คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2559
ฎีกาที่ 7292/2559
หลักกฎหมาย
การพิจารณาว่าการกระทำของจำเลยทั้งสี่จะเป็นความผิดตามฟ้องหรือไม่ ในส่วนของสิทธิบัตรการประดิษฐ์จะต้องพิจารณาจากรายละเอียดขอบเขตการประดิษฐ์ในข้อถือสิทธิและรูปเขียนทั้งหมดที่ทำให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ตามความมุ่งหมายของการประดิษฐ์นั้น เมื่อผลิตภัณฑ์ของฝ่ายจำเลย มิใช่ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นโดยใช้ข้อถือสิทธิตามสิทธิบัตรการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์อุปกรณ์และวิธีการปล่อยสารกระตุ้นต้นไม้ให้ผลิตน้ำยาง เลขที่ 22925 ของโจทก์ การกระทำของจำเลยทั้งสี่จึงไม่เป็นความผิดฐานละเมิดสิทธิบัตรการประดิษฐ์ของโจทก์ตาม พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 85 ประกอบมาตรา 36 (1) เมื่อพิจารณารูปร่างของผลิตภัณฑ์ในข้อถือสิทธิตามสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ของโจทก์ กับผลิตภัณฑ์ของฝ่ายจำเลยแล้ว เห็นได้ว่าแบบผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ของโจทก์แตกต่างจากแบบผลิตภัณฑ์ของฝ่ายจำเลยอย่างชัดเจน จึงฟังไม่ได้ว่าผลิตภัณฑ์ของฝ่ายจำเลยเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นโดยใช้แบบผลิตภัณฑ์ในข้อถือสิทธิตามสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ของโจทก์ การกระทำของจำเลยทั้งสี่จึงไม่เป็นความผิดฐานละเมิดสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ตาม พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 85 ประกอบมาตรา 63 ส่วนที่โจทก์อุทธรณ์ว่าแม้แบบผลิตภัณฑ์ของฝ่ายจำเลยจะแตกต่างจากแบบผลิตภัณฑ์ของโจทก์ แต่ความแตกต่างดังกล่าวไม่ใช่สาระสำคัญและยังมีคุณสมบัติในการใช้สอยทำให้เกิดผลในทำนองเดียวกันนั้น เป็นหลักการตีความโดยทฤษฎีความเท่าเทียมกัน (Doctrine of Equivalents) ตาม พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 36 ทวิ วรรคสอง ประกอบมาตรา 36 ซึ่งเป็นเรื่องการละเมิดสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ซึ่งมาตรา 65 มิได้บัญญัติให้นำมาตรา 36 ทวิ วรรคสอง มาใช้กับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์โดยอนุโลม
มาตราที่อ้างถึง
พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 36พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 36 ทวิพ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 63พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 85
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 85, 86 และ 88 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และ 91 ศาลไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีมีมูลให้ประทับฟ้องจำเลยทั้งสี่ จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยทั้งสี่ไม่โต้แย้งกันในชั้นอุทธรณ์รับฟังได้ว่า โจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิบัตรการประดิษฐ์เลขที่ 22925 ชื่อที่แสดงถึงการประดิษฐ์อุปกรณ์และวิธีการในการปล่อยสารกระตุ้นต้นไม้ให้ผลิตน้ำยาง ตามสิทธิบัตรการประดิษฐ์เอกสารหมาย จ.3 สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์เลขที่ 27446 ชื่อที่แสดงถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ปล่อยสารกระตุ้นต้นไม้ให้ผลิตน้ำยาง ตามสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์เอกสารหมาย จ.4 และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ เลขที่ 27455 ชื่อที่แสดงถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ปล่อยสารกระตุ้นต้นไม้ให้ผลิตน้ำยาง ตามสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์เอกสารหมาย จ.5 ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ของโจทก์ปรากฏตามวัตถุพยานหมาย ว.จ.1 ถึง ว.จ.4 และ ว.จ.11 ส่วนผลิตภัณฑ์หมาย ว.จ.5 เป็นผลิตภัณฑ์ที่จำเลยที่ 1 นำเข้ามาในราชอาณาจักรจากประเทศมาเลเซีย ซึ่งตามวันและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง โจทก์ให้ผู้มีชื่อไปซื้อผลิตภัณฑ์ตามวัตถุพยานหมาย ว.จ.5 มาจากร้านค้าของจำเลยที่ 3 ที่ขายโดยจำเลยที่ 4 ส่วนกระป๋องตามวัตถุพยานหมาย ว.จ.6 บรรจุฮอร์โมนเอทธิลีนที่เป็นสารกระตุ้นใช้กับผลิตภัณฑ์ตามวัตถุพยานหมาย ว.จ.5 จำเลยที่ 3 เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตามวัตถุพยานหมาย ว.จ.5 ที่จำเลยที่ 1 นำเข้ามาในราชอาณาจักรแต่ผู้เดียวในจังหวัดพัทลุง จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการบริษัทผู้มีอำนาจทำการแทนจำเลยที่ 1 คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสี่ได้ร่วมกันกระทำความผิดฐานละเมิดสิทธิบัตรการประดิษฐ์และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ของโจทก์ตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 85 ประกอบมาตรา 36 และ 63 ดังที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องด้วยเหตุ 2 ประการ คือ ฟังไม่ได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่จำเลยที่ 1 นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายในร้านของจำเลยที่ 3 เป็นผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตรของโจทก์ และฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสี่มีเจตนาร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้อง ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ผลิตภัณฑ์ของจำเลยที่ 1 ตามวัตถุพยานหมาย ว.จ.5 มีสาระสำคัญประกอบด้วยหัวโลหะทรงกลม มีท่อโลหะเล็ก ๆ สองท่อต่ออยู่ใต้หัวโลหะ และมีสายยางสองสายต่อจากท่อโลหะเล็ก ๆ เชื่อมกับถุงยืดหยุ่น อีกท่อหนึ่งต่อลอยไว้สำหรับรับสารเอทธิลีนจากกระป๋อง ส่วนใต้ถุงยืดหยุ่นมีสายยางต่อลอยไว้เพื่อรับสารเอทธิลีนเข้าไปเก็บไว้ในถุงผลิตภัณฑ์ตามวัตถุพยานหมาย ว.จ.5 จึงเหมือนคล้ายผลิตภัณฑ์ตามวัตถุพยานหมาย ว.จ.4 ของโจทก์ โดยมีข้อแตกต่างปลีกย่อย เช่น ท่อโลหะเล็ก ๆ สองท่อที่อยู่ใต้หัวโลหะตามผลิตภัณฑ์วัตถุพยานหมาย ว.จ.5 เรียงกันออกไปทางด้านเปิดของหัวโลหะ และสายยางที่ต่อกับท่อโลหะเล็ก ๆ มีขนาดแตกต่างกัน ทั้งผลิตภัณฑ์วัตถุพยานหมาย ว.จ.5 ยังใช้กับกระป๋องตามวัตถุพยานหมาย ว.จ.6 คล้ายกับผลิตภัณฑ์ของโจทก์ด้วย นั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศได้ตรวจพิจารณาข้อถือสิทธิและรูปเขียนตามสิทธิบัตรเอกสารหมาย จ.3 ถึง จ.5 ผลิตภัณฑ์ตามวัตถุพยานหมาย ว.จ.1 ถึง ว.จ.4 ของโจทก์เปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ตามวัตถุพยานหมาย ว.จ.5 และกระป๋องตามวัตถุพยานหมาย ว.จ.6 ของจำเลยประกอบคำเบิกความของนางสิริกร นักวิชาการตรวจสอบสิทธิบัตร กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรการประดิษฐ์เอกสารหมาย จ.3 และนายสรายุทธ นักวิชาการตรวจสอบสิทธิบัตร กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์หมาย จ.4 และ จ.5 แล้ว เห็นว่า ในการพิจารณาว่าการกระทำของจำเลยทั้งสี่จะเป็นความผิดตามฟ้องหรือไม่ ในส่วนของสิทธิบัตรการประดิษฐ์ จะต้องพิจารณาจากรายละเอียดขอบเขตการประดิษฐ์ในข้อถือสิทธิและรูปเขียนทั้งหมดที่ทำให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ตามความมุ่งหมายแห่งการประดิษฐ์นั้น ซึ่งก็คือผลิตภัณฑ์ตามวัตถุพยานหมาย ว.จ.1 ถึง ว.จ.4 ประกอบเข้าด้วยกันนั่นเองแล้วจึงนำมาเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ตามวัตถุพยานหมาย ว.จ.5 และกระป๋องตามวัตถุพยานหมาย ว.จ.6 ของฝ่ายจำเลยแล้วจะเห็นได้ว่า ผลิตภัณฑ์ของโจทก์ตามวัตถุพยานหมาย ว.จ.1 ถึง ว.จ.4 ประกอบกับข้อถือสิทธิที่เกี่ยวข้องตามที่โจทก์เบิกความถึงในข้อ 1 ย่อหน้าที่ 2 ว่า "รวมถึงกระป๋องอัดก๊าซสำหรับฉีด ซึ่งได้รับความดันและขั้นตอนการดึงเอาอากาศออกจากส่วนที่ปิดที่ถูกติดเพื่อทำให้เกิดสุญญากาศบางส่วนเป็นอย่างน้อยก่อนที่จะมีการป้อนสารกระตุ้นที่เป็นก๊าซ" มีหลักการคือ ต้องมีการดึงอากาศออก
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง