คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2537
ฎีกาที่ 7425/2537
หลักกฎหมาย
กรณีการระบุพยานเพิ่มเติมไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องส่งสำเนาเอกสารให้ก่อนวันสืบพยาน3วันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา90(เดิม)เมื่อปรากฏว่าโจทก์เพิ่งจะยื่นคำร้องและได้รับอนุญาตให้ระบุพยานเพิ่มเติมวันที่19มกราคม2530ซึ่งได้มีการส่งสำเนาเอกสารให้จำเลยทั้งสองในวันเดียวกันและได้นำสืบพยานเอกสารดังกล่าวในวันที่3กุมภาพันธ์2530ซึ่งเป็นการส่งสำเนาเอกสารให้จำเลยทั้งสองก่อนวันสืบพยานโจทก์ที่เหลือต่อถึง14วันมิใช่เป็นกรณีเอาเปรียบจำเลยทั้งสองการที่ศาลรับฟังเอกสารดังกล่าวจึงชอบด้วยกระบวนพิจารณาแล้ว การที่จำเลยที่1เดินทางไปยังเมืองฮ่องกงเพื่อติดต่อธุรกิจการค้าก็ไปพบกุญแจตราGOLDDOOR ซึ่งจำเลยที่1เห็นว่าสวยดีและเป็นที่ประทับใจจึงนำตราดังกล่าวมาจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าใช้กับกุญแจของจำเลยที่1แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่1มิได้คิดประดิษฐ์เครื่องหมายการค้าคำว่าGOLDDOOR ขึ้นเองแต่ไปนำเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นมาจดทะเบียนโจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าคำว่าGOLDDOOR และอักษรจีนอ่านว่ากิมหมึ่งไป๊ กับเส้นลายประดิษฐ์ตัวอักษรโรมันGD และได้ใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวมาก่อนจำเลยทั้งสองโจทก์ย่อมมีสิทธิในเครื่องหมายการค้านี้ดีกว่าจำเลยทั้งสองแม้จำเลยที่1จะได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวแต่โจทก์เป็นผู้มีส่วนได้เสียในเครื่องหมายการค้านั้นจึงมีสิทธิขอให้เพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่1ได้ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าพ.ศ.2474มาตรา41(1)ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะเกิดข้อพิพาท กล่องบรรจุสินค้าของโจทก์และของจำเลยทั้งสองมีขนาดเท่ากันมีเครื่องหมายการค้าเป็นตัวอักษรโรมันอักษรจีนตัวเลขและสีสันเช่นเดียวกันการวางตำแหน่งของตัวอักษรตัวเลขเครื่องหมายและรูปอักษรประดิษฐ์อยู่ในตำแหน่งเดียวกันทุกอย่างคงแตกต่างกันเพียงว่าที่กล่องบรรจุสินค้าของโจทก์มีข้อความว่าMADEINCHINAซึ่งพิมพ์ด้วยตัวอักษรสีดำอยู่บนพื้นสีแดงด้วยส่วนกล่องบรรจุสินค้าของจำเลยทั้งสองไม่มีข้อความดังกล่าวซึ่งข้อความดังกล่าวพิมพ์ด้วยตัวอักษรเล็กมากหากไม่พิจารณาโดยพินิจพิเคราะห์อย่างแท้จริงจะไม่มีทางทราบว่ากล่องใดเป็นสินค้าของโจทก์กล่องใดเป็นสินค้าของจำเลยทั้งสองโจทก์ส่งสินค้ากุญแจของโจทก์มาจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่พ.ศ.2524จำเลยทั้งสองเพิ่งผลิตสินค้ากุญแจของจำเลยทั้งสองออกจำหน่ายเมื่อพ.ศ.2526จำเลยที่1ได้ไปพบเห็นสินค้าของโจทก์ภายใต้เครื่องหมายการค้าคำว่าGOLDDOOR ที่เมืองฮ่องกง แล้วจำเลยที่1นำเครื่องหมายการค้าดังกล่าวมาจดทะเบียนในประเทศไทยแสดงว่าจำเลยทั้งสองมีเจตนาจะลวงให้สาธารณชนหลงผิดเป็นการลวงขายสินค้าของจำเลยทั้งสองว่าเป็นสินค้าของโจทก์โจทก์ย่อมได้รับความเสียหายเพราะเหตุที่จำหน่ายสินค้าของโจทก์ได้น้อยลงโจทก์จึงมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองได้ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าพ.ศ.2474มาตรา29วรรคสอง เมื่อฟังว่าโจทก์ได้รับความเสียหายแม้โจทก์จะนำสืบไม่พอให้ฟังว่าโจทก์ได้รับความเสียหายถึงจำนวนที่อ้างในคำฟ้องศาลก็มีอำนาจกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์ได้ตามสมควรแก่พฤติการณ์
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าอักษรโรมันคำว่า GOLDDOOR กับเครื่องหมายอักษรจีนอ่านเป็นภาษาจีนแต้จิ๋วว่า กิมหมึ่งไป๊ แปลว่า ตราประตูทอง และเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าลายเส้นประดิษฐ์เป็นอักษรโรมัน GD อ่านว่าจีดี โดยจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าว ณ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อ พ.ศ. 2524 โจทก์ใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวกับสินค้าประเภทกุญแจทุกชนิดของโจทก์เผยแพร่ไปทั่วโลกและในประเทศไทยมานานจนสาธารณชนทราบดีว่าเป็นสินค้าของโจทก์ซึ่งมีคุณภาพดี ต่อมา พ.ศ. 2526 จำเลยที่ 1 นำเครื่องหมายการค้าคำว่า GOLDDOOR และเครื่องหมายอักษรจีนอ่านเป็นภาษาจีนแต้จิ๋วว่า กิมหมึ่งไป๊ ของโจทก์ไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 ตามทะเบียนที่ 85199 โดยไม่มีสิทธิตามกฎหมาย หลังจากนั้นจำเลยทั้งสองร่วมกันผลิตและจำหน่ายสินค้ากุญแจลอกเลียนรูปแบบกุญแจของโจทก์แต่คุณภาพต่ำกว่า โดยใช้เครื่องหมายการค้าที่จำเลยที่ 1 จดทะเบียนดังกล่าวและใช้ลายเส้นประดิษฐ์เป็นอักษรโรมันGD ซึ่งไม่ได้จดทะเบียนแสดงบนหีบห่อบรรจุสินค้าที่มีการลอกเลียนรูปกับสีหีบห่อบรรจุสินค้าของโจทก์โดยไม่สุจริตและด้วยเจตนาลวงสาธารณชนให้เข้าใจว่าสินค้าของจำเลยทั้งสองเป็นสินค้าของโจทก์เป็นเหตุให้โจทก์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายเป็นค่าขาดรายได้จากการจำหน่ายสินค้ากุญแจเดือนละ 100,000 บาทก่อนฟ้อง 1 ปี เป็นเงิน 1,200,000 บาท และนับจากวันฟ้องเดือนละ100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี กับค่าเสียหายต่อชื่อเสียงและเกียรติภูมิทางการค้าในเหตุที่จำเลยทั้งสองลวงขายสินค้าคุณภาพต่ำให้สาธารณชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าของโจทก์อีกเดือนละ50,000 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจะหยุดการละเมิด ให้จำเลยที่ 1ไปจดทะเบียนเพิกถอนเครื่องหมายการค้าคำว่า GOLDDOOR และเครื่องหมายอักษรจีนอ่านเป็นภาษาแต้จิ๋วว่า กิมหมึ่งไป๊ ตามทะเบียนที่ 85099 หากจำเลยที่ 1 ไม่ยอมปฎิบัติตาม ก็ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 และให้จำเลยทั้งสองหยุดใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของเครื่องหมายการค้าและไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามฟ้องเนื่องจากใน พ.ศ. 2524ที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนยังไม่มีกฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า การที่จำเลยที่ 1 จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าถูกต้องตามกฎหมายและผลิตสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวออกจำหน่ายโดยสุจริต จำเลยทั้งสองโฆษณาเผยแพร่สินค้าจนเป็นที่รู้จักแพร่หลายและไม่เคยกล่าวอ้างหรือลวงขายว่าสินค้าดังกล่าวเป็นของโจทก์ โจทก์มิได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยโจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายใด ๆ จากจำเลยทั้งสองตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 โจทก์เสียหายอย่างมากไม่เกินเดือนละ 5,000 บาท ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนเครื่องหมายการค้า โกลดอร์และกิมหมึ่งไป๊ (ที่ถูกเป็น GOLDDOOR และเครื่องหมายอักษรจีนอ่านเป็นภาษาแต้จิ๋วว่า กิมหมึ่งไป๊) ตามคำขอเลขที่ 129625ทะเบียนเลขที่ 85199 โดยให้จำเลยที่ 1 ไปจดทะเบียนเพิกถอน หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฎิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 ห้ามจำเลยทั้งสองใช้เครื่องหมายการค้าตามฟ้องของโจทก์อีกต่อไป คำขออื่นให้ยก โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย 180,000 บาท และในอัตราเดือนละ 15,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะหยุดใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลย ทั้ง สอง ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองฎีกาในประการแรกว่าเอกสารหมาย จ.11 และ จ.12 ที่โจทก์อ้างว่าเป็นหนังสือรับรองความเป็นนิติบุคคลและหนังสือรับรองการเปลี่ยนที่อยู่ของโจทก์โจทก์เพิ่งยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมหลังจากโจทก์สืบพยานไปบ้างแล้ว และมิได้ดำเนินการส่งสำเนาเอกสารให้จำเลยทั้งสองก่อนวันสืบพยานอย่างน้อย 3 วัน เป็นการเอาเปรียบจำเลยทั้งสอง จึงรับฟังเอกสารดังกล่าวไม่ได้ เห็นว่า ปรากฎว่ากรณีเป็นการระบุพยานเพิ่มเติม ซึ่งไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องส่งสำเนาเอกสารให้ก่อนวันสืบพยาน 3 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา90 (เดิม) ที่ใช้บังคับอยู่ขณะนั้น อย่างไรก็ดี สำหรับคดีนี้ปรากฎว่าโจทก์เพิ่งจะยื่นคำร้องและได้รับอนุญาตให้ระบุพยานเพิ่มเติมปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่19 มกราคม 2530 ซึ่งได้มีการส่งสำเนาเอกสารให้จำเลยทั้งสองในวันเดียวกัน และได้นำสืบพยานเอกสารดังกล่าวในวันที่ 3 กุมภาพันธ์2530 ซึ่งเป็นการส่งสำเนาเอกสารให้จำเลยทั้งสองก่อนวันสืบพยานโจทก์ที่เหลือต่อถึง 14 วัน มิใช่เป็นกรณีเอาเปรียบดังจำเลยทั้งสองกล่าวอ้าง การที่ศาลรับฟังเอกสารทั้งสองฉบับจ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง