คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2541
ฎีกาที่ 7391/2541
หลักกฎหมาย
แม้คำว่า "เจ้าสาว" จะเป็นคำสามัญ แต่จำเลยเอาชื่อคำว่า "เจ้าสาว" มาใช้โดยจงใจให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าร้านของจำเลยคือร้านของโจทก์หรือเป็นสาขาหรือเกี่ยวข้องกับร้านของโจทก์ การกระทำของจำเลยย่อมทำให้โจทก์เสียหายเพราะโจทก์กับจำเลยดำเนินธุรกิจอย่างเดียวกันแม้มิได้อยู่ในทำเลละแวกเดียวกันลูกค้าที่นิยมในชื่อเสียงของร้านโจทก์อาจจะเข้าใจผิดไปตัดเย็บหรือซื้อชุดวิวาห์จากร้านของจำเลยอันเป็นการแย่งลูกค้าจากโจทก์ไปส่วนหนึ่งและหากร้านจำเลยตัดเย็บชุดวิวาห์มีคุณภาพไม่ดีหรือประกอบกิจการไม่เป็นที่พอใจแก่ลูกค้าก็อาจกระทบต่อชื่อเสียงของร้านโจทก์ให้ต้องเสื่อมเสียไปด้วยย่อมส่งผลต่อรายได้ของโจทก์ ดังนั้น การกระทำของจำเลยในพฤติการณ์ดังกล่าวจึงเป็นการกระทำละเมิดสิทธิในการใช้นามที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 18 และเป็นการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าของโจทก์ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 44โจทก์จึงมีสิทธิขอให้จำเลยระงับการกระทำดังกล่าวได้ การที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยนำคำว่า "เจ้าสาว" ซึ่งเป็นชื่อและเครื่องหมายการค้าของโจทก์ไปใช้ประกอบกิจการร้านจำหน่ายสินค้าของจำเลย โดยไม่มีสิทธิและเป็นการละเมิดต่อสิทธิของโจทก์นั้น ตราบใดที่จำเลยยังคงใช้คำดังกล่าวอยู่จนถึงวันฟ้อง การกระทำของจำเลยย่อมเป็นการกระทำละเมิดต่อเนื่องตลอดมา โจทก์มีสิทธิฟ้องให้จำเลยระงับการกระทำนั้นอันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ได้ ฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความ
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบกิจการขายเสื้อสำเร็จรูปประเภทชุดวิวาห์เช่นเดียวกับโจทก์ ระบุใช้ชื่อร้านของจำเลยว่า"ร้านเจ้าสาว บางลำพู" และจำเลยได้ตกแต่งหน้าร้านและป้ายชื่อร้านว่า "เจ้าสาว" เลียนแบบใกล้เคียงกับร้านของโจทก์ซึ่งการกระทำของจำเลยย่อมมีผลทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดได้ว่า ร้าน "เจ้าสาว" ของจำเลยมีความเกี่ยวข้องกับโจทก์หรือเป็นร้านเดียวกับโจทก์หรือเป็นสาขาของโจทก์อันเป็นการแสวงหาประโยชน์ในทางการค้าจากชื่อร้าน"เจ้าสาว" ของโจทก์ เป็นการใช้สิทธิที่มีแต่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์และเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ขอให้บังคับจำเลยระงับการใช้คำว่า "เจ้าสาว" หรือ "เจ้าสาว บางลำพู"เป็นชื่อสถานประกอบพาณิชย์กิจของจำเลยอีกต่อไป และห้ามมิให้จำเลยใช้เครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะเลียนเครื่องหมายการค้า"เจ้าสาว" ของโจทก์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ในลักษณะใด ๆ ทั้งห้ามมิให้จำเลยกระทำการใด ๆ เกี่ยวข้องกับเครื่องหมายการค้า"เจ้าสาว" ของโจทก์ตลอดไป จำเลยให้การว่า จำเลยใช้ชื่อร้านว่า "เจ้าสาว" เพื่อให้รู้ลักษณะและคุณสมบัติของสินค้าและการประกอบกิจการของจำเลยเกี่ยวกับชุดวิวาห์จำเลยใช้คำว่า "เจ้าสาว" อย่างคำสามัญมิได้ใช้อย่างเครื่องหมายการค้า จำเลยใช้ชื่อดังกล่าวโดยสุจริตไม่มีเจตนาลวงให้สาธารณชนสับสนหลงผิดว่าชุดวิวาห์ของจำเลยเป็นชุดวิวาห์ของโจทก์แต่อย่างใด จำเลยไม่เคยจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า "เจ้าสาว" มาก่อน ไม่มีการกระทำใดที่มีลักษณะเลียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์อันจะถือเป็นการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าของโจทก์โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยระงับการใช้คำว่า "เจ้าสาว"หรือ "เจ้าสาว บางลำภู" เป็นชื่อสถานประกอบพาณิชยกิจของจำเลยอีกต่อไป และห้ามมิให้จำเลยใช้เครื่องหมายการค้า"เจ้าสาว" ของโจทก์หรือกระทำการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ตลอดไป จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงตามที่คู่ความไม่โต้แย้งกันรับฟังได้เป็นยุติว่า เดิมนางอุไร เสาวพุทธเวช มารดาของนางสาวพรวิภา เสาวพุทธเวช กรรมการผู้จัดการบริษัทโจทก์ได้ประกอบกิจการร้านตัดเย็บเสื้อผ้าและจำหน่ายชุดวิวาห์ใช้ชื่อร้านว่า "ฮุ่ยแซ" มานานประมาณ 40 ปี ตั้งอยู่ที่ถนนเยาวราช นางอุไรได้มอบกิจการร้านดังกล่าวให้แก่นางสาวพรวิภาดำเนินการตั้งแต่ปี 2533 เรื่อยมาต่อมาวันที่ 28 มิถุนายน 2533 โจทก์ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดใช้ชื่อว่า "บริษัทเจ้าสาว จำกัด" สำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ 1113-1115 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนในเขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ตามเอกสารหมาย จ.18 เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2534 โจทก์ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า"เจ้าสาว" มีอักษรโรมันประกอบอยู่ใต้คำดังกล่าวว่า"JAO-SAO" ใช้กับสินค้าประเภทเสื้อผ้าสำเร็จรูปชุดวิวาห์สำหรับสินค้าจำพวก 38 ทั้งจำพวก ตามหนังสือคู่มือรับจดทะเบียนเอกสารหมาย จ.3 ส่วนจำเลยตั้งร้านใช้ชื่อว่า "เจ้าสาว"ตั้งอยู่เลขที่ 74-76 ถนนตะนาว แขวงตลาดยอด เขตพระนครกรุงเทพมหานคร ประกอบกิจการรับจ้างตัดเย็บเสื้อผ้าชุดวิวาห์ จำเลยจดทะเบียนพาณิชย์เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2536ระบุใช้ชื่อร้านว่า "เจ้าสาว บางลำพู" ตามสำเนาใบทะเบียนพาณิชย์เอกสารหมาย ล.4 และคำขอจดทะเบียนพาณิชย์เอกสารหมายจ.4 ชื่อร้านของโจทก์และชื่อร้านของจำเลยปรากฏตามภาพถ่ายสภาพร้าน หมาย จ.11 จ.13 กับ จ.14 และ จ.16 ร้านของโจทก์กับร้านของจำเลยรับจ้างตัดเย็บและจำหน่ายชุดวิวาห์ ซึ่งเป็นสินค้าประเภทเดียวกัน มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่าโจทก์มีสิทธิฟ้องขอให้บังคับจำเลยระงับการใช้คำว่า "เจ้าสาว"ในการประกอบการค้าของจำเลยตามฟ้องได้เพียงใดหรือไม่เห็นว่า โจทก์ประกอบกิจการร้านตัดเย็บและจำหน่ายชุดวิวาห์โดยใช้ชื่อว่า "เจ้าสาว" ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2533 และต่อมาได้จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2533โจทก์ได้ประกอบกิจการดังกล่าวเรื่อยมาจนถึงบัดนี้นางสาวพรวิภา เสาวพุทธสุเวช กรรมการผู้จัดการบริษัทโจทก์เบิกความว่าเมื่อปี 2536 พยานได้ทราบจากญาติว่า มีร้านชื่อว่า"เจ้าสาว" ที่บางลำภู เมื่อนางสาวพรวิภาไปตรวจสอบพบว่ามีร้านชื่อดังกล่าวตั้งอยู่เลขที่ 74-76 ถนนตะนาว แขวงตลาดยอดเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ประกอบกิจการรับตัดเย็บชุดวิวาห์เช่นเดียวกับโจทก์จากนั้นจึงได้ไปตรวจสอบที่สำนักงานทะเบียนพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์พบว่า จำเลยได้ขอจดทะเบียนพาณิชย์โดยใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจว่า"ร้านเจ้าสาว บางลำพู" เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2536 โดยในคำขอจดทะเบียนพาณิชย์ระบุว่าได้เริ่มประกอบกิจการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2536 ตามสำเนาคำขอจดทะเบียนพาณิชย์เอกสารหมาย จ.2 ซึ่งเอกสารคำขอจดทะเบียนดังกล่าวเป็น
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง