ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2552

ฎีกาที่ 7119/2552

หลักกฎหมาย

จำเลยยื่นคำขอรับสิทธิบัตรความคุ้มครองในเรื่องของผลิตภัณฑ์ กรรมวิธี และการใช้สิ่งประดิษฐ์เสื่อกก โดยมีข้อถือสิทธิว่า "1.การใช้เสื่อปูรองหรือหีบห่อสินค้าที่ลงระวางในเรือบรรทุกสินค้า เพื่อกั้นและดูดซับความชื้นโดยเสื่อนี้ทอขึ้นจาก (ก) ต้นธูปฤาษี กกรังกา และ/หรือกกกลม ชนิดใดชนิดหนึ่งหรือมากกว่าโดยปราศจากการลอกโครงสร้างภายนอก (ข) เส้นเอ็นสังเคราะห์หรือเส้นด้าย" แต่กรมทรัพย์สินทางปัญญาจำกัดขอบเขตการคุ้มครองไว้เพียงเรื่องของการใช้ผลิตภัณฑ์ ในขณะที่โจทก์กล่าวอ้างว่าสิทธิบัตรของจำเลยเป็นสิทธิบัตรเพื่อการใช้ ซึ่งไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 ในเรื่องของสิทธิบัตรการใช้ใหม่ (New Use Patent) นั้น ตาม พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 ได้นิยามศัพท์คำว่า "สิทธิบัตร" คือหนังสือสำคัญที่ออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ และ "การประดิษฐ์" คือ การคิดค้นหรือคิดทำขึ้นอันเป็นผลให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์หรือกรรมวิธีใดขึ้นใหม่ หรือการกระทำใดๆ ที่ทำให้ดีขึ้นซึ่งผลิตภัณฑ์หรือกรรมวิธี ทั้งได้บัญญัติถึงสิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรไว้ในมาตรา 36 ว่า ผู้ทรงสิทธิบัตรเท่านั้นมีสิทธิดังต่อไปนี้ (1) ในกรณีสิทธิบัตรผลิตภัณฑ์ หมายถึง สิทธิในการผลิต ใช้ ขาย มีไว้เพื่อขายเสนอขาย หรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตร (2) ในกรณีสิทธิบัตรกรรมวิธี หมายถึง สิทธิในการใช้กรรมวิธีตามสิทธิบัตร ผลิต ใช้ ขาย มีไว้เพื่อขาย เสนอขาย หรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยใช้กรรมวิธีตามสิทธิบัตร จะเห็นได้ว่า กฎหมายดังกล่าวไม่ได้บัญญัติถึงการให้สิทธิบัตรในส่วนของการใช้ใหม่ของการประดิษฐ์ที่รู้จักอยู่แล้วไว้เป็นพิเศษต่างหากโดยชัดแจ้ง ทั้งไม่ได้บัญญัติถึงสิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรการใช้ในลักษณะดังกล่าวแต่อย่างใด สิทธิบัตรของจำเลยจึงไม่อาจถือได้ว่าเป็นการออกให้แก่การใช้ใหม่ (New Use Patent) เพราะไม่มีบทกฎหมายรับรอง

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้พิพากษาเพิกถอนสิทธิบัตรของจำเลยทะเบียนหมายเลขที่ 8871 ออกจากสารบบทะเบียนสิทธิบัตรของกรมทรัพย์สินทางปัญญา จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า สิทธิบัตรหมายเลขที่ 8871 ออกไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้เพิกถอนสิทธิบัตรหมายเลขที่ 8871 ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า... ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยประการสุดท้ายมีว่า สิทธิบัตรของจำเลยออกโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ในเรื่องของสิทธิบัตรการใช้ใหม่ (New use patent) นั้น ตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ.2522 ได้ให้นิยามศัพท์คำว่า "สิทธิบัตร" คือ หนังสือสำคัญที่ออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ และ "การประดิษฐ์" คือ การคิดค้นหรือคิดทำขึ้นอันเป็นผลให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์หรือกรรมวิธีใดขึ้นใหม่ หรือการกระทำใด ๆ ที่ทำให้ดีขึ้นซึ่งผลิตภัณฑ์หรือกรรมวิธี ทั้งได้บัญญัติถึงสิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรไว้ในมาตรา 36 ว่า ผู้ทรงสิทธิบัตรเท่านั้นมีสิทธิดังต่อไปนี้ (1) ในกรณีสิทธิบัตรผลิตภัณฑ์ หมายถึง สิทธิในการผลิต ใช้ ขาย มีไว้เพื่อขาย เสนอขาย หรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตร (2) ในกรณีสิทธิบัตรกรรมวิธี หมายถึง สิทธิในการใช้กรรมวิธีตามสิทธิบัตร ผลิต ใช้ ขาย มีไว้เพื่อขาย เสนอขาย หรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยใช้กรรมวิธีตามสิทธิบัตร จะเห็นได้ว่า กฎหมายดังกล่าวไม่ได้บัญญัติถึงการให้สิทธิบัตรในส่วนของการใช้ใหม่ของการประดิษฐ์ที่รู้จักอยู่แล้วไว้เป็นพิเศษต่างหากโดยชัดแจ้ง ทั้งไม่ได้บัญญัติถึงสิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรการใช้ในลักษณะดังกล่าวแต่อย่างใดกรณีไม่อาจแปลความพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ.2522 ไปได้เช่นนั้นตามที่นางสาวดุษณีย์พยานโจทก์ซึ่งรับราชการสังกัดกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์และเป็นผู้ตรวจสอบคำขอรับสิทธิบัตร ได้เบิกความว่า การประดิษฐ์แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ ผลิตภัณฑ์ กรรมวิธีหรือวิธีการหรือการเตรียม และการใช้ อนึ่ง กฎกระทรวง ฉบับที่ 21 (พ.ศ.2542) ออกตามความในพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ.2522 ข้อ 5 นั้น เป็นการระบุถึงข้อถือสิทธิว่า คำขอรับสิทธิบัตรที่ระบุข้อถือสิทธิดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นคำขอรับสิทธิบัตรสำหรับการประดิษฐ์อย่างเดียว (1) ข้อถือสิทธิหลักที่ระบุผลิตภัณฑ์ที่ขอรับความคุ้มครอง และระบุกรรมวิธีในการผลิตและการใช้ผลิตภัณฑ์นั้นไว้ในข้อถือสิทธิหลักข้ออื่น (2) ข้อถือสิทธิหลักที่ระบุถึงกรรมวิธีใดที่ขอรับความคุ้มครอง และระบุอุปกรณ์และหรือเครื่องมือที่ใช้กับกรรมวิธีนั้น ยังไม่อาจถือว่า ข้อความตามข้อ 5 (1) ข้างต้น หมายความว่า การประดิษฐ์แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ดังนั้น สิทธิบัตรของจำเลยจึงไม่อาจถือได้ว่าเป็นการออกให้แก่การใช้ใหม่ (New use patent) เพราะไม่มีบทกฎหมายรับรอง ส่วนปัญหาว่า สิทธิบัตรของจำเลยดังกล่าวจะได้รับความคุ้มครองในเรื่องของสิทธิบัตรผลิตภัณฑ์ หรือกรรมวิธี หรือไม่ เห็นว่า ในกรณีของสิทธิบัตรผลิตภัณฑ์นั้น แม้จำเลยจะนำสืบในทำนองว่า จำเลยเป็นผู้คิดค้นและใช้ต้นกกช้างหรือต้นธูปฤาษีมาทอเสื่อ แต่ตามสิทธิบัตรของจำเลยในข้อถือสิทธิระบุว่า เสื่อทอขึ้นจากต้นธูปฤาษี กกสามเหลี่ยม หรือกกรังกา และหรือกกกลม ชนิดใดชนิดหนึ่งหรือมากกว่า โดยปราศจากการลอกโครงสร้างภายนอก จึงแสดงว่าจำเลยขอรับสิทธิบัตรเพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์ของตนคือ การใช้ต้นธูปฤาษี กกสามเหลี่ยม หรือกกรังกา และหรือกกกลม ชนิดใดชนิดหนึ่งหรือมากกว่าในการทอเสื่อ ซึ่งเป็นสิทธิแต่ผู้เดียวที่บุคคลอื่นจะใช้วัสดุดังกล่าวในการทอเสื่อไม่ได้ แต่ในทางกลับกัน การที่จำเลยระบุข้อถือสิทธิในลักษณะ เช่นนี้ หากเคยมีการทอเสื่อโดยใช้วัสดุเหล่านี้มาก่อน เท่ากับว่าการประดิษฐ์ของจำเลยเคยมีอยู่แล้วและไม่มีความใหม่ ซึ่งตามพยานหลักฐานของโจทก์แสดงว่า ผลิตภัณฑ์เสื่อมีมาเป็นเวลานานแล้ว โดยมีการใช้ต้นกกในการทอเสื่อดังกล่าว รวมถึงต้นกกช้างหรือต้นธูปฤาษีใบผือ ต้นกกสามเหลี่ยม และกกไตหย่าหรือกกกลมด้วย นอกจากนี้นางสาวดุษณีย์เบิกความด้วยว่า ต้นกกที่ต่างกันไม่เป็นคุณสมบัติที่จะขอรับสิทธิบัตรได้เมื่อพิจารณาสิทธิบัตรของจำเลยในส่วนของรายละเอียดของการประดิษฐ์ข้อ 2 เรื่อง ลักษณะและความมุ่งหมายของการประดิษฐ์โดยย่อ ก็ระบุว่า "ต้นธูปฤาษี" ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เรียกว่า "ผือ" หรือ "กกช้าง" ซึ่งต้นกกช้างหรือต้นธูปฤาษี หรือกกชนิดอื่นๆ นั้นเป็นวัชพืชที่ใช้ทดแทนกับวัสดุอื่นเพื่อใช้ในการทอเสื่อได้อยู่แล้ว ทำให้น่าเชื่อว่าเสื่อที่ทอขึ้นจากวัสดุดังกล่าวมีหรือใช้เป็นที่รู้จักแพร่หลายอยู่แล้วในประเทศไทยก่อนวันที่จำเลยขอรับสิทธิบัตร เพราะฉะนั้น การที่จำเลยใช้ต้นกกช้าง หรือต้นธูปฤาษีหรือ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7119/2552 · ทนอย Thanoy