คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2551
ฎีกาที่ 7471/2551
หลักกฎหมาย
ในความผิดฐานตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาตนั้นแม้โจทก์มิได้ระบุมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 ไว้ในคำขอท้ายฟ้อง แต่โจทก์ก็ได้บรรยายฟ้องและได้ระบุมาตรา 23 อันเป็นบทกำหนดโทษของมาตรา 11 ไว้ในคำขอท้ายฟ้องแล้ว คำฟ้องของโจทก์ในความผิดฐานนี้จึงชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (6) เมื่อคำว่า "สถานีวิทยุคมนาคม" ตามมาตรา 4 หมายความว่า ที่ส่งวิทยุคมนาคม ที่รับวิทยุคมนาคม หรือที่ส่งและรับวิทยุคมนาคม และคำว่า "วิทยุคมนาคม" หมายความว่า การส่งหรือการรับเครื่องหมาย สัญญาณ ตัวหนังสือ ภาพ และเสียงหรือการอื่นใดซึ่งสามารถเข้าใจความหมายได้ด้วยคลื่นแฮรตเซียน เมื่อเครื่องวิทยุคมนาคมที่จำเลยติดตั้งไว้สามารถรับฟังข้อความจากผู้ใช้วิทยุสื่อสารได้ การกระทำของจำเลยก็เป็นความผิดตามมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 แล้ว การต้องใช้คลื่นความถี่เท่าใด เป็นข้อกำหนดสำหรับผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ตั้งสถานีวิทยุคมนาคมในการใช้คลื่นความถี่ให้ถูกต้อง หาจำต้องเป็นการตั้งสถานีเครื่องรับส่งในระยะความถี่ไม่น้อยกว่า 25 วัตต์ หรือมีขีดความสามารถรับส่งได้ในระยะทางไม่น้อยกว่า 25 กิโลเมตร หรือต้องเป็นการติดต่อหรือประกาศแจ้งออกไปสู่บุคคล องค์กร หรือต่อประชาชนในการประกาศข่าวสาร ส่ง หรือรับข่าวสารข้อความใด ๆ ได้ชัดเจนไม่ การที่จำเลยสั่งให้นาย ต. นำเมทแอมเฟตามีน 40 เม็ด ไปมอบให้นาง ม. และนาย ต. ยอมทำตามคำสั่งของจำเลย ความสัมพันธ์ระหว่างจำเลยกับนาย ต. มีลักษณะเป็นตัวการตัวแทน จึงเป็นการส่งมอบระหว่างผู้กระทำผิดด้วยกันเอง หาใช่เป็นการให้อันจะถือว่าเป็นการจำหน่ายตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4 ไม่ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน
มาตราที่อ้างถึง
พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 4พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 11พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 23พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 4พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 15พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 67ป.วิ.อ. 158
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 67, 102 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 3, 10 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 7, 69, 74, 74 ทวิ พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 มาตรา 4, 6, 22, 23 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91 ริบของกลางทั้งหมดยกเว้นอาวุธปืนของกลาง สำหรับเครื่องรับส่งวิทยุคมนาคมและส่วนใดๆ แห่งเครื่องวิทยุคมนาคมของกลางขอริบไว้ใช้ในราชการกรมไปรษณีย์โทรเลข จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีและใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาตมีไม้สักซึ่งเป็นไม้หวงประเภท ก. ไว้ในครอบครองโดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวงหรือรอยตรารัฐบาลขาย ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 66 วรรคหนึ่ง (ใหม่), 102 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 10 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคสาม พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 69 วรรคสอง (1) พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 มาตรา 6 วรรคหนึ่ง, 11 วรรคหนึ่ง, 23 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำคุก 15 ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำคุก 15 ปี ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจำคุก 6 เดือน ฐานมีไม้สักซึ่งเป็นไม้หวงห้ามไว้ในครอบครอง จำคุก 1 ปี ฐานมีเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาตปรับ 4,000 บาท ฐานใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาตปรับ 4,000 บาท ฐานตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาตปรับ 6,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ฐานมีไม้สักซึ่งเป็นไม้หวงห้ามไว้ในครอบครอง ฐานมีเครื่องวิทยุคมนาคมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ฐานใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงลงโทษฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 3 เดือน ฐานมีไม้สักซึ่งเป็นไม้หวงห้ามไว้ในครอบครอง จำคุก 6 เดือน ฐานมีเครื่องวิทยุคมนาคมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตปรับ 2,000 บาท ฐานใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาตปรับ 2,000 บาท รวมจำคุก 30 ปี 9 เดือนและปรับ 10,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบเมทแอมเฟตามีน ไม้สัก กล่องพลาสติกสำหรับบรรจุพระเครื่องกระดาษขาวมีคราบเมทแอมเฟตามีน ผ้าเทปพันสายไฟ รถยนต์บรรทุกสิบล้อยี่ห้อฮีโน หมายเลขทะเบียน 80 - 8986 พิษณุโลก ของกลาง ส่วนเครื่องรับส่งวิทยุคมนาคมและส่วนใดๆ แห่งเครื่องวิทยุคมนาคมให้ริบไว้ใช้ในราชการกรมไปรษณีย์โทรเลข สำหรับอุปกรณ์การเสพเมทแอมเฟตามีนให้คืนแก่เจ้าของ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 5 ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 5 ปีความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทแต่ละบทมีโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาตเพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้ปรับ6,000 บาท เมื่อรวมกับโทษจำคุกในความผิดฐานมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและฐานมีไม้สักอันเป็นไม้หวงห้ามไว้ในครอบครองตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว เป็นจำคุก 10 ปี 9 เดือน และปรับ 6,000 บาท ข้อหาตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2534 ให้ยก กับให้คืนอาวุธปืนของกลางแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในปัญหาว่า จำเลยกระทำความผิดฐานตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาตหรือไม่ ปัญหานี้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้นำเครื่องวิทยุคมนาคมที่ใช้ติดตั้งในยานพาหนะซึ่งใช้การได้ไปติดตั้งไว้ภายในบ้านโดยเปิดสัญญาณไว้สำหรับฟังข้อความจากผู้ใช้วิทยุสื่อสาร แม้จำเลยจะเป็นอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนของอำเภอบางระกำ แต่จำเลยไม่ได้รับใบอนุญาตให้ตั้งสถานีวิทยุคมนาคมและไม่ได้รับยกเว้นใดๆ ตามกฎหมาย เห็นว่า แม้โจทก์จะไม่ได้ระบุมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 ไว้ในคำขอท้าย
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง