ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2543

ฎีกาที่ 7036/2543

หลักกฎหมาย

พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 78 วรรคหนึ่งหมายความว่า งานใดเข้าลักษณะเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ประเภทใดประเภทหนึ่งตามพระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ. 2474 หรือ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 และยังได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติทั้งสองดังกล่าวอยู่ในวันที่พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ใช้บังคับ ก็คงให้ได้รับความคุ้มครองต่อไปตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ส่วนมาตรา 78 วรรคสองหมายความว่า งานใดที่ได้จัดทำขึ้นก่อนวันที่พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. 2537 ใช้บังคับและไม่มีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติทั้งสองดังกล่าวแต่เป็นงานที่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537ก็ให้งานนั้นได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537แต่ทั้งนี้นับแต่วันที่พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มีผลใช้บังคับไม่ใช่นับแต่วันที่งานนั้นได้สร้างขึ้น การพิจารณาว่าหนังสือแบบฝึกคณิตคิดเลขเร็วของโจทก์ซึ่งได้สร้างขึ้นเมื่อกลางปี 2534 มีลิขสิทธิ์หรือไม่ ต้องใช้กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นคือพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 แม้หลักเกณฑ์ตามมาตรา 6 วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 จะไม่ได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 ก็ตาม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหลักเกณฑ์นั้นไม่มีอยู่ เพราะหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นหลักเกณฑ์ทั่วไปในการให้ความคุ้มครองลิขสิทธิ์ ดังนี้ ในการพิจารณาว่างานใดมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. 2521 หรือไม่ จึงต้องอาศัยหลักเกณฑ์ทั่วไปนั้นด้วย หนังสือแบบฝึกคณิตคิดเลขเร็วของโจทก์เป็นตำราเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงปีที่ 6 โดยวางรากฐานการเรียนการสอนเป็นขั้นตอนเพื่อให้สอดคล้องกับหลักสูตรชั้นประถมศึกษา มีเนื้อหาสาระของตัวอย่างการคิดและวิเคราะห์ แบบทดสอบคิดเลขเร็ว และโจทก์ปัญหาในภาคผนวกเพื่อพัฒนาและเสริมสร้างทักษะในสายการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์โดยให้นักเรียนมีแนวการคิดและมีการวิเคราะห์หาคำตอบได้รวดเร็ว และดัดแปลงวิธีการคิดให้เป็นแนวทางของตนเองได้ ทั้งเป็นงานที่ทำให้เกิดความเข้าใจในการคิดเลข มีความสัมพันธ์กันตามลำดับความง่ายยากตามขั้นตอน จูงใจให้เกิดความสนุกสนานในการเรียนรู้และทำความเข้าใจเพื่อให้มีความสามารถในการคิดเลขได้รวดเร็วยิ่งขึ้น การที่โจทก์นำตัวเลขรูปภาพสัญลักษณ์ โจทก์ปัญหาและเครื่องหมายต่าง ๆ กันมาปรับใช้โดยมีวิธีการคิดตามลำดับเพื่อให้เข้ากับหลักสูตรและพัฒนาเสริมสร้างทักษะในการเรียนตามวัยของเด็กนักเรียนในลำดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงปีที่ 6โดยอาศัยข้อมูลและประสบการณ์จากการใช้สอนในโรงเรียนมาเป็นเวลานานหลายปี เป็นการริเริ่มสร้างสรรค์งานของโจทก์เพื่อให้นักเรียนสามารถคิดคำนวณเลขได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ถือได้ว่าเป็นงานนิพนธ์ที่โจทก์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยแสดงออกซึ่งการริเริ่มของโจทก์เองอันเป็นงานวรรณกรรมตามความหมายในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่โจทก์สร้างสรรค์งานดังกล่าว หาใช่เป็นเพียงความคิด ขั้นตอนกรรมวิธี ระบบวิธีใช้หรือทำงาน แนวความคิด หลักการการค้นพบ หรือทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ อันไม่ได้รับความคุ้มครองแต่อย่างใดไม่ หนังสือแบบฝึกคณิตคิดเลขเร็วจึงเป็นงานวรรณกรรมอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ แม้สัญญาจะระบุชื่อสัญญาว่า "หนังสือสัญญาขายลิขสิทธิ์"แต่มีข้อความในรายละเอียดกำหนดจำนวนตำราคณิตคิดเลขเร็วสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงปีที่ 6 ให้จำเลยที่ 1 พิมพ์ กำหนดเดือนและปีที่เริ่มจำหน่าย และการคิดเงินค่าลิขสิทธิ์ โจทก์มิได้ลงนามในฐานะผู้ขายและจำเลยที่ 1 มิได้ลงนามในฐานะผู้ซื้อเอกสารดังกล่าวจึงเป็นเพียงบันทึกข้อตกลงเท่านั้น จากการคิดค่าแห่งลิขสิทธิ์เป็นรายเล่มและกำหนดจำนวนพิมพ์ของหนังสือแต่ละเล่ม แสดงให้เห็นโดยชัดแจ้งว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ไม่ได้มีเจตนาที่จะซื้อขายสิทธิในการทำซ้ำงานมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ แต่เป็นกรณีที่โจทก์อนุญาตให้จำเลยที่ 1 ใช้สิทธิแต่ผู้เดียวของโจทก์ในการทำซ้ำงานอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ได้ตามมาตรา 13(4) และ 14แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 อันเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่ทำข้อตกลงดังกล่าวเท่านั้น ข้อตกลงดังกล่าวจึงมิใช่ข้อตกลงในการซื้อขายลิขสิทธิ์โดยโจทก์มีเจตนาโอนลิขสิทธิ์ให้แก่จำเลยที่ 1 ตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ขอซื้อลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมทั้งหกเล่มของโจทก์และแนบสำเนาสัญญามาท้ายฟ้องซึ่งระบุว่าเป็นหนังสือสัญญาขายลิขสิทธิ์ก็ตาม ก็เป็นเพียงความเข้าใจคลาดเคลื่อนของโจทก์ โจทก์มีเจตนาที่แท้จริงเพียงอนุญาตให้จำเลยที่ 1 ใช้สิทธิแต่ผู้เดียวของโจทก์ในการทำซ้ำงานวรรณกรรมอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์เท่านั้น ข้อตกลงดังกล่าวจึงเป็นเพียงสัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ แม้หนังสือแบบฝึกคณิตคิดเลขเร็วของโจทก์จะมีการปรับปรุงใหม่โดยโจทก์และนักวิชาการของจำเลยที่ 1 ในระหว่างที่โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 แต่เป็นการปรับปรุงโดยเปลี่ยนรูปแบบปกหนังสือใหม่และจัดรูปแบบหนังสือโดยแยกคำเฉลยออกพิมพ์ต่างหาก ส่วนเนื้อหาของหนังสือยังเหมือนเดิม หนังสือที่ปรับปรุงใหม่จึงไม่ใช่เป็นงานสร้างสรรค์ที่โจทก์ได้สร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่หรือดัดแปลงโดยปรับปรุงงานเดิมในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ แต่เป็นงานสร้างสรรค์หรืองานวรรณกรรมเดียวกันกับหนังสือฉบับเดิมนั่นเอง หนังสือที่ปรับปรุงใหม่จึงมิใช่เป็นงานที่โจทก์สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ในฐานะที่เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1จึงไม่มีสิทธินำงานอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ที่ปรับปรุงใหม่ออกโฆษณาหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยพิมพ์ออกจำหน่ายในฐานะที่เป็นนายจ้างของโจทก์ได้ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 มาตรา 7

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้สร้างสรรค์งานวรรณกรรมหนังสือประกอบการเรียนการสอนชื่อแบบฝึกคณิตคิดเลขเร็วชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงปีที่ 6รวม 6 เล่ม ก่อนปี 2535 โจทก์จึงเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานดังกล่าวแต่เพียงผู้เดียวจำเลยทั้งสองได้ขอซื้อลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมทั้งหกเล่มของโจทก์ เพื่อนำไปพิมพ์จำหน่ายเพื่อการค้าของจำเลยทั้งสอง โดยมีข้อตกลงให้จำเลยทั้งสองพิมพ์ออกจำหน่ายแต่ละเล่มได้จำนวนเพียงเล่มละ 3,000 เล่ม เท่านั้นแต่สัญญาซื้อขายทำผิดแบบแห่งนิติกรรม จึงเป็นโมฆะ และมีผลใช้ได้เพียงเป็นหลักฐานอนุญาตให้จำเลยทั้งสองใช้สิทธิพิมพ์งานของโจทก์แต่ละเล่มออกจำหน่ายได้จำนวนเพียงเล่มละ 3,000 เล่ม เท่านั้น โดยจำเลยทั้งสองต้องจ่ายค่าตอบแทนให้โจทก์รวมเป็นเงินจำนวน 61,200 บาท จำเลยทั้งสองได้พิมพ์หนังสือดังกล่าวออกจำหน่ายตั้งแต่เดือนมกราคม 2535 เป็นต้นมาแต่จำเลยทั้งสองไม่เคยแจ้งยอดจำหน่ายหนังสือทั้งหมดให้โจทก์ทราบ ต่อมาเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2539 โจทก์ทราบจากสำเนาเอกสารสำคัญแสดงว่าจำเลยทั้งสองพิมพ์เกินกว่าจำนวนเล่มละ 3,000 เล่ม แล้ว การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการละเมิดต่อโจทก์ โจทก์จึงห้ามจำเลยทั้งสองพิมพ์หรือเผยแพร่หนังสือที่โจทก์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2539 เป็นต้นไปแต่จำเลยทั้งสองยังฝ่าฝืนด้วยการจำหน่ายหนังสือทั้งหกเล่มต่อมาอีกจนถึงปี2540 การกระทำของจำเลยทั้งสองทำให้โจทก์เสียหาย ค่าตอบแทนร้อยละ 10ของราคาที่ปกหนังสือซึ่งคาดว่าจะขายได้ต่ำสุดในแต่ละเล่มจำนวนเล่มละ10,000 เล่มต่อปี ตั้งแต่ปี 2535 ถึงปี 2540 คิดเป็นเงินจำนวนปีละ 204,000บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นจำนวน 1,224,000 บาท แต่โจทก์ขอเรียกค่าเสียหายจนถึงวันฟ้องจำนวนเพียง 1,000,000 บาท โจทก์ได้ทวงถามแล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับให้จำเลยทั้งสองใช้เงินจำนวน 1,000,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์และให้จำเลยทั้งสองยุติการพิมพ์หรือเผยแพร่งานวรรณกรรมของโจทก์อีกต่อไป จำเลยทั้งสองให้การว่า เมื่อต้นปี 2525 โจทก์นำผลงานทางวิชาการคือแบบฝึกคณิตคิดเลขเร็วชั้นประถมศึกษาที่ 1 ถึงปีที่ 6 มาให้จำเลยที่ 1พิจารณาในที่สุดโจทก์ก็ตกลงขายผลงานดังกล่าวให้จำเลยทั้งสอง และจำเลยทั้งสองได้จ่ายค่าตอบแทนให้โจทก์ไปแล้ว จำเลยทั้งสองได้จัดพิมพ์หนังสือดังกล่าวโดยมีชื่อของโจทก์อยู่ออกจำหน่ายเนื่องจากเป็นหนังสือใหม่ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย จึงจำหน่ายได้จำนวนไม่มาก นอกจากนี้โจทก์ได้ส่งผลงานทางวิชาการคณิตศาสตร์เป็นส่วนประกอบในการขอเลื่อนตำแหน่งอาจารย์ 2 ขึ้นเป็นอาจารย์ 3 ต่อมาเมื่อปลายปี 2536 โจทก์ได้ลาออกจากราชการครูแล้วมาเป็นลูกจ้างของจำเลยทั้งสองโดยได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินจำนวนเดือนละ 30,000 บาท ต่อมาโจทก์ได้ติดต่อนายบุญเหลือ พูลทอง ข้าราชการบำนาญระดับ 10 มาร่วมงานกับจำเลยทั้งสองในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ นายบุญเหลือได้ให้คำแนะนำในการปรับปรุงผลงานทางคณิตศาสตร์ดังกล่าวให้ดีขึ้น โจทก์ได้นำผลงานเดิมมาปรับปรุงแก้ไขโดยตลอดแล้วมอบให้จำเลยทั้งสองจัดพิมพ์ออกจำหน่ายติดต่อกันเรื่อยมาด้วยเหตุนี้จำเลยที่ 2 จึงได้แต่งตั้งให้โจทก์เป็นผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายวิชาการและบุคลากร โดยโจทก์ต้องช่วยปฏิบัติหน้าอื่นอีกด้วย เช่น การออกเผยแพร่และจำหน่ายหนังสือต่าง ๆ ของจำเลยที่ 1 รวมทั้งหนังสือของโจทก์สัญญาซื้อขายลิขสิทธิ์สมบูรณ์ใช้บังคับได้ โจทก์ยินยอมให้จำเลยทั้งสองจัดพิมพ์หนังสือทั้งหกเล่มออกจำหน่ายได้โดยไม่จำกัดจำนวน จำเลยทั้งสองไม่จำเป็นต้องแจ้งยอดพิมพ์ให้โจทก์ทราบ งานสร้างสรรค์ของโจทก์เป็นเพียงแบบฝึกหัดให้คิดเลขเร็วหรือเป็นเพียงทฤษฎีทางคณิตศาสตร์เท่านั้น ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 6 วรรคสอง จำเลยทั้งสองในฐานะนายจ้างมีสิทธินำงานออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ตามวัตถุประสงค์แห่งการจ้างแรงงาน จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ค่าเสียหายที่โจทก์ฟ้องมาเป็นเพียงการคาดคะเนเท่านั้น เมื่อโจทก์มีหนังสือห้ามจำเลยทั้งสองพิมพ์และจำหน่ายหนังสือ จำเลยที่ 2 ได้โต้แย้งไปว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ว่าจ้างโจทก์ให้สร้างสรรค์งานขึ้น จึงเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานดังกล่าวเมื่อโจทก์แจ้งให้จำเลยทั้งสองงดใช้ชื่อโจทก์ที่ปกหนังสือจำเลยทั้งสองก็ได้งดใช้แล้วเพราะได้มอบงานให้อาจารย์ท่านอื่นทำแทนคงมีชื่อของโจทก์เฉพาะงานที่โจทก์สร้างสรรค์ขึ้นก่อนเดือนมิถุนายน 2539 ขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองใช้เงินจำนวน 489,600 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสองยุติการพิมพ์หรือเผยแพร่หนังสือแบบฝึกคณิตคิดเลขเร็วชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงปีที่ 6 ของโจทก์อีกต่อไป จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สิ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง