คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2553
ฎีกาที่ 7429/2553
หลักกฎหมาย
โจทก์ร่วมที่ 3 และที่ 4 เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นประเทศภาคีในอนุสัญญากรุงเบิร์น กับเป็นประเทศภาคีในความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้า อันเป็นอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย ได้ทำและนำออกสู่สาธารณชนซึ่งรายการกีฬาทางโทรทัศน์ช่อง "ESPN" กับ "STAR SPORTS" และรายการข่าวทางโทรทัศน์ข่าว "CNN" ตามลำดับ โดยการแพร่เสียงแพร่ภาพทางโทรทัศน์ จึงเป็นผู้สร้างสรรค์ซึ่งมีลิขสิทธิ์ร่วมกับบริษัทยูบีซี (UBC) ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นทรูวิชันส์ (true visions) ทำความตกลงการมีสิทธิเด็ดขาดแต่ผู้เดียวในการให้บริการแพร่เสียงแพร่ภาพรายการโทรทัศน์ช่องดังกล่าวแก่สมาชิกผู้รับบริการภายในเขตประเทศไทย แต่จำเลยทั้งสองได้รับสิทธิการแพร่เสียงแพร่ภาพรายการโทรทัศน์ทั้ง 3 ช่องดังกล่าวมาจาก ล. ที่ประเทศมาเลเซีย โดยจ่ายค่าตอบแทนให้ ล. ทั้งปรากฏตามทางนำสืบของโจทก์ร่วมที่ 3 และที่ 4 ด้วยว่า การรับภาพและเสียงนั้น หากที่จอเครื่องรับโทรทัศน์ไม่ปรากฏเครื่องหมาย "UBC" แสดงว่าเป็นการรับภาพและเสียงจากต้นกำเนิดโดยตรง กรณีมีเหตุผลให้เชื่อว่าจำเลยทั้งสองได้รับสิทธิการแพร่เสียงแพร่ภาพรายการช่องดังกล่าวมาจาก ล. ที่ประเทศมาเลเซีย จำเลยทั้งสองจึงมิได้กระทำการแพร่เสียงแพร่ภาพซ้ำแก่งานของโจทก์ร่วมที่ 3 และที่ 4 ที่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงไม่ครบองค์ประกอบความผิดและไม่เป็นความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อการค้าดังที่โจทก์ฟ้อง ส่วนปัญหาว่าจำเลยทั้งสองได้รับสิทธิการแพร่ภาพแพร่เสียงจาก ล. มาโดยชอบหรือไม่ ล. ได้รับมอบสิทธิจากโจทก์ร่วมที่ 3 และที่ 4 ให้ทำการแพร่เสียงแพร่ภาพรายการโทรทัศน์ช่องดังกล่าวแต่ผู้เดียวในประเทศมาเลเซียและมีสิทธิอนุญาตช่วงให้จำเลยทั้งสองทำการแพร่เสียงแพร่ภาพซ้ำในประเทศไทยหรือไม่ เป็นเรื่องที่โจทก์ที่ 3 และที่ 4 อาจไปว่ากล่าวเอาแก่ ล. หรือไม่ต่อไป เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามฟ้อง ของกลางจึงไม่ใช่สิ่งที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดไม่อาจริบได้ ต้องคืนของกลางทั้งหมดแก่เจ้าของ
มาตราที่อ้างถึง
ป.วิ.อ. 213พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 4พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 6พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 8พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 29พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 45พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 69พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 74
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 29, 69, 74 และ 76 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 และ 83 ริบของกลางทั้งหมดและให้จ่ายค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายทั้งสองผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา บริษัทยาร์ราตัน ลิมิเต็ด ห้างหุ้นส่วนสามัญอีจีพี.โค. ห้างหุ้นส่วนสามัญอีเอสพีเอ็นสตาร์สปอร์ตส และห้างหุ้นส่วนจำกัดเคเบิลนิวส์เน็ตเวิร์กแอลพี, แอลแอลแอลพี. ผู้ร้องทั้งสี่ ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอนุญาตและเรียกผู้ร้องทั้งสี่ว่า โจทก์ร่วมที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และ ที่ 4 ตามลำดับ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 วรรคสอง ประกอบมาตรา 29 (2) ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 400,000 บาท หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระ ค่าปรับ ให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 (ที่ถูก มาตรา 29) ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 ให้จ่ายค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์ตามคำพิพากษากึ่งหนึ่งให้แก่โจทก์ร่วมที่ 3 หรือผู้เสียหายที่ 1 กับโจทก์ร่วมที่ 4 หรือผู้เสียหายที่ 2 และให้ริบของกลางทั้งหมด โจทก์ร่วมที่ 3 และที่ 4 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่โจทก์ โจทก์ร่วมที่ 3 และที่ 4 กับจำเลยที่ 2 มิได้อุทธรณ์คัดค้านรับฟังได้ว่า บริษัทโจทก์ร่วมที่ 1 ซึ่งจัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายแห่งหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน (British Virgin Islands) และห้างหุ้นส่วนสามัญโจทก์ร่วมที่ 2 ซึ่งจัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของมลรัฐเดลาแวร์ (Delaware) ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ร่วมกันจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญโจทก์ร่วมที่ 3 ภายใต้กฎหมายของมลรัฐเดลาแวร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศภาคีในอนุสัญญากรุงเบิร์นว่าด้วยการคุ้มครองงานวรรณกรรมและศิลปกรรมกับเป็นประเทศภาคีในความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้าอันเป็นอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย โจทก์ร่วมที่ 3 เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานแพร่เสียงแพร่ภาพรายการกีฬาทางโทรทัศน์ช่องอีเอสพีเอ็น (ESPN) และช่องสตาร์สปอร์ตส (STAR SPORTS) ส่วนโจทก์ร่วมที่ 4 จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของมลรัฐเดลาแวร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานแพร่เสียงแพร่ภาพรายการข่าวทางโทรทัศน์ช่องซีเอ็นเอ็น (CNN) โดยโจทก์ร่วมที่ 3 และที่ 4 ส่งสัญญาณรายการโทรทัศน์ดังกล่าวผ่านดาวเทียมไปยังเครื่องรับสัญญาณและถอดรหัสสัญญาณจากดาวเทียมที่เรียกว่า "ไออาร์ดี" (IRD) แปลงสัญญาณจากดาวเทียมให้เป็นสัญญาณภาพและเสียง เมื่อส่งสัญญาณภาพและเสียงเข้าสู่เครื่องรับโทรทัศน์จะปรากฏภาพและเสียงรายการโทรทัศน์ของโจทก์ร่วมที่ 3 และที่ 4 ดังกล่าวที่เครื่องรับโทรทัศน์ของสมาชิกซึ่งตกลงจ่ายค่าตอบแทนสำหรับการรับบริการดังกล่าว สำหรับในประเทศไทย โจทก์ร่วมที่ 1 ถึงที่ 3 และโจทก์ร่วมที่ 4 ได้ร่วมกับบริษัทยูไนเต็ดบรอดแคสติงคอร์ปอร์เรชัน จำกัด (มหาชน) หรือบริษัทยูบีซี และบริษัทยูบีซีเคเบิลเน็ตเวิร์ก จำกัด (มหาชน) หรือยูบีซีเคเบิล ทำความตกลงการมีสิทธิเด็ดขาดแต่ผู้เดียวในการให้บริการแพร่เสียงแพร่ภาพรายการโทรทัศน์ช่อง "ESPN" ช่อง "STAR SPORTS" และช่อง "CNN" แก่สมาชิกผู้รับบริการภายในอาณาเขตประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2544 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2546 และตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2547 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2547 ตามข้อกำหนดและข้อกำหนดเพิ่มเติมพร้อมคำแปลเอกสารหมาย จ.4 เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2546 เวลาประมาณ 15 นาฬิกา เจ้าพนักงานตำรวจพร้อมด้วยนายสุรพล ผู้รับมอบอำนาจช่วงจากจากโจทก์ร่วมทั้งสี่นำหมายค้นของศาลอาญาเลขที่ 3747/2546 ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2546 เอกสารหมาย จ.12 ไปทำการตรวจค้นที่ที่ทำการห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนปากทางเข้าเมือง ตำบลแม่กลอง อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม พบจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 ในการตรวจค้นดังกล่าวเจ้าพนักงานยึดได้อุปกรณ์จานรับสัญญาณดาวเทียม 1 ชุด เครื่องรับสัญญาณความถี่สูง 1 เครื่อง เครื่องแปลงสัญญาณ (IRD) จำนวน 3 เครื่อง บัตรสมาร์ตการ์ดจำนวน 3 ใบ และเครื่องตั้งช่องสัญญาณจำนวน 3 เครื่อง เป็นของกลาง นายสุรพลผู้รับมอบอำนาจช่วงจากโจทก์ร่วมทั้งสี่ซึ่งได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสองภายในกำหนดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 แล้วยืนยันให้ดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสอง เจ้าพนักงานแจ้งข้อหาแก่จำเลยทั้งสองว่า ร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์ในงานแพร่เสียงแพร่ภาพของโจทก์ร่วมทั้งสี่โดยการแพร่เสียงแพร่ภาพซ้ำเพื่อการค้า ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ มี
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง