ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2561

ฎีกาที่ 7100/2561

หลักกฎหมาย

การที่จำเลยรับฝากเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้จาก ส. ด้วยการซุกซ่อนไว้ในเสื้อยกทรงของจำเลยในขณะที่จำเลยกับพวกขับรถผ่านด่านตรวจเพื่อช่วยเหลือ ส. ให้นำเมทแอมเฟตามีนของกลางให้รอดพ้นจากการตรวจค้นของเจ้าพนักงานตำรวจโดยไม่ถูกจับกุม เป็นการช่วยเหลือเพื่อให้ความสะดวกแก่ ส. ในการมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำเลยจึงมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน ส. ให้กระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 100, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 83 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง เพิ่มโทษจำเลยเป็นสามเท่าตามที่กฎหมายกำหนด จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสอง, 100 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ให้จำคุก 8 ปี และปรับ 800,000 บาท ทางนำสืบในชั้นพิจารณาของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ เห็นสมควรลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เป็นจำคุก 5 ปี 4 เดือน และปรับ 533,333.33 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 (ที่แก้ไขใหม่) ในการกักขังแทนค่าปรับให้กักขังได้เกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังยุติโดยคู่ความไม่ได้โต้แย้งในชั้นฎีกาว่า จำเลยกับนายสมเจตน์ เป็นสามีภริยากันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส จำเลยเป็นข้าราชการสังกัดกรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อนเกิดเหตุนายสมเจตน์ขับรถยนต์ หมายเลขทะเบียน ฌย 5523 กรุงเทพมหานคร พร้อมจำเลยและนายอนุพงษ์ กับนายพนมกร เพื่อนนายสมเจตน์เดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดในภาคเหนือและพักค้างคืนที่จังหวัดเชียงใหม่ ขณะพักค้างคืนนายสมเจตน์และเพื่อนชายทั้งสองร่วมกันเสพเมทแอมเฟตามีน โดยจำเลยไม่ได้ร่วมเสพเมทแอมเฟตามีนแล้วนายสมเจตน์เก็บเมทแอมเฟตามีนที่เหลืออีก 26 เม็ด ไว้ที่ตัว ต่อมาวันที่ 26 พฤษภาคม 2557 นายสมเจตน์ขับรถยนต์พาจำเลยและเพื่อนชายทั้งสองเดินทางไปอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ขณะรถยนต์กำลังจะแล่นผ่านด่านตรวจถาวรอำเภอแม่จัน ร้อยตำรวจโท จรัญ เจ้าพนักงานตำรวจประจำด่านตรวจเห็นนายสมเจตน์และเพื่อนชายสองคนมีลักษณะคล้ายคนเพิ่งเสพยาเสพติดมาจึงขอตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะของนายสมเจตน์และเพื่อนชายทั้งสอง และพบว่ามีสารเสพติดอยู่จริง และเมื่อมีการตรวจค้นตัวจำเลยก็พบเมทแอมเฟตามีน 26 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในเสื้อยกทรงของจำเลย นายสมเจตน์และจำเลยให้การว่าเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวเป็นของนายสมเจตน์ที่ฝากจำเลยไว้ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ โจทก์มีร้อยตำรวจโท จรัญ และดาบตำรวจ สันติสุข เจ้าพนักงานตำรวจร่วมจับกุมจำเลยเป็นพยานเบิกความทำนองเดียวกันว่า ขณะที่พยานทั้งสองปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ด่านตรวจถาวรอำเภอแม่จัน และให้นายสมเจตน์หยุดรถยนต์เก๋งที่กำลังขับให้ตรวจอยู่นั้น ดาบตำรวจ สันติสุขสังเกตเห็นนายสมเจตน์กับชายอีกสองคนในรถยนต์มีท่าทางคล้ายคนที่เสพยาเสพติดให้โทษมา จึงสั่งให้นายสมเจตน์ขับรถเข้าชิดริมถนนและให้นายสมเจตน์กับชายอีกสองคนลงจากรถเพื่อทำการตรวจปัสสาวะ ส่วนจำเลยนั่งรออยู่ในรถ ผลการตรวจปัสสาวะของนายสมเจตน์กับชายสองคนพบว่ามีผลบวก แต่เมื่อค้นตัวแล้วไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย ร้อยตำรวจโท จรัญจึงให้นายสมเจตน์ขับรถอ้อมกลับไปยังที่ทำการด่านตรวจเพื่อตรวจค้นรถ ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย แต่สังเกตเห็นว่าจำเลยมีท่าทางกระสับกระส่ายเป็นพิรุธจึงขอตรวจค้นตัวจำเลย ผลการตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีน 26 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในเสื้อยกทรงของจำเลย ร้อยตำรวจโท จรัญสอบถามนายสมเจตน์แล้วรับว่าเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวเป็นของตนที่ฝากจำเลยไว้ตอนอยู่ในรถ และจำเลยให้การว่าเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวเป็นของนายสมเจตน์ที่ฝากตนไว้ เห็นว่า พยานโจทก์ดังกล่าวเบิกความยืนยันว่า จับจำเลยได้พร้อมเมทแอมเฟตามีนของกลางที่ซุกซ่อนไว้ในเสื้อยกทรงของจำเลยที่นายสมเจตน์ฝากเก็บไว้ขณะที่จำเลยกับพวกขับรถผ่านด่านตรวจที่เกิดเหตุ สอดคล้องกับคำให้การชั้นสอบสวนของนายสมเจตน์และจำเลยที่ว่า เมื่อนายสมเจตน์ขับรถไปใกล้จะถึงด่านตรวจที่เกิดเหตุ นายสมเจตน์ยื่นห่อกระดาษชำระพันถุงพลาสติกที่บรรจุเมทแอมเฟตามีนของกลางส่งให้จำเลยนำไปเก็บซ่อนไว้ที่ตัว จำเลยรับมาแล้วนำไปเก็บไว้ในเสื้อยกทรงของจำเลยมีน้ำหนักให้รับฟัง จำเลยเบิกความรับว่า เมทแอมเฟตามีนของกลางที่ค้นพบในเสื้อยกทรงของจำเลยเป็นของนายสมเจตน์สามีที่ฝากไว้ขณะถึงด่านตรวจที่เกิดเหตุ แต่อ้างว่าขณะที่นายสมเจตน์ฝากไว้ไม่ได้บอกว่าเป็นของอะไร และจำเลยไม่ทราบว่าเป็นเมทแอมเฟตามีน เห็นว่า จำเลยเป็นภริยานายสมเจตน์และได้ความว่าก่อนเกิดเหตุ 1 วัน จำเลย นายสมเจตน์ และเพื่อนนายสมเจตน์อีก 2 คน พักในโรงแรมที่พักในจังหวัดเชียงใหม่ นายสมเจตน์กับพวกได้เสพเมทแอมเฟตามีน หลังจากนั้นรุ่งเช้าได้ร่วมเดินทางมาด้วยกันจนถึงด่านตรวจที่เกิดเหตุแม้ไม่ได้ความว่าจำเลยได้ร่วมเสพเมทแอมเฟตามีนด้วย แต่จำเลยเป็นภริยานายสมเจตน์และพักร่วมห้องเดียวก
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7100/2561 · ทนอย Thanoy