ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2549

ฎีกาที่ 7391/2549

หลักกฎหมาย

โจทก์ที่ 1 ได้ทำสัญญาขายลิขสิทธิ์ผลงานเพลงพิพาทของ ส. ให้แก่ จ. แล้วย่อมมีผลผูกพันโจทก์ที่ 2 ถึงที่ 6 ซึ่งเป็นบุตรของ ส. กับโจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นผู้เยาว์และอยู่ภายใต้อำนาจปกครองของโจทก์ที่ 1 จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นทายาทของ จ. จึงมีสิทธิในผลงานเพลงพิพาท

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ทั้งหกฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 เป็นภริยาชอบด้วยกฎหมายของนายสุรพล สมบัติเจริญ ซึ่งถึงแก่ความตายแล้ว โจทก์ที่ 2 ถึงโจทก์ที่ 6 เป็นบุตรของนายสุรพลกับโจทก์ที่ 1 โจทก์ทั้งหกจึงเป็นทายาทโดยธรรมของนายสุรพล โจทก์ที่ 3 ถึงโจทก์ที่ 6 มอบอำนาจให้โจทก์ที่ 2 ดำเนินคดีนี้แทน เมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม 2513 นายจูฮง แซแต้ หรือนายจุลินทร์ เดชานุวงษ์ ได้ขอซื้อเทปต้นแบบอัดเสียงร้องและเสียงดนตรี (มาสเตอร์เทป) ของนายสุรพล โดยนายจูฮงได้วางมัดจำให้โจทก์ที่ 1 จำนวน 25,000 บาท และโจทก์ที่ 1 ได้ลงชื่อไว้เป็นหลักฐานโดยจะตกลงราคาและรายชื่อเพลงในวันทำสัญญาซื้อขาย หลังจากนั้นนายจูฮงก็ไม่ติดต่อมาหาโจทก์ที่ 1 อีก ต่อมาวันที่ 22 ตุลาคม 2542 โจทก์ที่ 1 ในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้รับมอบอำนาจของโจทก์ที่ 2 ถึงโจทก์ที่ 6 ได้ทำสัญญาอนุญาตให้บริษัทแกรมมี่ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ใช้สิทธิในคำร้องและทำนองเพลงที่นายสุรพลเป็นผู้สร้างสรรค์จำนวน 50 เพลง วันที่ 25 พฤษภาคม 2543 จำเลยทั้งสองได้นำสัญญาขายลิขสิทธิ์ ฉบับลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2513 มาฟ้องบริษัทแกรมมี่เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) โดยอ้างว่าเป็นสัญญาที่ทำขึ้นระหว่างโจทก์ที่ 1 กับนายจูฮงซึ่งถึงแก่ความตายแล้วจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมจึงมีสิทธิ์ในบทเพลงแนบท้ายสัญญาดังกล่าว เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ที่ 1 เนื่องจากโจทก์ที่ 1 ไม่เคยทำสัญญาขายลิขสิทธิ์กับนายจูฮง ลายมืชื่อของโจทก์ที่ 1 ในสัญญาขายลิขสิทธิ์พร้อมเอกสารแนบท้ายเป็นลายมือชื่อปลอมและบทเพลงตามรายการบัญชีเพลงแนบท้ายสัญญา ก็มีบทเพลงที่นายสุรพลประพันธ์ขึ้นเพียง 33 เพลง และโจทก์ที่ 2 ถึงโจทก์ที่ 6 ก็ไม่เคยมีนิติสัมพันธ์กับนายจูฮง การกระทำของจำเลยทั้งสองทำให้โจทก์ทั้งหกได้รับความเสียหาย หากจำเลยทั้งสองไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล่าว โจทก์ทั้งหกก็สามารถอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้สิทธิในบทเพลงจำนวน 33 เพลง ได้ในอัตราเพลงละ 30,000 บาท ขอให้พิพากษาว่า โจทก์ทั้งหกเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในคำร้องและทำนองเพลงตามรายการบัญชีเพลงแนบท้ายสัญญาขายลิขสิทธิ์ เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 5 จำนวน 33 เพลง คือเพลงที่ 1 เพลงที่ 2 เพลงที่ 4 เพลงที่ 5 ถึงเพลงที่ 32 เพลงที่ 34 และเพลงที่ 35 และให้จำเลยทั้งสองเลิกเกี่ยวข้องเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ในคำร้องและทำนองเพลงของโจทก์ทั้งหก ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 990,000 บาท แก่โจทก์ทั้งหก ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 960,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระให้แก่โจทก์ทั้งหกเสร็จสิ้น จำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยที่ 1 เป็นภริยาของนายจูฮง แซ่แต้ หรือนายจุลินทร์ เดชานุวงษ์ ซึ่งถึงแก่ความตายแล้ว จำเลยที่ 2 เป็นบุตรของนายจูฮงกับจำเลยที่ 1 ขณะที่นายสุรพลถึงแก่ความตาย โจทก์ที่ 2 ถึงโจทก์ที่ 6 ยังเป็นผู้เยาว์โจทก์ที่ 1 จึงเป็นผู้จัดการมรดกของนายสุรพล เมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม 2513 โจทก์ที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายสุรพลและผู้แทนโดยชอบธรรมของโจทก์ที่ 2 ถึงโจทก์ที่ 6 ได้ขายลิขสิทธิ์เพลงของนายสุรพล จำนวน 126 เพลง ให้นายจูฮง ในราคา 25,000 บาท ตามสัญญาซื้อขายลิขสิทธิ์เอกสารท้ายคำให้การหมายเลข 2 สัญญาดังกล่าวจึงเป็นสัญญาที่สมบูรณ์ ลายมือชื่อของโจทก์ที่ 1 ในเอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 4, 5 และในเอกสารท้ายคำให้การหมายเลข 2 เป็นลายมือที่แท้จริง จำเลยทั้งสองยืนยันว่านายสุรพลเป็นผู้แต่งเพลงหนักใจและเพลงแน่ข้างเดียว โดยโจทก์ที่ 1 ได้ยืนยันขณะทำสัญญาว่านายสุรพลเป็นผู้แต่งเพลงทุกเพลงที่โจทก์ที่ 1 ขายให้นายจูฮง โจทก์ทั้งหกทำสัญญาอนุญาตให้บริษัทแกรมมี่เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) นำเพลงซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของนายจูฮงจำนวน 25 เพลงตามเอกสารท้ายคำให้การหมายเลข 3 รวมทั้งเพลงแน่ข้างเดียวไปทำซ้ำในทางการค้า การกระทำของโจทก์ทั้งหกทำให้จำเลยทั้งสองได้รับความเสียหาย จึงขอคิดค่าเสียหายเพลงละ 30,000 บาท เท่ากับที่โจทก์ทั้งหกได้รับจากการอนุญาตขอให้ยกฟ้องและพิพากษาห้ามโจทก์ทั้งหกเกี่ยวข้องกับเพลงจำนวน 126 เพลง ตามเอกสารท้ายคำให้การหมายเลข 2 ให้โจทก์ทั้งหกร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 750,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2542 จนถึง วันฟ้องอีก 56,250 บาท รวม 806,250 บาท แก่จำเลยทั้งสอง ให้โจทก์ทั้งหกร่วมกันชดใช้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 750,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องแย้ง จนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยทั้งสอง โจทก์ทั้งหกให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ที่ 1 ไม่เคยทำสัญญาขายลิขสิทธิ์เพลงตามเอกสารท้ายคำให้การหมายเลข 2 โจทก์ที่ 2 ถึงโจทก์ที่ 6 ไม่เคยมีนิติสัมพันธ์กับนายจูฮง สัญญาขายลิขสิทธิ์ตามเอกสารท้ายคำให้การหมายเลข 2 ไม่มีข้อความระบุว่าโจทก์ที่ 1 ทำสัญญาในฐานะผู้จัด
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7391/2549 · ทนอย Thanoy