คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2539
ฎีกาที่ 7325/2539
หลักกฎหมาย
ทรัพย์สินที่กำหนดตามมาตรา 6(1) แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 นั้นภาษีจะต้องเป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในภาค 1 ส่วนทรัพย์สินตามมาตรา 6(2) แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 นั้นภาษีจะต้องเป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในภาค 2 ซึ่งหลักเกณฑ์ของภาษีทั้งสองภาคนั้นกฎหมายบัญญัติไว้แตกต่างกัน กรณีที่ดินที่มีลักษณะเป็นพื้นที่ว่างมิได้ใช้ปลูกโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างนั้นอยู่กระจัดกระจายกันไป มิใช่พื้นที่บริเวณต่อเนื่องกับสนามน็อกบอร์ดและมีถนนสาธารณะกั้นอยู่ระหว่างที่ว่างกับสนามดังกล่าว รวมทั้งพื้นที่ว่างนอกรั้วคลังพัสดุที่ใช้เก็บพัสดุสิ่งของต่าง ๆ มิได้ใช้เป็นที่เก็บพัสดุ หรือนำพัสดุมาตั้งไว้รอเก็บ หรือเป็นที่จอดรถยนต์เพื่อขนส่งพัสดุ อีกทั้งคลังพัสดุอยู่ห่างจากสนามเทนนิสและสนามน็อคบอร์ดประมาณ 800 เมตร ถึง 1,500 เมตรและอยู่แยกต่างหากจากโรงเรือนของโจทก์ มีถนน ทางรถไฟและคลองกั้นอยู่นั้น มิใช่ที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับสนามน็อกบอร์ด และคลังพัสดุอันเป็นสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ แม้โจทก์จะไม่สำแดงจำนวนเนื้อที่ที่ใช้ประโยชน์ต่อเนื่องกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างไว้แต่ถ้าหากข้อเท็จจริงฟังได้ว่ามีที่ดินที่ใช้ประโยชน์ต่อเนื่องกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างแล้วจำเลยก็สามารถประเมินเรียกเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินส่วนนี้จากโจทก์ได้ ดังนั้นการที่พนักงานเจ้าหน้าที่นำเอาพื้นที่ดังกล่าวมารวมกับพื้นที่ของสนามน็อกบอร์ด แล้วประเมินภาษีตามภาค 1 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475ในปีภาษี 2531-2533 และนำเอาพื้นที่ดังกล่าวมารวมกับพื้นที่คลังพัสดุแล้วประเมินภาษีตามภาค 1 แห่ง พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 ในปีภาษี 2534เช่นนี้ จึงเป็นการประเมินที่มิชอบด้วยกฎหมาย
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองทำการประเมินภาษีและออกใบแจ้งคำชี้ขาดโดยไม่ชี้แจงเหตุผล อีกทั้งเป็นการประเมินและชี้ขาดที่ไม่ชอบด้วยข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายกล่าวคือภาษีสำหรับถังเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงในปี 2531, 2532, 2533และ 2534 ในการคำนวณค่าภาษีของถังน้ำมัน ต้องใช้ค่ารายปีของปี 2530ซึ่งศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้จำเลยที่ 1 กำหนดค่ารายปีในปี 2529และ 2530 เพิ่มจากปี 2528 เฉลี่ยปีละ 5% ดังนั้น ในปี 2531ถึง 2534 จำเลยที่ 1 อาจเพิ่มค่ารายปีได้ไม่เกินร้อยละ 5 ต่อปีภาษีสำหรับ "น็อกบอร์ด" หรือ กำแพงสำหรับฝึกซ้อมตีลูกเทนนิสในปี 2531 ถึง 2533 โจทก์เห็นว่าการแจ้งค่ารายปีและค่าภาษีสำหรับน็อกบอร์ดไม่ถูกต้อง คือ เนื้อที่ของน็อกบอร์ดซึ่งโจทก์มีอยู่เพียง 1 น็อกบอร์ด มีเพียง 160 ตารางเมตรเมื่อเปรียบเทียบกับเนื้อที่ของสนามเทนนิสของโจทก์ (ซึ่งอยู่ติดกับน็อกบอร์ด)ปรากฏว่าสนามเทนนิสมีเนื้อที่ 1,335 ตารางเมตร ประโยชน์ของน็อกบอร์ดที่พนักงานของโจทก์ได้รับจากการฝึกซ้อมตีลูกเทนนิสก็น้อยกว่าการออกกำลังกายในการใช้สนามเทนนิส แต่จำเลยที่ 1ได้แจ้งการประเมินและจำเลยที่ 2 ได้แจ้งคำชี้ขาดเกี่ยวกับค่ารายปีและค่าภาษีสูงกว่าค่ารายปี และค่าภาษีของสนามเทนนิสถึง 41 เท่า ไม่สมเหตุผลและไม่เป็นธรรม ภาษีสำหรับคลังพัสดุและที่ดินต่อเนื่องในปี 2534 ภาษีสำหรับทรัพย์ที่รื้อถอนไปแล้วโจทก์ได้ทำการรื้อถอนไปแล้วก่อนปี 2530 และโจทก์ได้แจ้งการรื้อถอนไว้ในแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษี (ภ.ร.ด. 2)ด้วย ดังนั้น โจทก์จึงไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีและจำเลยมีหน้าที่ต้องคืนเงินส่วนที่ประเมินโดยมิชอบแก่โจทก์ ขอให้เพิกถอนใบแจ้งรายการประเมินของจำเลยที่ 1 และใบแจ้งคำชี้ขาดของจำเลยที่ 2 โดยเพิกถอนเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับถังน้ำมันเชื้อเพลิง น็อกบอร์ด คลังสินค้า และทรัพย์สินที่รื้อถอนไปแล้ว และให้จำเลยที่ 1กับที่ 2 ร่วมกันคืนเงินค่าภาษีจำนวน 6,660,295.12 บาท ดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระคืนแก่โจทก์ครบถ้วน จำเลยทั้งสองให้การว่า คำพิพากษาศาลฎีกาที่โจทก์กล่าวอ้างถึงไม่อาจนำมาเป็นบรรทัดฐานเทียบเป็นเกณฑ์ในการคำนวณค่ารายปีในการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินคดีนี้ได้ ทั้งคำพิพากษาดังกล่าวเพียงแต่พิพากษาในส่วนที่เกี่ยวกับถังเก็บน้ำมันโดยกำหนดค่ารายปีของปี 2529 และ 2530 เท่านั้น และเพิ่มจากค่ารายปีของปี 2528 ร้อยละ 10 มิได้กำหนดให้จำเลยเพิ่มค่ารายปีได้เพียงร้อยละ 5 ของปีต่อ ๆ มา หากมีเหตุสมควรอันบ่งให้เห็นว่าค่ารายปีนั้นต่ำเกินสมควร พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยก็มีอำนาจแก้หรือคำนวณค่ารายปีเสียใหม่ตามความเหมาะสมได้ซึ่งในการพิจารณาจัดเก็บภาษีแก่โจทก์พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยได้พิจารณากำหนดค่ารายปีประจำปี 2531 ถึงปี 2534 แก่โรงเรือนสิ่งปลูกสร้างกับที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ โดยเทียบเคียงกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างรายอื่นซึ่งอยู่บริเวณเดียวกัน ประกอบกิจการคล้ายคลึงกัน และใช้ประโยชน์อย่างเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้ กรณีอาคารและสิ่งปลูกสร้างจำนวน8 รายการโจทก์ได้ยื่นระบุเพื่อขอให้กำหนดค่ารายปีเพื่อเสียภาษีไว้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยโดยไม่จดแจ้งให้ปรากฏว่าโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวโจทก์ได้รื้อถอนไปแล้วพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยจึงกำหนดค่ารายปีและแจ้งการประเมินเรียกเก็บภาษีจากโจทก์ แต่ในชั้นพิจารณาอุทธรณ์ของโจทก์พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยได้งดกำหนดค่ารายปีแก่โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวและเพิกถอนการเรียกเก็บภาษีเอาแก่โจทก์ด้วยแล้ว กรณีทรัพย์สินสิ่งปลูกสร้างที่เป็นถังเหล็กสำหรับเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยได้กำหนดค่ารายปีของแต่ละถังเท่ากันกับค่ารายปีของแต่ละถังของปี 2530โดยเทียบเคียงกับค่ารายปีของบริษัทลีเวอร์บราเธอร์ (ประเทศไทย)จำกัด ซึ่งมีขนาดเท่ากันหรือใกล้เคียงและใช้ประโยชน์อย่างเดียวกันและอยู่ใกล้เคียงกัน แต่เมื่อมีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3820/2534ในการพิจารณาคำอุทธรณ์ของพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยกำหนดค่ารายปีของถังน้ำมันดังกล่าวเพื่อเสียภาษีในปี 2531 เพิ่มขึ้นจากปี 2530 ร้อยละ 10 ปี 2532 เพิ่มขึ้นจากปี 2531 ร้อยละ 10ในปี 2533 เพิ่มขึ้นจากปี 2532 ร้อยละ 10 และในปี 2534เพิ่มขึ้นจากปี 2533 ร้อยละ 10 ซึ่งเป็นอัตราค่ารายปีต่ำกว่าการจัดเก็บภาษีของบริษัทลีเวอร์บราเธอร์ (ประเทศไทย) จำกัดซึ่งเป็นบริษัทที่ประกอบกิจการคล้ายคลึงกันและใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันและจำเลยได้ประเมินจัดเก็บภาษีโรงเรือนไว้แล้ว และอัตราการเพิ่มก็เท่ากันกับอัตราเพิ่มของปี 2529 และ 2530 ซึ่งศาลฎีกากำหนดค่ารายปีเท่ากันโดยเพิ่มจากปี 2528 ร้อยละ 10 อันเป็นเงินที่ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงต่าง ๆ ดังกล่าวอาจให้เช
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง