ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2565

ฎีกาที่ 747/2565

หลักกฎหมาย

การที่โจทก์ร่วมถอนคำร้องทุกข์ย่อมเป็นผลให้คำขอในส่วนแพ่งในความผิดฐานฉ้อโกงตาม ป.อ. มาตรา 341 ที่โจทก์ได้ขอให้จำเลยคืนหรือใช้เงินแก่โจทก์ร่วม ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 ตกไปด้วย จึงต้องยกคำขอในส่วนแพ่งของโจทก์ ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 343 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 3, 4, 5, 12 และให้จำเลยคืนเงินหรือชดใช้เงิน 253,200 บาท ที่ยังไม่ได้คืนให้แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นางสาว ช. ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตเฉพาะข้อหาฉ้อโกงประชาชน ส่วนข้อหาอื่นผู้ร้องไม่เป็นผู้เสียหายจึงไม่อนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 343 วรรคแรก พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง (1) การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดมีระวางโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานฉ้อโกงประชาชนเพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 4 ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก ให้จำเลยคืนเงิน 253,200 บาท ที่โจทก์ร่วมยังไม่ได้รับคืนให้แก่โจทก์ร่วม จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุก 3 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ระหว่างจำเลยขออนุญาตฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โจทก์ร่วมขอถอนคำร้องทุกข์ ศาลชั้นต้นอนุญาตเฉพาะความผิดฐานฉ้อโกง จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติว่า โจทก์ร่วมใช้แอปพลิเคชัน เฟซบุ๊ก ชื่อว่า "C." ส่วนจำเลยใช้แอปพลิเคชัน เฟซบุ๊ก ชื่อว่า "T." โจทก์ร่วมมีบัญชีเงินฝากธนาคาร สำหรับความผิดฐานกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ไม่อุทธรณ์ จึงเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ส่วนความผิดฐานอื่น ระหว่างจำเลยขออนุญาตฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โจทก์ร่วมขอถอนคำร้องทุกข์ทุกข้อกล่าวหา เมื่อความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 เป็นความผิดอันยอมความได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 348 สิทธินำคดีอาญาในความผิดฐานดังกล่าวมาฟ้องจึงระงับไปเมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) ส่วนความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน แม้ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ย่อมไม่ตัดอำนาจพนักงานอัยการที่จะฟ้องจำเลยในความผิดฐานดังกล่าว และสิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ในความผิดฐานดังกล่าวย่อมไม่ระงับ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 126 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนและความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ตามฟ้องโจทก์หรือไม่ เห็นว่า การเล่นแชร์ตามพระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ.2534 มาตรา 4 ต้องเป็นการที่บุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปตกลงกันเป็นสมาชิกวงแชร์ โดยแต่ละคนมีภาระที่จะส่งเงินหรือทรัพย์สินอื่นใด รวมเข้าเป็นทุนกองกลางเป็นงวด ๆ เพื่อให้สมาชิกวงแชร์หมุนเวียนกันรับทุนกองกลางแต่ละงวดนั้นไปโดยการประมูลหรือโดยวิธีอื่นใด ข้อเท็จจริงปรากฏตามที่โจทก์ร่วมเบิกความประกอบหลักฐานจากเฟซบุ๊กของจำเลย รายการโอนเงิน ข้อความการตั้งวงแชร์และคำให้การของผู้กล่าวหาโดยจำเลยนำสืบรับข้อเท็จจริงดังกล่าวว่า จำเลยตั้งกลุ่มแชร์ออนไลน์ ผ่านทางเฟซบุ๊กของจำเลยหลายวง ลักษณะการเล่นคล้ายการเล่นแชร์ มีจำเลยเป็นผู้กำหนดจำนวนเงินต้น จำนวนสมาชิกในแต่ละวง ระยะเวลาการชำระเงิน และจำนวนเงินที่สมาชิกแต่ละลำดับต้องชำระ โดยจำนวนเงินต้นที่จำเลยกำหนดคือจำนวนเงินรวมทั้งหมดที่จำเลยกำหนดให้สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มชำระในแต่ละงวด ในแต่ละกลุ่มจำเลยเป็นผู้ได้รับเงินงวดแรก ส่วนในงวดต่อ ๆ ไป จำเลยให้สมาชิกแต่ละคนเป็นผู้เลือกว่าจะเข้าชื่ออยู่ในลำดับใด ซึ่งสมาชิกแต่ละลำดับจะส่งเงินรายงวดและได้ผลประโยชน์ตอบแทนที่ไม่เท่ากัน เมื่อถึงลำดับของสมาชิกรายใด สมาชิกรายนั้นก็จะได้รับเงินคืนพร้อมดอกเบี้ย (กำไร) ในกรณีของโจทก์ร่วมนับแต่วันที่ 6 กันยายน 2561 เข้าร่วมเล่นกับจำเลย 15 วง แต่ละวงมีชื่อเรียกต่างกัน ได้แก่ วงสงกรานต์ วงมงกุฎ วงมังกร วงตำป่า วงปีโป้ วงนครสวรรค์ วงตอง 7 วงสุโขทัย วงกล้วยหอม วงส้มเขียวหวาน วงปลาแขยง วงชาเชียว วงรีเจนซี่ วงแม่โขง และวงแตงกวา แล้วโจทก์ร่วมชำระเงินตามระยะเวลาและจำนวนเงินในลำดับที่โจทก์ร่วมเป็นสมาชิกในแต่ละวง เช่น ในวงสงกรานต์ จำเลยกำหนดวงเงิน 30,000 บาท จ่ายทุก 10 วัน จนครบจำนวนสมาชิก มีสมาชิกทั้งหมด 15 คน จำเลยเป็นท้าวแชร์และเป็นสมาชิกในลำดับที่ 1 ส่วนโจทก์ร่วมเป็นสมาชิกลำดับที่ 1
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 747/2565 · ทนอย Thanoy