ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2559

ฎีกาที่ 7086/2559

หลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันลักรถจักรยานยนต์ของบริษัท ก. ผู้เสียหายขณะอยู่ในความครอบครองของ ร. แต่ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาได้ความว่า เจ้าพนักงานตำรวจยืมรถตามฟ้องจากผู้อื่นแล้วให้ ร. นำไปส่งมอบแก่พวกจำเลยแลกกับค่าตอบแทนเป็นเงิน 10,000 บาท หาใช่เป็นการลักรถจักรยานยนต์ตามฟ้องไปจาก ร. ไม่ จึงเป็นกรณีข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้องในข้อสาระสำคัญ ซึ่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง บัญญัติให้ศาลยกฟ้อง จึงไม่อาจลงโทษจำเลยทั้งสามในความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ และลงโทษฐานเป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิดฐานฉ้อโกงไม่ได้เช่นกัน ถือว่าเกินคำขอหรือมิได้กล่าวในฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง และการที่จำเลยทั้งสามชี้ช่องแนะนำให้ ร. ไปทำสัญญาเช่าซื้อและเสนอเงินค่าตอบแทนในการนำรถจักรยานยนต์มาส่งมอบจำนวน 10,000 บาท ดังกล่าว อาจถือว่าเป็นการกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่ ร. ก็ตาม แต่การกระทำดังกล่าวจะเป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนได้ ต้องเป็นไปตาม ป.อ. มาตรา 86 ที่บัญญัติว่าเป็นการช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกในการที่ผู้อื่นกระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำความผิด หมายถึงต้องมีการกระทำความผิดเกิดขึ้นด้วย จึงจะพิจารณาได้ว่าการกระทำนั้นเป็นการกระทำก่อนหรือขณะกระทำความผิดได้ แตกต่างกับบทบัญญัติแห่งมาตรา 84 วรรคสองตอนท้าย ที่อาจมีความผิดฐานเป็นผู้ใช้ได้แม้ว่าความผิดมิได้กระทำลงก็ตาม เมื่อคดีนี้เกิดจากการวางแผนของเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ก่อน และเป็นการขอยืมรถจักรยานยนต์จากผู้อื่นเพื่อให้ ร. ขับไปทำทีส่งมอบแก่พวกจำเลย หาได้เกิดจาก ร. หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้น ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง อันจะถือเป็นการกระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 341 เมื่อความผิดตามมาตรา 341 ไม่มีเสียแล้ว ความผิดฐานสนับสนุนการกระทำความผิดที่ต้องนำความผิดตามมาตรา 341 มาประกอบกับมาตรา 86 ย่อมเกิดขึ้นไม่ได้เช่นกัน จึงไม่อาจพิพากษาลงโทษตามมาตรา 341 ประกอบมาตรา 86 ได้อีกด้วย และกรณีดังกล่าวเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดีที่ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ 1 ที่มิได้ฎีกาให้มิต้องถูกรับโทษดุจจำเลยที่ 2 และที่ 3 ผู้ฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 213 ประกอบมาตรา 225

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 334, 335, 336 ทวิ ริบรถยนต์เก๋ง โทรศัพท์เคลื่อนที่ และเงิน 10,000 บาท ของกลาง จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (7) วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 จำคุกคนละ 3 ปี จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 2 ปี ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่และเงิน 10,000 บาท ของกลาง คืนรถยนต์ยี่ห้อเชฟโรเลต หมายเลขทะเบียน ฎข 8793 (ที่ถูก 8792) กรุงเทพมหานคร ให้แก่เจ้าของ คำขออื่นให้ยก จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบมาตรา 86 จำคุกคนละ 2 ปี คำรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของจำเลยทั้งสามเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 1 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติในชั้นนี้โดยไม่ได้โต้แย้งกันว่า เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2555 เวลาประมาณ 10.30 นาฬิกา นางสาวระพี ไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรพานทอง อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี ว่าตนได้เช่าซื้อรถจักรยานยนต์แล้วนำมาใช้ในท้องที่ของสถานีตำรวจภูธรพานทองเกิดหายไป แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจซักถามจนนางสาวระพียอมรับว่ามีความเดือดร้อนทางการเงิน พบใบปลิวติดตามศาลารอรถโดยสารมีข้อความทำนองว่า บริการเงินด่วนทันใจอนุมัติไว ไม่ต้องใช้หลักฐานหรือผู้ค้ำประกัน จึงโทรศัพท์ติดต่อไปยังหมายเลขที่ให้ไว้ ก็ได้รับแจ้งว่าให้ไปทำสัญญาเช่าซื้อรถจักรยานยนต์แล้วนำรถจักรยานยนต์มาแลกกับเงิน เมื่อชำระค่าเช่าซื้อ 2 ถึง 3 งวด ก็ให้ไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ารถจักรยานยนต์หาย เพื่อให้บริษัทประกันภัยจ่ายเงินชดใช้แก่บริษัทผู้ให้เช่าซื้อ ซึ่งนางสาวระพีเคยทำเช่นนี้มาแล้วสองครั้งครั้งแรก ติดต่อกับจำเลยที่ 3 โดยได้รับค่าตอบแทนแลกกับการเช่าซื้อรถจักรยานยนต์มาให้เป็นเงิน 14,000 บาท ครั้งที่สอง ติดต่อกับชายคนหนึ่งจำชื่อไม่ได้ หมายเลขโทรศัพท์คนละหมายเลขกับหมายเลขครั้งแรก ได้รับค่าตอบแทนแลกกับการเช่าซื้อรถจักรยานยนต์มาให้เป็นเงิน 12,000 บาท เป็นที่มาของการมาแจ้งความดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่าเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ นางสาวระพีจึงไม่ประสงค์แจ้งความต่อไปและยินยอมเป็นสายลับเพื่อจับกุมผู้กระทำการดังกล่าว โดยโทรศัพท์ไปที่หมายเลข 08 1155 xxxx ซึ่งเป็นหมายเลขโทรศัพท์หนึ่งในหลายหมายเลขจากใบปลิวที่ติดประกาศไว้ตามศาลา รอรถโดยสารและค้นได้จากที่บ้านของนางสาวระพี นางสาวระพีได้พูดคุยกับชายคนหนึ่งบอกว่าให้นางสาวระพีไปเช่าซื้อรถจักรยานยนต์มาแลกกับเงินจำนวน 10,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงติดต่อขอยืมรถจักรยานยนต์ของบริษัทกรุ๊ปลิส จำกัด (มหาชน) จากร้านอาคมเจริญยนต์ซึ่งมีนางสาวอริศรา เป็นผู้จัดการร้าน เป็นรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ ป้ายแดง วันรุ่งขึ้นคือวันที่ 16 ตุลาคม 2555 เจ้าหน้าที่ตำรวจให้นางสาวระพีขับไปยังจุดนัดพบที่หน้าพานทองคอนโดมิเนียมเวลาประมาณ 17.15 นาฬิกา โดยวันนั้นจำเลยที่ 2 ขับรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อเชฟโรเลต หมายเลขทะเบียน ฎข 8792 กรุงเทพมหานคร พร้อมจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นภริยาของจำเลยที่ 2 ไปส่งจำเลยที่ 1 ที่บริเวณจุดนัดพบ เมื่อนางสาวระพีพบจำเลยที่ 1ซึ่งมารับรถจักรยานยนต์ตามที่ตกลงกันแทนชายคนที่นางสาวระพีติดต่อด้วย ขณะจำเลยที่ 1จะหยิบเงินออกจากกระเป๋าเสื้อเพื่อให้นางสาวระพีก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ถูกจับกุมในวันรุ่งขึ้นคือวันที่ 17 ตุลาคม 2555 ขณะไปเยี่ยมจำเลยที่ 1 ที่สถานีตำรวจภูธรพานทอง คดีคงมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 เพียงว่า นางสาวอริศรา มอบรถจักรยานยนต์ของกลางให้เจ้าหน้าที่ตำรวจยืมไป ไม่ใช่เกิดจากถูกนางสาวระพีหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้น ได้ไปซึ่งรถจักรยานยนต์จากผู้ถูกหลอกลวง เมื่อการกระทำของนางสาวระพีไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของนางสาวระพีหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 84 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ผู้ใดก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดไม่ว่าด้วยการใช้ บังคับ ขู่เข็ญ จ้าง วาน หรือยุยงส่งเสริม หรือด้วยวิธีอื่นใด ผู้นั้นเป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิด" สำหรับการก่อให้ผู้อื่นไปกระทำความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญาม
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7086/2559 · ทนอย Thanoy