ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2540

ฎีกาที่ 7105/2540

หลักกฎหมาย

ประเด็นข้อพิพาทในคดีมีว่าจำเลยร่วมทั้งสองซึ่งเป็นลูกจ้างของโจทก์ ป่วยเป็นโรคปอดเนื่องจากการทำงานหรือไม่เป็นประเด็นข้อพิพาทเดียวกันกับประเด็นข้อพิพาทในคดีเรื่องอื่นของศาลแรงงานกลางซึ่งอยู่ในระหว่างดำเนินการ ส่งลูกจ้างไปให้คณะกรรมการแพทย์ที่ศาลตั้งขึ้นตรวจวิเคราะห์โรคตามคำท้าของคู่ความ ได้ผลประการใดให้ถือเป็นข้อแพ้ชนะแห่งคดี และคู่ความทุกฝ่ายในคดีนี้เห็นพ้องต้องกันขอถือเอาคำท้าในคดีดังกล่าวเป็นเกณฑ์ในการวินิจฉัยคดีนี้โดยตกลงให้จัดส่งจำเลยทั้งสองไปตรวจวิเคราะห์โรคด้วยเช่นเดียวกับคดีดังกล่าวข้างต้น ดังนี้เพื่อความสะดวกในการพิจารณาและพิพากษาคดี ศาลแรงงานกลางย่อมมีอำนาจออกคำสั่งให้จำหน่ายคดีนี้ออกจากสารบบความเป็นการชั่วคราว เพื่อรอฟังผลการตรวจวิเคราะห์โรคของจำเลยร่วมทั้งสองก่อน เมื่อศาลแรงงานกลางวินิจฉัยคดีไปตามประเด็นพิพาททุกข้อที่กำหนดไว้ โดยพิจารณาไปตามเหตุผลที่ปรากฏในคำคู่ความและพยานหลักฐานในสำนวนมิได้วินิจฉัยคดีไปตามคำท้าของคู่ความในคดีอื่นซึ่งมีประเด็นที่พิพาทเป็นอย่างเดียวกันกรณีจึงไม่มีเหตุที่ศาลแรงงานกลางจะต้องเพิกถอนรายงานกระบวนพิจารณาที่ได้จดบันทึกพาดพิงถึงคำท้าของคู่ความในคดีอื่น เพราะรายงานกระบวนพิจารณาข้างต้นมิได้ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงไป พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 30 ให้อำนาจแก่ศาลแรงงานกลางในการออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยให้ถือว่าเป็นผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้ความเห็นแก่ศาลประกอบการพิจารณาและพิพากษา ดังนั้น เมื่อจำเลยทั้งสองต้องการและพอใจให้ศาลจัดให้มีคณะกรรมการแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นเพื่อตรวจวิเคราะห์โรคของจำเลยทั้งสอง การแต่งตั้งคณะกรรมการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของศาลแรงงานกลางจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า สำนักงานกองทุนเงินทดแทนซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดของจำเลยมีหนังสือแจ้งผลการวินิจฉัยเงินทดแทนรวม 2 ฉบับว่า นางสาวจำเนียร พร้อมมูล กับนางอาภรณ์ อังศุจันทร์ลูกจ้างของโจทก์ ได้รับอันตรายหรือเจ็บป่วยด้วยโรคที่เกิดขึ้นจากการทำงานให้แก่โจทก์ มีสิทธิได้รับเงินทดแทนจากกองทุนเงินทดแทนโจทก์ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าวจึงได้ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน ต่อมาวันที่ 19 กันยายน 2537สำนักงานกองทุนเงินทดแทนมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์ว่ากรณีนี้ลูกจ้างจ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง จึงมีมติให้ยกข้ออุทธรณ์ของโจทก์เนื่องจากโจทก์ไม่มีสิทธิอุทธรณ์ตามข้อ 23 แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องอัตราและวิธีเรียกเก็บเงินสมทบฯซึ่งโจทก์ไม่เห็นด้วย โจทก์ในฐานะเป็นนายจ้างมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนเพื่อให้วินิจฉัยว่าลูกจ้างทั้งสองดังกล่าวไม่ได้เจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน เพราะโจทก์มีส่วนได้เสียต้องส่งเงินเข้าสมทบกองทุนเงินทดแทน และที่วินิจฉัยว่าลูกจ้างทั้งสองป่วยเป็นโรคปอดบิสซิโนซีสเนื่องจากการทำงานนั้นก็ยังไม่มีการยืนยันเป็นที่แน่นอนว่าเกิดจากฝุ่นฝ้าย ทั้งโจทก์ได้จัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างทุกคนเป็นประจำปีก็ไม่ปรากฏว่าลูกจ้างทั้งสองดังกล่าวมีอาการผิดปกติทางปอดอันเป็นอากรของโรคบิสซิโนซีส โจทก์ได้จัดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (ผ้าปิดจมูก)ให้แก่ลูกจ้างทุกคน สถานที่ทำงานเป็นห้องโถงโล่ง มีการควบคุมความชื้น มีอุปกรณ์ในการเก็บฝุ่นละออง มีเครื่องดูดฝุ่นฝ้ายลงสู่อุโมงค์ใต้พื้นทางเดินและแผ่นกรองด้านผนัง จัดให้มีแพทย์และพยาบาลคอยให้การรักษาให้คำแนะนำแก่ลูกจ้างในการทำงานทุกวันส่งเสริมให้ออกกำลังกายตลอดปี ทั้งสำนักงานกองทุนเงินทดแทนไม่ได้จัดส่งตัวลูกจ้างทั้งสองไปตรวจรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอีกครั้งหนึ่ง ไม่ได้มีการพิจารณาโดยละเอียดถี่ถ้วน ไม่มีประวัติการรักษาลูกจ้างในโรงพยาบาลแห่งใดมาประกอบการพิจารณา คงมีแต่เพียงใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลราชวิถี กรุงเทพมหานครเพียงอย่างเดียวในการพิจารณาวินิจฉัย ด้วยเหตุผลดังกล่าวโจทก์ไม่เชื่อว่าลูกจ้างทั้งสองดังกล่าวข้างต้นป่วยเป็นโรคปอดบิสซิโนซิส หากป่วยจริงก็ไม่ได้เกิดขึ้นเนื่องจากการทำงานในโรงงานของโจทก์ แต่เกิดขึ้นเนื่องจากความบกพร่องในร่างกายของลูกจ้างทั้งสองที่มีอาการผิดปกติ ดังนั้นคำวินิจฉัยของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนและมติคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนจึงไม่ถูกต้อง ขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนกับให้เพิกถอนมติคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนที่พิจารณาอุทธรณ์ จำเลยให้การว่า ลูกจ้างทั้งสองดังกล่าวข้างต้นของโจทก์ได้รับการรักษาจากแพทย์หญิงอรพรรณ์ เมธาดิลกกุล แห่งโรงพยาบาลราชวิถีและลงความเห็นว่าป่วยเป็นโรคปอดบิสซิโนซีสอันเนื่องมาจากการทำงานและโจทก์ไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยของสำนักงานกองทุนเงินทดแทน เพราะเป็นสิทธิของลูกจ้างหรือผู้มีสิทธิเท่านั้น ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราและวิธีเรียกเก็บเงินสมทบฯ ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2516 ข้อ 23กับข้อ 24 และโจทก์มิได้ถูกโต้แย้งสิทธิจึงไม่มีอำนาจนำคดีมาฟ้อง ระหว่างพิจารณานางสาวจำเนียร พร้อมมูล และนางอาภรณ์ อังศุจันทร์ ยื่นคำร้องสอดขอเข้าเป็นจำเลยร่วมศาลแรงงานกลางอนุญาต กรณีสืบเนื่องจากคดีนี้มีประเด็นข้อพิพาทเช่นเดียวกับคดีหมายเลขดำที่ 218/2538 หมายเลขแดงที่ 10682/2538 ของศาลแรงงานกลาง โดยโจทก์ จำเลยเป็นรายเดียวกันและอยู่ระหว่างนัดพร้อมเพื่อหาแนวทางวินิจฉัยคดีจากกองอาชีวอนามัย กรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข และทนายจำเลยร่วมคดีนี้ได้ร่วมรู้เห็นมาตลอดจนกระทั่งวันที่ 25 ธันวาคม 2538 ทนายโจทก์ ทนายจำเลยและทนายจำเลยร่วมทั้งสองได้แถลงว่าคดีนี้มีประเด็นข้อพิพาทโดยตรงว่า ลูกจ้างของโจทก์ป่วยเป็นโรคปอดเนื่องจากการทำงาน(บิสซิโนซีส) หรือไม่ อันเป็นประเด็นที่ท้ากันในคดีหมายเลขดำที่ 218/2538 ดังกล่าว จึงขอถือเอาคำท้าในคดีดังกล่าวเป็นเกณฑ์วินิจฉัยคดีนี้ด้วยและเนื่องจากคดีหมายเลขดำที่ 218/2538อยู่ระหว่างขั้นตอนจัดนำลูกจ้างไปให้คณะกรรมการแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิที่ศาลแรงงานกลางจัดตั้งขึ้นตรวจวิเคราะห์โรคอีกครั้งหนึ่งตามคำท้าได้ผลประการใดถือเป็นข้อแพ้ชนะแห่งคดีโดยไม่จำต้องสืบพยานทั้งสองฝ่ายอีกต่อไป รายละเอียดปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับวันที่ 25 ธันวาคม 2538 ซึ่งทนายจำเลยร่วมทั้งสองได้ลงชื่อรู้เห็นชอบกับคำท้าในคดีหมายเลขดำที่ 218/2538 ด้วยที่ให้ลูกจ้างของโจทก์รวมทั้งจำเลยร่วมทั้งสองและพวกที่ฟ้องในคดีอื่นทำนองเดียวกันนี้อีกหลายสำนวนให้ไปรับการตรวจวินิจฉัยจากคณะกรรมการแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิชุดดังกล่าวอีกครั้ง คำวินิจฉัยของคณะกรรมการแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิให้ถือเป็นที่สุดหากลูกจ้างผู้ใดไม่ไปรับการตรวจโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องให้ทางกองทุนเงินทดแทนหรือคณะกรรมการแพทย์ทราบ ถือว่าลูกจ้างผู้นั้นใช้สิทธิโด
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7105/2540 · ทนอย Thanoy