ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2540

ฎีกาที่ 7562/2540

หลักกฎหมาย

ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ. 2522 มาตรา 35 ที่บัญญัติว่า เมื่อได้มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาให้เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งใดจนถึงวันเลือกตั้ง ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจะจูงใจให้ผู้เลือกตั้งลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น หรือให้งดเว้นมิให้ลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครใดด้วยวิธีการดังนี้(1) จัดทำ ให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใด อันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด"จะเห็นเจตนารมณ์ของกฎหมายได้ว่า ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ว่าในเขตเลือกตั้งใด กฎหมายมุ่งประสงค์ที่จะห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดที่มิใช่ผู้สมัครกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจะจูงใจให้ผู้เลือกตั้งลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่นด้วยวิธีการจัดทำให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใด อันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใดดังนั้น ผู้ฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวด้วยการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดไม่ว่าด้วยการจัดทำ ให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใด อันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด ย่อมเป็นการกระทำความผิดสำเร็จ ขณะที่จำเลยทั้งสองถูกจับและเจ้าพนักงานตำรวจยึดของกลางทั้งหมดได้ จำเลยทั้งสองได้จัดทำธนบัตรของกลางทั้ง11,400,000 บาท ไว้พร้อมที่จะนำไปแจกจ่ายหรือให้แก่ผู้เลือกตั้งตามบัญชีรายชื่อในเขตอำเภอ ซึ่งอยู่ในเขตเลือกตั้งแล้ว ด้วยการนำธนบัตรชนิดราคา 100 บาท กับชนิดราคา 20 บาท ที่มีตรายางรูปยันต์ประทับตรงบริเวณลายน้ำพระบรมฉายาลักษณ์ มาเย็บติดกันเป็นชุด ชุดละ 20 บาท และมัดรวมกัน มัดละ 100 ชุด ใส่ถุงพลาสติกบรรจุในกล่องกระดาษและถุงทะเล ไว้พร้อม ดังนั้น โดยลักษณะของการกระทำดังกล่าวถือว่าจำเลย ทั้งสองจัดทำธนบัตรของกลางซึ่งเป็นทรัพย์สินเพื่อจะจูงใจให้บรรดาผู้เลือกตั้งในเขตเลือกตั้งลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่ผู้สมัครในเขตเลือกตั้งนั้นแล้ว แม้จำเลยทั้งสองจะยังไม่ได้แจกจ่ายหรือให้ธนบัตรนั้นแก่บรรดาผู้เลือกตั้งทั้งหลายจำเลยทั้งสองก็กระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 35(1) สำเร็จแล้ว โจทก์มิได้บรรยายฟ้องเอาผิดแก่การจัดทำธนบัตรของกลางของจำเลยทั้งสองซึ่งถือว่าเป็นความผิดสำเร็จมาด้วย โจทก์คงบรรยายฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองแต่เพียงว่า จำเลยทั้งสองมีเจตนาพยายามให้ทรัพย์สินแก่ผู้เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้ง เพื่อจะจูงใจให้บรรดาผู้เลือกตั้งในเขตเลือกตั้งดังกล่าวลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่ผู้สมัครในเขตเลือกตั้งนั้นสถานเดียวเท่านั้น เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลย ทั้งสองตามที่โจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษจำเลยทั้งสองเพียงการพยายามให้ทรัพย์สินแก่ผู้เลือกตั้งสถานเดียว ดังนั้นจึงต้องพิจารณาว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นเพียงขั้นตระเตรียมการให้ทรัพย์สินแก่ผู้เลือกตั้งอันไม่เป็นความผิดต่อพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 35(1)ดังที่จำเลยทั้งสองฎีกาหรือไม่ ขณะที่จำเลยทั้งสองถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับพร้อมของกลางคงเหลือเวลาอีกเพียง 3 วัน ก็จะถึงกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนับว่าเป็นระยะเวลาที่ใกล้ชิดกับวันเลือกตั้งมากแล้ว ประกอบกับลักษณะธนบัตรของกลางที่จำเลยทั้งสองจัดทำขึ้นเป็นชุดพร้อมที่จะนำไปแจกจ่ายหรือให้แก่บรรดาผู้เลือกตั้งดังกล่าวได้ตามบัญชีรายชื่อหัวคะแนนแต่ละหมู่บ้านบัญชีรายชื่อแกนนำ บัญชีรายชื่อผู้รับผิดชอบแต่ละตำบลในอำเภอบัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้ง (ส.ส.13) ของอำเภอ ตารางแสดงจำนวนหมู่บ้าน ตลอดจนข้อมูลหน่วยเลือกตั้งตำบลต่าง ๆ ในอำเภอในเขตเลือกตั้งดังนั้นที่จำเลยทั้งสองรวบรวมไว้แล้ว ซึ่งแสดงว่าจำเลยทั้งสองมีเจตนาจะให้ทรัพย์สินเพื่อจะจูงใจให้ผู้เลือกตั้งลงคะแนนเลือกตั้งจะให้แก่ผู้สมัคร และจำเลยทั้งสองก็ได้เตรียมจัดหาทรัพย์สิน คือธนบัตรชนิดราคา 100 บาท และชนิดราคา 20 บาท รวมทั้งของกลางต่าง ๆ ดังกล่าว แล้วจำเลยทั้งสองได้ลงมือดำเนินการตามเจตนาข้างต้นโดยนำธนบัตรมาเย็บติดกันเป็นชุดมัดรวมกัน มัดละ 100 ชุดบรรจุในกล่องกระดาษและถุงทะเลเสร็จพร้อมที่จะนำไปให้แก่บุคคลผู้เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งได้ทันที่ การกระทำของจำเลยทั้งสองดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการกระทำที่ล่วงไปถึงขั้นตอนสุดท้ายของการดำเนินการนำธนบัตรของกลางไปแจกจ่ายหรือให้แก่บรรดาผู้เลือกตั้งเพื่อจะจูงใจให้ผู้เลือกตั้งลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่ผู้สมัครที่จำเลยทั้งสองให้การสนับสนุน เป็นการกระทำที่ใกล้ชิดต่อความผิดสำเร็จที่จะเกิดขึ้น ถือว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองพ้นขั้นตระเตรียมการเข้าสู่การลงมือกระทำความผิดแล้ว หากแต่ไม่สำเร็จเพราะเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยทั้งสองได้เสียก่อนมิฉะนั้นแล้วจำเลยทั้งสองก็จะกระทำความผิดต่อไปได้สำเร็จจำเลยทั้งสองย่อมมีความผิดฐานพยายามให้ทรัพย์สินแก่ผู้เลือกตั้งเพื่อจะจูงใจให้ผู้เลือกตั้งลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่ผู้สมัครดังที่โจทก์ฟ้องแล้ว และธนบัตรของกลางกับของกลางอื่นถือได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่มีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด ศาลย่อมมีอำนาจสั่งให้ริบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1)

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันเวลาที่อยู่ในระหว่างวันที่ได้มีประกาศพระราชกฤษฎีกายุบสภาและกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำเลยทั้งสองมีเจตนาให้ทรัพย์สินแก่ผู้เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดบุรีรัมย์ คือ นายธวัชชัย พรหมโลก นางสาวสุภาพร บุญธงนางสาวโกศล เพชรจรัส นายวิชิระ นภวงศ์ ณ อยุธยา นางอุไรปัดถา นายนรินทร์ ขันรัมย์ นางสาววิสาข์พรรณ มณีวรรณนางสาวจินตนา เสารีรัมย์ นายธีรพร มณีวรรณ นายสุพิชัย เนืองสานายจิตรกร อดุลย์ชัยประสาร นางพิลาวัณย์ ไชยคุณ นางสาวกานดาธำรงวงศ์สวัสดิ์ กับบุคคลผู้มีชื่ออีกหลายคน และผู้เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดบุรีรัมย์คือ นายน้อย สุขวิเศษ นายเฉลา ฉิมรัมย์ นายเกษม สุขรัมย์นายนา สุขวิบูลย์ นายสมบุรณ์ รนเฟื้อม นายบุญดี แซ่เตียนายแดง อาจปรุ นายธงสิทธิ์ เชียรรัมย์นายวิโรจน์ บุญจันทร์อัฒน์ นายสวัด จันทร์ศรี นายธง แมนสืบชาตินายสิทธิชัย วานิชกิจ นายวิเชียร พงษ์ไธสง กับบุคคลผู้มีชื่อหลายคน เพื่อจะจูงใจให้บรรดาผู้เลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 1ดังกล่าวลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่นายเนวิน ชิดชอบนายประสิทธิ์ ตั้งศรีเกียรติกุล และนายทรงศักดิ์ ทองศรีผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตเลือกตั้งที่ 1จังหวัดบุรีรัมย์ หมายเลข 4, 5 และ 6 และเพื่อจะจูงใจให้บรรดาผู้เลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 2 ดังกล่าวลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่นายชัย ชิดชอบ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดบุรีรัมย์หมายเลข 10 จำเลยทั้งสองลงมือกระทำความผิดแล้วโดยจัดหาทรัพย์สินเป็นเงิน 11,400,000 บาท ประกอบด้วยธนบัตรชนิดราคา100 บาท และชนิดราคา 20 บาท ตรายางรูปยันต์บัตรพิมพ์ภาพโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครหมายเลข 4, 5 และ 6 ในเขตเลือกตั้งที่ 1 บัญชีรายชื่อหัวคะแนน บัญชีรายชื่อแกนนำบัญชีรายชื่อผู้รับผิดชอบแต่ละตำบล ตารางแสดงจำนวนหมู่บ้าน หน่วยผู้มีสิทธิของอำเภอลำปลายมาศและเอกสารอื่น ๆ รวมทั้งแถบบันทึกภาพอันเป็นทรัพย์สินและอุปกรณ์ที่ใช้เพื่อจะจูงใจผู้เลือกตั้งดังกล่าว แล้วจำเลยทั้งสองนำธนบัตรชนิดราคา 100 บาท กับชนิดราคา 20 บาท จำนวนดังกล่าวเย็บติดกันเป็นชุด รวมเป็นเงินชุดละ 120 บาท และใช้ตรายางประทับรูปยันต์ลงบนธนบัตรชนิดราคา20 บาท อันเป็นการจัดหาและกระทำการตามขั้นตอนที่พร้อมให้ทรัพย์สินแก่บรรดาผู้เลือกตั้งได้ทันทีในระยะเวลาที่ใกล้ชิดกับวันลงคะแนนเลือกตั้ง เพื่อจะจูงใจให้ผู้เลือกตั้งลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 1หมายเลข 4, 5 และ 6 กับผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 2 หมายเลข 10 ดังกล่าว แต่กระทำไปไม่ตลอด เพราะเจ้าพนักงานตำรวจสืบทราบถึงการกระทำของจำเลยทั้งสองและจับจำเลยทั้งสองได้พร้อมกับยึดทรัพย์สินและอุปกรณ์ของกลางจำเลยทั้งสองจึงไม่อาจให้เงินจำนวน 11,400,000 บาท แก่ผู้เลือกตั้งเขตเลือกตั้งที่ 1และเขตเลือกตั้งที่ 2 ได้สมดังเจตนาจำเลยทั้งสอง ครั้นวันที่29 มิถุนายน 2538 เวลากลางวัน เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยทั้งสองได้และยึดธนบัตรชนิดราคา 100 บาท กับชนิดราคา 20 บาท รวมเป็นเงิน 11,400,000 บาท ตรายางรูปยันต์ บัตรพิมพ์ภาพโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครหมายเลข 4, 5 และ 6 บัญชีรายชื่อหัวคะแนนบัญชีรายชื่อแกนนำบัญชีรายชื่อผู้รับผิดชอบแต่ละตำบล ตารางแสดงจำนวนหมู่บ้านหน่วยของผู้มีสิทธิและสิ่งของต่าง ๆ อีกหลายรายการซึ่งจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้และมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 35(1), 91 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535 มาตรา 22 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 17, 33, 80, 86 ริบเป็นเงินของกลางจำนวน 11,400,000 บาท กับของกลางอื่นของกลางท้ายฟ้องและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยทั้งสองมีกำหนด 10 ปี จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ให้ริบของกลางทั้งหมด โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ. 2522 มาตรา 35(1), 91 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83ลงโทษจำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 10,000 บาท การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นเพียงขั้นพยายามกระทำความผิดยังไม่ก่อให้เกิดความเสียหายมากนัก โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 2 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยทั้งสองมีกำหนด 10 ปี ริบของกลาง โจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่าวันเกิดเหตุเป็นวันและเวลาที่อยู่ในระหว่างมีประกาศพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรและกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิก
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7562/2540 · ทนอย Thanoy