คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2553
ฎีกาที่ 7428/2553
หลักกฎหมาย
โจทก์ทำสัญญาว่าจ้างจำเลยที่ 1 ให้จัดพิมพ์หนังสือคัมภีร์เทศน์โดยมีข้อตกลงกำหนดรูปแบบ ในหนังสือต้องระบุตราของพุทธธรรมคัมภีร์ที่อยู่ของพุทธธรรมคัมภีร์ที่ชัดเจน ชื่อ ท. ผู้เรียบเรียง และข้อความระบุว่า "การพิมพ์ครั้งนี้ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ตามกฎหมายแล้ว" "สงวนลิขสิทธิ์" และ "ฉบับปรับปรุงใหม่ระหว่างพุทธธรรมคัมภีร์กับคลังนานาธรรม" ส.และ ว. บุตรโจทก์ทั้งสองกับจำเลยที่ 1 ได้ทำหนังสือสัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมหนังสือคัมภีร์ที่ ท. เป็นผู้ประพันธ์ อนุญาตให้จำเลยที่ 1 ทำซ้ำงานวรรณกรรมโดยโจทก์ได้ลงลายมือชื่อเป็นพยานในหนังสือสัญญา และโจทก์ได้ทำสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิตัวแทนจำหน่ายกับจำเลยที่ 1 โดยให้จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนจำหน่ายหนังสือคัมภีร์เทศน์จำนวน 28 เรื่องที่ ท.เป็นผู้สร้างสรรค์ พฤติการณ์ที่โจทก์ได้ลงลายมือชื่อเป็นพยานในสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์งานวรรณกรรม และที่โจทก์ได้ทำสัญญาว่าจ้างจำเลยที่ 1 ให้จัดพิมพ์หนังสือคัมภีร์เทศน์และให้จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนจำหน่ายหนังสือที่จัดพิมพ์ขึ้นอันเป็นวันเดียวกันกับที่โจทก์ได้ลงลายมือชื่อในสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในงานวรรณกรรม ถือได้ว่าโจทก์ได้อนุญาตให้จำเลยที่ 1 ทำซ้ำงานวรรณกรรมหนังสือคัมภีร์เทศน์ที่ ท. เป็นผู้เขียนอันเป็นลิขสิทธิ์ของโจทก์แล้ว การที่จำเลยที่ 1 จัดพิมพ์หนังสือคัมภีร์เทศน์ ไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรม ส่วนจำเลยที่ 2 มีเหตุผลให้เชื่อว่าโจทก์ได้อนุญาตให้จำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือคัมภีร์เทศน์ซึ่งเป็นงานวรรณกรรมอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้กระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรม สัญญาจ้างพิมพ์งานกำหนดให้จำเลยที่ 1 ระบุโลโก้ของพุทธธรรมคัมภีร์ลงในหนังสือคัมภีร์เทศน์ที่จัดพิมพ์เท่านั้น มิได้กำหนดให้ระบุโลโก้ในตำแหน่งใดของหนังสือ การที่จำเลยที่ 1 ได้ระบุโลโก้ของพุทธธรรมคัมภีร์ไว้ในหนังสือรูปข่อยแล้ว แม้จะมิได้ระบุไว้ในตำแหน่งที่เหมือนกับตัวฉบับ ถือไม่ได้ว่าเป็นการที่จำเลยที่ 1 ปฏิบัติผิดสัญญาและถือไม่ได้ว่าเป็นเหตุให้ลูกค้าหลงผิดในความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ว่า ลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมหนังสือนั้นเป็นของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ต้องส่งมอบต้นฉบับหนังสือคัมภีร์เทศน์ที่อยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 1 ทั้งหมดแก่โจทก์นับแต่วันเลิกสัญญาตามสัญญาจ้างพิมพ์งาน ข้อ 8 ส่วนเพลตแม่พิมพ์หนังสือคัมภีร์เทศน์นั้น สัญญาจ้างพิมพ์ข้อ 8 มิได้กำหนดให้จำเลยที่ 1 ต้องส่งมอบให้โจทก์นับแต่วันเวลาเลิกสัญญา คงให้จำเลยที่ 1 ผู้รับจ้างส่งมอบเฉพาะต้นฉบับหรือแบบตัวอย่างให้โจทก์ผู้ว่าจ้างเท่านั้น กรณีไม่อาจบังคับให้จำเลยที่ 1 ส่งมอบเพลตแม่พิมพ์หนังสือคัมภีร์เทศน์ตามคำขอบังคับท้ายคำฟ้องของโจทก์ได้
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายจำนวน 10,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ให้จำเลยทั้งสองส่งมอบต้นฉบับวรรณกรรมของนายทวี และเพลตแม่พิมพ์ทั้งหมดคืนแก่โจทก์ กับให้ยึดหนังสือคัมภีร์เทศน์ทั้งหมดที่จำเลยทั้งสองร่วมกันทำละเมิดลิขสิทธิ์ต่อโจทก์เพื่อโจทก์จะได้ทำลายทิ้งต่อไป จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง จำเลยทั้งสองแถลงขอสละข้อต่อสู้ในเรื่องคำฟ้องเคลือบคลุม และไม่ติดใจโต้แย้งว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางต่อไป ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยทั้งสองรับฟังได้ โจทก์สมรสกับนายทวี เมื่อปี 2519 และมีบุตรคือ นางสาวโสภา และนายวราจิต โจทก์ประกอบธุรกิจโดยใช้ชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าคำว่า "พุทธธรรมคัมภีร์" ทั้งได้รับการจดทะเบียนไว้สำหรับสินค้าจำพวกที่ 16 รายการสินค้าหนังสือกัณฑ์เทศน์ ต่อมานายทวีประสงค์จะบวชเป็นพระภิกษุ จึงจดทะเบียนหย่ากับโจทก์ ระหว่างที่เป็นพระภิกษุตั้งแต่ปี 2524 นายทวีได้เขียนหนังสือคัมภีร์เทศน์ไว้หลายชุด นายทวีลาสิกขาเมื่อปี 2534 โดยกลับมาอยู่กินกับโจทก์ นายทวีถึงแก่ความตาย ลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมต่าง ๆ ของนายทวีจึงตกทอดแก่นางสาวโสภาและนายวราจิตซึ่งเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนายทวีในฐานะทายาทโดยธรรม ต่อมานางสาวโสภาและนายวราจิตได้โอนลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมเหล่านั้นให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ซึ่งเคยสั่งซื้อหนังสือในนามของบริษัทจำเลยที่ 2 ไปพบโจทก์ที่บ้านและเสนอขอร่วมทุนจัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือที่นายทวีเป็นผู้เขียน ต่อมาโจทก์กับจำเลยที่ 1 ตกลงกันให้จำเลยที่ 1 จัดพิมพ์หนังสือคัมภีร์เทศน์ชุดละ 500 เล่ม รวมจำนวน 28 ชุด เป็นจำนวน 14,000 เล่ม จำเลยที่ 1 จะแบ่งให้โจทก์นำไปขายชุดละ 200 เล่ม และจำเลยที่ 1 ตกลงจ่ายค่าตอบแทนให้แก่โจทก์จำนวน 350,000 บาท เพื่อให้โจทก์นำเงินไปชำระหนี้ที่โจทก์มีอยู่ต่อโรงพิมพ์ จำเลยที่ 1 ส่งสัญญากู้เงินไปให้โจทก์ลงลายมือชื่อเป็นผู้กู้เงินจำนวน 350,000 บาท โจทก์ได้ลงลายมือชื่อเป็นผู้กู้ในหนังสือสัญญาเงินกู้ โจทก์ทำสัญญาว่าจ้างจำเลยที่ 1 ให้จัดพิมพ์หนังสือคัมภีร์เทศน์โดยมีข้อตกลงกำหนดรูปแบบว่าในหนังสือต้องระบุว่าตราของพุทธธรรมคัมภีร์ ที่อยู่ของพุทธธรรมคัมภีร์ที่ชัดเจน ชื่อนายทวีผู้เรียบเรียง และระบุข้อความว่า "การพิมพ์ครั้งนี้ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ตามกฎหมายแล้ว" "สงวนลิขสิทธิ์" และ "ฉบับปรับปรุงใหม่ระหว่างพุทธธรรมคัมภีร์กับคลังนานาธรรม" นางสาวโสภาและนายวราจิตบุตรโจทก์ทั้งสองกับจำเลยที่ 1 ได้ทำหนังสือสัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมหนังสือคัมภีร์เทศน์ที่นายทวีเป็นผู้ประพันธ์อนุญาตให้จำเลยที่ 1 ทำซ้ำงานวรรณกรรมโดยพิมพ์เป็นหนังสือรูปเล่ม 16 หน้ายก จำนวน 56,000 เล่ม พิมพ์จำหน่ายราคาเล่มละ 70 บาท ซึ่งโจทก์ได้ลงลายมือชื่อเป็นพยานในหนังสือสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิงานวรรณกรรม นอกจากนี้ ในวันเดียวกันนั้น โจทก์ยังได้ทำสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิตัวแทนจำหน่ายกับจำเลยที่ 1 โดยให้จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนจำหน่ายหนังสือคัมภีร์เทศน์จำนวน 28 เรื่อง ที่นายทวีเป็นผู้สร้างสรรค์ มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมของโจทก์และจำเลยที่ 1 ปฏิบัติผิดสัญญาจ้างพิมพ์งาน และสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิตัวแทนจำหน่าย ที่ทำไว้กับโจทก์จนเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายหรือไม่ โจทก์อุทธรณ์หนังสือสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในงานวรรณกรรม หนังสือสัญญาจ้างพิมพ์งาน และสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิตัวแทนจำหน่าย ผู้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิมีเพียงจำเลยที่ 1 ที่เป็นคู่สัญญา บริษัทจำเลยที่ 2 มิได้เป็นคู่สัญญา จำเลยที่ 2 จึงไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ให้ทำซ้ำงานวรรณกรรมหนังสือคัมภีร์เทศน์ที่นายทวีเป็นผู้เขียนอันเป็นลิขสิทธิ์ของโจทก์ ทั้งจำเลยที่ 2 มิใช่ผู้รับจ้างพิมพ์และเป็นตัวแทนจำหน่ายหนังสือ จำเลยที่ 2 โดยไม่สุจริตได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ทำซ้ำงานวรรณกรรมอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์โดยไม่ได้รับอนุญาต จึงเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ เห็นว่า สำหรับจำเลยที่ 1 ข้อเท็จจริงตามคำฟ้องกับคำให้การของจำเลยที่ 1 และทางนำสืบของโจทก์กับจำเลยทั้งสองรับกันว่า โจทก์ได้ลงลายมือชื่อเป็นพยานในสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในงานวรรณกรรม ที่นางสาวโสภาและนายวราจิตบุตรโจทก์ทั้งสองได้อนุญาตให้จำเลยที่ 1 ทำซ้ำงานวรรณกรรมหนังสือคัมภีร์เทศน์ที่นายทวีเป็นผู้สร้างสรรค์ ซึ่งขณะนั้
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง