ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2561

ฎีกาที่ 7519/2561

หลักกฎหมาย

ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 2 ปี 6 เดือน และปรับ 250,000 บาท และในความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 3 ปี ภายในระยะเวลาห้าปีนับแต่วันพ้นโทษทั้งสองคดี จำเลยกลับมากระทำผิดฐานสมคบกันเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและฐานกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันดังกล่าวตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 8 วรรคสอง กรณีมิใช่จำเลยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 อันจะเพิ่มโทษที่จะลงแก่จำเลยอีกกึ่งหนึ่งของโทษที่ศาลกำหนดสำหรับความผิดครั้งหลังตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 97 คงเพิ่มโทษได้เพียงหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 3, 4, 8, 14 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 97, 100/1 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามและกึ่งหนึ่งตามกฎหมาย จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอเพิ่มโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 8 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม จำคุกตลอดชีวิต และปรับ 1,000,000 บาท เมื่อวางโทษจำคุกตลอดชีวิตแล้วจึงไม่อาจเพิ่มโทษจำคุกจำเลยได้อีก คงเพิ่มโทษปรับได้เพียงกึ่งหนึ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 97 เป็นจำคุกตลอดชีวิต และปรับ 1,500,000 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 (ที่แก้ไขใหม่) กรณีต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังได้เกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้อง ร้อยตำรวจเอก กฤศ กับพวก นำหมายค้นของศาลชั้นต้นเข้าตรวจค้นห้องพักเลขที่ 407 จับกุมนายวรดนัย กับพวกรวม 3 คน ได้พร้อมยึดเมทแอมเฟตามีนชนิดเกล็ดสีขาวตามจำนวนในคำฟ้อง นายวรดนัยให้การรับสารภาพ ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกแล้ว ระหว่างถูกควบคุมตัวนายวรดนัยยอมรับว่าเมทแอมเฟตามีนเป็นของจำเลย โดยขณะที่จำเลยถูกคุมขังอยู่ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษพระนครศรีอยุธยา จำเลยใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ติดต่อไปยังโทรศัพท์เคลื่อนที่ของนายวรดนัยเพื่อชักชวนให้นายวรดนัยจำหน่ายยาเสพติด นายวรดนัยตกลงจำหน่ายยาเสพติดให้จำเลย หลังจากนั้นจำเลยโทรศัพท์ติดต่อให้นายวรดนัยขับรถยนต์ไปรับเมทแอมเฟตามีนตามจุดที่นัดหมาย นายวรดนัยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนได้แล้วจะนำเงินดังกล่าวฝากเข้าบัญชีของตน จากนั้นจำเลยจะโทรศัพท์แจ้งด้วยวาจาหรือส่งข้อความหรือส่งหมายเลขบัญชีมาทางแอปพลิเคชั่นไลน์ ให้นายวรดนัยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร นายวรดนัยได้เงินส่วนต่างจากการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนเกินจากราคาที่จำเลยกำหนดไว้ และได้เงินจากการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่ลูกค้าของตนโดยตรง นายวรดนัยรับเมทแอมเฟตามีนมาจากจำเลยเพียงรายเดียว นายวรดนัยได้ให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน ร้อยตำรวจโท จำนงค์ ตรวจสอบโทรศัพท์เคลื่อนที่ของนายวรดนัยพบว่า จำเลยได้ให้หมายเลขโทรศัพท์ของจำเลยและเลขบัญชีธนาคารต่าง ๆ ไว้ในแอปพลิเคชั่นไลน์เพื่อให้นายวรดนัยโอนเงินที่ได้จากการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนเข้าบัญชีดังกล่าว ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม 2557 ถึงวันที่ 25 ธันวาคม 2557 พบว่านายวรดนัยฝากเงินจำนวนหลายครั้งรวมประมาณ 2,000,000 บาท และโอนเงินจำนวนหลายครั้งรวมประมาณ 2,000,000 บาท ออกจากบัญชีของตนทุกวันไปเข้าบัญชีธนาคารที่จำเลยให้ไว้ทางอินเทอร์เน็ตแบงก์กว่า 100 รายการ ร้อยตำรวจโท จำนงค์ ได้ทำรายงานผลการสืบสวนขยายผลจำเลยเสนอผู้บังคับบัญชา ต่อมาเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดมีคำสั่งอนุมัติให้จับกุมจำเลย ร้อยตำรวจโท จำนงค์ ได้รับมอบหมายให้ร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยในข้อหาสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน จำเลยให้การปฏิเสธ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า แม้นายวรดนัยจะมีส่วนกระทำความผิดและให้การซัดทอดจำเลย แต่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227/1 ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3 หาได้ห้ามมิให้รับฟังพยานซัดทอดเลยเสียทีเดียวไม่ หากแต่ศาลพึงต้องกระทำด้วยความระมัดระวังและไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานดังกล่าวโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มีพฤติการณ์พิเศษแห่งคดี หรือมีพยานหลักฐานประกอบอื่นมาสนับสนุน ซึ่งจากคำเบิกความของนายวรดนัยดังกล่าวประกอบคำให้การชั้นสอบสวนเรียงลำดับเหตุการณ์ที่รู้จักสนิทสนมกับจำเลยมาก่อนที่จำเลยจะถูกจำคุกในคดียาเสพติดให้โทษ เป็นขั้นตอนเชื่อมโยงเหตุการณ์ได้อย่างต่อเนื่องว่านายวรดนัยติดต่อจำเลยซึ่งขณะเกิดเหตุถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำได้อย่างไร มีรายละเอียดเกี่ยวกับบุคคล สถานที่ และรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการไปรับยาเสพติด จนกระทั่งถึงการโอนเงินค่ายาเสพติดผ่านบัญชีบุคคลต่าง ๆ จำนวนหลายบัญชีตามคำสั่งของจำเลย ซึ่งนายวรดนัยให้การว่าเป็นชื่อบัญชีที่นายวรดนัย รู้จักบ้างไม่รู้จักบ้าง และให้การว่าได้โอนเงินเข้าบัญชีนางสาวขวัญชนกและนางสาวสมฤทัย ซึ่งเป็นภรรยาของจำเลยด้วย คำเบิกความของนายวรดนัยจึงมีเหตุผลอันหนักแน่น
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง