คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2541
ฎีกาที่ 7419/2541
หลักกฎหมาย
บทบัญญัติมาตรา 18(6) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืน อสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 ระบุไว้ชัดเจนว่า บุคคลผู้มีสิทธิ ได้รับเงินค่าทดแทนนั้น หมายถึงบุคคลผู้เสียสิทธิในการใช้ ทางตามมาตรา 1349 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ซึ่งเป็นกรณีเกี่ยวกับทางจำเป็น ส่วนกรณีทางภารจำยอมเป็นทรัพย์สิทธิอย่างหนึ่ง ต้องบังคับตามบทบัญญัติมาตรา 29ซึ่งบัญญัติไว้โดยเฉพาะ หาอาจนำมาตรา 18(6) มาใช้บังคับโดยอาศัยมาตรา 4 แห่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในฐานะที่เป็นบทกฎหมายใกล้เคียงอย่างยิ่งได้ไม่ ผู้รับประโยชน์จากทรัพยสิทธิหรือทางภารจำยอมตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ฯ มาตรา 29จะต้องร้องขอรับชำระหนี้หรือรับชดใช้ภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งตามมาตรา 28, หรือมาตรา 29แล้วแต่กรณี หากในระหว่างเวลา 60 วันนั้นผู้รับประโยชน์จากทรัพยสิทธิมาขอรับชดใช้จากเงินค่าทดแทนและตกลงกับเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่ง อสังหาริมทรัพย์นั้นได้ จึงจะมีการจ่ายเงินค่าทดแทนให้ตามที่คู่กรณีตกลงกัน หากคู่กรณีตกลงกันไม่ได้เจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่จะต้องนำเงินค่าทดแทนนั้นไปวางทรัพย์ตามมาตรา 31 แต่ในกรณีที่ผู้รับประโยชน์จากทรัพยสิทธิดังกล่าวมิได้ขอรับชดใช้จากเงินค่าทดแทนสำหรับอสังหาริมทรัพย์นั้นภายในระยะเวลา 60 วันก็ไม่มีกรณีที่คู่กรณีจะตกลงกันเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมาย จากเจ้าหน้าที่จะต้องจ่ายเงินค่าทดแทนให้แก่เจ้าของ หรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งอสังหาริมทรัพย์หาชอบที่จะนำเงินค่าทดแทนไปวางทรัพย์ไว้ตามบทบัญญัติมาตรา 31 ไม่ เมื่อจำเลยมีหน้าที่จะต้องจ่ายเงินค่าทดแทนสำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืนให้แก่โจทก์ แต่จำเลยนำไปวางทรัพย์ไว้ ณ สำนักงานออมสิน โจทก์จึงชอบที่จะได้รับเงินดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจากการวางทรัพย์นั้น
มาตราที่อ้างถึง
ป.พ.พ. 4พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2477 13พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2477 16พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2477 18พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2477 29พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2477 31
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 6027ตำบลวังทองหลาง อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เนื้อที่50 ตารางวา ตกเป็นภารจำยอมเรื่องทางเดินทั้งแปลงของที่ดินโฉนดเลขที่ 3224, 18056, 176464 และ 176465 ที่ดินโจทก์ถูกเวนคืนเพื่อสร้างทางพิเศษ สายรามอินทรา-อาจณรงค์ ทั้งแปลงจำเลยแจ้งว่าจะจ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์ เป็นเงิน1,836,175.43 บาท โจทก์มิได้คัดค้านและมิได้ยื่นอุทธรณ์เงินค่าทดแทนแต่จำเลยกลับเอาเงินค่าทดแทนไปฝากธนาคารออมสิน ในนามของโจทก์และในนามเจ้าของที่ดินสามยทรัพย์อีก 45 รายโจทก์ไปติดต่อขอรับเงินค่าทดแทนจากจำเลย ส่วนเจ้าของที่ดินสามยทรัพย์อีก 45 ราย ไม่ได้ไปติดต่อขอรับเงินค่าทดแทนภายในเวลาที่กำหนดไว้ ซึ่งถือว่าหมดสิทธิที่จะได้รับเงินค่าทดแทนแล้วจำเลยจึงต้องจ่ายเงินค่าทดแทนให้แก่โจทก์เพียงผู้เดียวแต่จำเลยไม่ยอมจ่ายเงินค่าทดแทนดังกล่าวให้แก่โจทก์ ขอให้บังคับให้จำเลยดำเนินการถอนชื่อเจ้าของสามยทรัพย์ทั้ง 45 รายที่มีชื่อร่วมกับโจทก์ในการที่จำเลยนำเงินค่าทดแทนไปฝากไว้ณ ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ให้เหลือโจทก์แต่เพียงผู้เดียวเป็นเจ้าของบัญชี และให้จำเลยชำระเป็นดอกเบี้ยให้แก่โจทก์จากเงินค่าทดแทนที่โจทก์ได้รับจากจำเลยนับแต่วันที่จำเลยนำเงินไปฝากธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่จนกว่าจำเลยจะถอนชื่อเจ้าของสามยทรัพย์ทั้ง 45 ราย ออกจากบัญชีเงินฝาก จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องการที่เจ้าของที่ดินสามยทรัพย์อีก 45 รายไม่ไปติดต่อขอรับเงินค่าทดแทนภายในเวลาที่กำหนด ไม่มีผลทำให้หมดสิทธิที่จะได้รับเงินค่าทดแทน จำเลยจะจ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินต่อเมื่อปรากฏว่าโจทก์และเจ้าของที่ดินสามยทรัพย์ทำความตกลงกันได้หรือยินยอมให้จำเลยจ่ายเงินดังกล่าวแต่เจ้าของที่ดินสามยทรัพย์ไม่ได้มาติดต่อขอรับเงินค่าทดแทนภายในเวลาที่กำหนดไว้ จึงไม่อาจทราบได้ว่ามีการตกลงยินยอมกันได้หรือไม่ จำเลยจึงต้องนำเงินค่าทดแทนที่ดินไปฝากธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ในนามโจทก์ และเจ้าของที่ดินสามยทรัพย์ จำนวน 45 ราย ตามมาตรา 13มาตรา 29 และมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 และตามระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการนำเงินค่าทดแทนไปวางต่อศาล หรือสำนักงานวางทรัพย์หรือฝากไว้กับธนาคารออมสินตามกฎหมายการกระทำของจำเลยไม่ได้เป็นเหตุให้โจทก์เสียหาย เจ้าของบัญชีเงินฝากมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยจากธนาคารออมสินอยู่แล้วจำเลยไม่ต้องรับผิดชดใช้ดอกเบี้ยแต่อย่างใด ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนเงื่อนไขการวางเงินค่าทดแทนเฉพาะส่วนที่เป็นเงินค่าทดแทนที่ดิน จำนวน1,750,000 บาท ซึ่งจำเลยนำไปฝากธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ในนามของโจทก์ร่วมกับเจ้าของสามยทรัพย์ ให้โจทก์มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนที่ดินจำนวน 1,750,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น เนื่องจากเงินฝากจำนวนดังกล่าวตั้งแต่วันที่จำเลยฝากเงินเป็นต้นไป คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาตามฎีกาของจำเลย โจทก์มีสิทธิรับเงินค่าทดแทนที่ดินจำนวน 1,750,000 บาท ซึ่งจำเลยนำไปฝากธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ในนามของโจทก์เจ้าของภารยทรัพย์ร่วมกับเจ้าของสามยทรัพย์หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่าในกรณีที่ที่ดินที่อยู่ในเขตที่จะต้องเวนคืนอยู่ในบังคับภารจำยอมเป็นประโยชน์แก่เจ้าของที่ดินสามยทรัพย์แปลงอื่นเป็นกรณีที่อยู่ในบังคับของพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ มาตรา 29หาอยู่ในบังคับแห่งมาตรา 18(6) ไม่ และเมื่อเจ้าของภารยทรัพย์และเจ้าของสามยทรัพย์มิได้ตกลงกันในเรื่องค่าทดแทนแล้ว จำเลยชอบที่จะนำเงินค่าทดแทนไปวางทรัพย์ไว้เพื่อประโยชน์แก่เจ้าของภารยทรัพย์และเจ้าของสามยทรัพย์ตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530นั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ. 2530 มาตรา 13 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้คณะรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดให้การเวนคืนที่ได้มีการออกพระราชกฤษฎีกาเป็นกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนได้หากปรากฏว่าการเวนคืนนั้นหากเนิ่นช้าไปจะเป็นอุปสรรคอย่างมากต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมหรือประโยชน์ของรัฐอันสำคัญอย่างอื่นและเมื่อคณะรัฐมนตรีได้ประกาศในราชกิจนานุเบกษากำหนดให้การเวนคืนนั้นเป็นกรณีที่มีความจำเป็นโดยเร่งด่วนแล้วมาตรา 13 วรรคสอง บัญญัติให้เจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าครอบครองหรือใช้อสังหาริมทรัพย์นั้นได้ก่อนที่จะมีการเวนคืนแต่ต้องมีหนังสือแจ้งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้นทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วันและเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่ต้องจัดให้มีการจ่ายหรือวางเงิ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง