดละ 111.11 กิโลกรัม ถูกแบ่งบรรจุลงในตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต จำนว
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6936/2555 · ทนอย Thanoy