ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2554

ฎีกาที่ 7197/2554

หลักกฎหมาย

ด้านหลังใบตราส่งมีข้อความเป็นเงื่อนไขของการขนส่งในข้อ 15 (2) เป็นภาษาอังกฤษว่า สินค้าไม่ว่าจะบรรจุในตู้สินค้าหรือไม่ได้บรรจุในตู้สินค้า ผู้ขนส่งมีสิทธิที่จะนำสินค้าไปวางไว้บนปากระวางเรือได้ ถือได้ว่าการขนส่งสินค้าพิพาทครั้งนี้ได้มีการจดแจ้งข้อตกลงไว้ในใบตราส่งแล้วว่า ผู้ขนส่งและผู้ส่งตกลงกันให้บรรทุกหรืออาจบรรทุกสินค้าพิพาทบนปากระวางได้ ตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 11 วรรคสอง การนำสินค้าพิพาทบรรทุกบนปากระวางเรือ จึงไม่อาจถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ปฏิบัติผิดข้อตกลงโดยชัดแจ้งในการขนส่งในข้อที่ให้บรรทุกสินค้าในระวางเรือตาม พ.ร.บ.การรับขนส่งทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 11 วรรคห้า ซึ่งจะทำให้ต้องถือว่าจำเลยที่ 1 กระทำการหรืองดเว้นกระทำการตามมาตรา 60 (1) อันจะทำให้ไม่อาจจำกัดความรับผิดของผู้ขนส่งตามมาตรา 58 หากมีกรณีที่ต้องรับผิดแต่อย่างใด แม้จำเลยที่ 1 มีข้อตกลงระบุไว้ในใบตราส่งว่า จำเลยที่ 1 มีสิทธิที่จะบรรทุกสินค้าไว้บนปากระวางเรือได้ แต่เนื่องจากตู้สินค้าที่บรรจุสินค้าเครื่องจักรประเภท VACUUM DRYER พร้อมอุปกรณ์เป็นแบบ FLAT RACK มีลักษณะเปิด ตัวตู้สินค้ามีเพียงฐานวางสินค้า สินค้ามีขนาดความสูงและความกว้างเกินกว่าปกติ ทั้งสินค้ามีแผ่นพลาสติกและลังไม้ห่อหุ้มไว้เท่านั้น ตามวิสัยของผู้ประกอบการวิชาชีพที่ย่อมต้องทราบถึงระดับของความเสี่ยงต่อความเสียหายของสินค้าที่มีมากขึ้น ผู้ขนส่งจึงควรให้ข้อมูลเรื่องความเสี่ยงและสอบถามผู้ส่งให้ชัดแจ้งว่า ยังให้วางตู้สินค้าพิพาทบนปากระวางที่ต้องถูกน้ำทะเลซัดเป็นเวลานาน หรือจะให้วางใต้ระวางเรือตำแหน่งใดซึ่งจะต้องเสียค่าระวางเพิ่ม เมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ได้มีการให้ข้อมูลและสอบถามผู้ส่งก่อนจัดวางตู้สินค้าพิพาทและได้จัดวางตู้สินค้าพิพาทบนปากระวางเรือในลักษณะที่มีความเสี่ยงกว่าปกติ ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 มิได้กระทำการทั้งปวงเท่าที่เป็นธรรมดาและสมควรจะต้องกระทำสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพรับขนของทางทะเลในการจัดระวางบรรทุกให้เหมาะสมและปลอดภัยตามสภาพของสินค้าพิพาทที่ตนรับขนส่ง เมื่อสินค้าพิพาทเกิดความเสียหายเนื่องจากถูกน้ำทะเลกัดเซาะและเป็นสนิม จำเลยที่ 1 ผู้ขนส่งจึงต้องรับผิดเพื่อการเสียหายดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การที่ผู้ขนส่งมิได้ให้ข้อมูลและสอบถามผู้ส่งก่อนแล้วสินค้าพิพาทปนเปื้อนน้ำทะเลได้รับความเสียหาย ก็ยังไม่พอฟังได้ว่าความเสียหายดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะการละเลยหรือไม่เอาใจใส่ของจำเลยที่ 1 ผู้ขนส่ง ทั้งที่รู้ว่าความเสียหายอาจเกิดขึ้นได้เพราะยังมีความเป็นไปได้มากเช่นกันว่า สินค้าอาจไม่ได้รับความเสียหาย จำเลยที่ 1 จึงยกข้อจำกัดความรับผิดขึ้นต่อสู้โจทก์ได้

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 1,017,202.50 บาท และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 967,313 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 967,313 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 9 เมษายน 2546 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 17 ธันวาคม 2546) ต้องไม่เกิน 49,889.50 บาท ตามที่โจทก์ขอมา ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า บริษัทซี.พี.แอล.กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ซื้อได้สั่งซื้อสินค้าเครื่องจักรประเภทเครื่องเป่าแห้ง (VACUUM DRYER) พร้อมอุปกรณ์จาก INDUSTRIE MECCANICHE BERGI - OFB S.P.A. ผู้ขายที่ประเทศอิตาลี ในราคารวมค่าระวาง (ซีแอนด์เอฟ) เป็นเงิน 143,000 ยูโร ผู้ขายได้ว่าจ้างให้จำเลยที่ 1 ทำการขนส่งสินค้าดังกล่าวในแบบ FCL/FCL หมายความว่า ผู้ส่งมีหน้าที่รับตู้สินค้าจากผู้ขนส่งไปบรรจุสินค้าเองแล้วนำตู้สินค้าไปมอบให้ผู้ขนส่งที่ท่าเรือต้นทาง และเมื่อสินค้าเดินทางไปถึงท่าเรือปลายทาง ผู้ซื้อหรือผู้รับตราส่งมีหน้าที่ไปรับตู้สินค้าที่สถานีตรวจปล่อยสินค้าที่ลาดกระบังนำไปเปิดที่ที่ทำการของผู้ซื้อหรือผู้รับตราส่ง โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 เพื่อเป็นประกันความเสียหายหรือสูญหายของสินค้าเครื่องจักรในระหว่างการขนส่ง ผู้ซื้อได้เอาประกันภัยแบบคุ้มครองทุกประเภทไว้กับโจทก์ในวงเงินทุนประกันภัยจำนวน 6,919,627 บาท ในการบรรจุสินค้า เนื่องจากเครื่องจักรทำด้วยเหล็กมีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมาก ผู้ขายจัดการห่อหุ้มเครื่องจักรด้วยแผ่นพลาสติกทำลังไม้ปิดทึบห่อหุ้มเครื่องจักรแล้วจึงนำลังไม้บรรจุลงบนตู้สินค้าแบบ FLAT SLAC ขนาด 40 ฟุต x 9 ฟุต 6 นิ้ว แบบเปิดด้านบนและด้านข้าง คงมีเพียงฐานของตู้สินค้ารองรับลังสินค้าเครื่องจักรเท่านั้น ผู้ส่งนำตู้สินค้าบรรจุเครื่องจักรไปส่งให้จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 นำตู้สินค้าบรรทุกลงเรือ GERDIA และโดยวางตู้สินค้าบนปากระวางเรือออกเดินทางจากท่าเรือเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี และมีการเปลี่ยนถ่ายสินค้าขึ้นเรือสิงคโปร์ เบย์ ที่ท่าเรือประเทศสิงคโปร์ เดินทางมาถึงท่าเรือแหลมฉบัง ประเทศไทย บริษัทซี.พี.แอล.กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ซื้อ ได้รับตู้สินค้าเครื่องจักรและได้เปิดลังสินค้าพบว่า เครื่องเป่าแห้งและชิ้นส่วนอะไหล่เปียกน้ำและขึ้นสนิมเนื่องจากถูกน้ำทะเลจนได้รับความเสียหาย จึงแจ้งให้โจทก์ทราบ โจทก์ได้มอบหมายให้บริษัทยูไนเต็ดเซอเวย์เยอร์สแอนด์แอดจัสเตอร์ส จำกัด สำรวจความเสียหาย พบว่าเครื่องจักรและชิ้นส่วนได้รับความเสียหายเปียกน้ำทะเลและขึ้นสนิม อันเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นในระหว่างที่เครื่องจักรและอุปกรณ์อยู่ในความดูแลของจำเลยที่ 1 ผู้ขนส่ง ผู้ซื้อได้ทำการซ่อมแซมและเปลี่ยนชิ้นส่วนที่เสียหายคิดเป็นค่าเสียหายทั้งสิ้น 967,312.50 บาท โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยได้จ่ายเงินค่าเสียหายจำนวนดังกล่าวให้แก่ผู้ซื้อไปแล้ว มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ว่า ผู้ขนส่งต้องรับผิดเพื่อความเสียหายของสินค้าเครื่องจักรและอุปกรณ์หรือไม่ เพียงใด จำเลยที่ 1 อุทธรณ์หลายประการ กล่าวคือ จำเลยที่ 1 มีสิทธิวางสินค้าไว้บนปากระวางเรือได้โดยชอบ ความเสียหายของสินค้าเกิดขึ้นจากความผิดของผู้ส่งในการเลือกใช้ตู้สินค้าไม่เหมาะสมและไม่ทำการบรรจุหีบห่อสินค้าให้มิดชิดคลุมด้วยผ้าใบจึงทำให้เกิดสนิมขึ้นได้ จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดหรือหากศาลพิจารณาเห็นว่าจำเลยที่ 1 ต้องรับผิดก็ต้องรับผิดจำกัดจำนวนเงินตามพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 58 ซึ่งเห็นสมควรวินิจฉัยไปพร้อมกันโดยเห็นว่า สินค้าที่ขนส่งเป็นเครื่องจักรประเภทเครื่องเป่าแห้ง (VACUUM DRYER) ขนาดใหญ่พร้อมอุปกรณ์ทำด้วยเหล็กมีน้ำหนักสุทธิถึง 10,010 กิโลกรัม โจทก์มีทนายโจทก์เป็นพยานเบิกความประกอบบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงว่าพยานเป็นทนายความที่ดูแลเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและการประกันภัยสินค้าที่ซื้อขายระหว่างประเทศ โดยรับว่าความและให้คำปรึกษาด้านนี้มาประมาณ 10 ปีแล้ว สินค้าเครื่องจักรพร้อมอุปกรณ์ถูกบรรจุอยู่ในลังไม้ปิดทึบขนาด 840 x 318 x 280 เซนติเมตร ซึ่งใหญ่และสูงกว่าตู้สินค้าขนาดมาตรฐานทั่วไป ดังนั้น การขนส่งสินค้ารายนี้ต้องใช้ตู้สินค้าขนาดใหญ่พิเศษ จำเลยทั้งสองเป็นผู้จัดหาตู้สินค้าขนาด 9 ฟุต 6 นิ้ว แบบ FLAT ชนิดเปิดด้านข้างมา
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง