คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2495
ฎีกาที่ 76/2495
หลักกฎหมาย
กำนันติดตามจับคนร้ายฐานฉุดคร่าอนาจารในทันทีและได้ติดตามติดต่อไปจนพ้นท้องที่ของตนจึงทันคนร้าย คนร้ายได้ต่อสู้ขัดขวางเอาดังนี้ ย่อมเห็นได้ว่า กำนันนั้นได้ปฏิบัติราชการตามหน้าที่ จึงเป็นเจ้าพนักงานโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้ร้ายผู้ต่อสู้ขัดขวางจึงย่อมมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 119,120
มาตราที่อ้างถึง
กฎหมายลักษณะอาญา 119กฎหมายลักษณะอาญา 120พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 34พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 37
คำพิพากษา (บางส่วน)
คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ - ๒ มีความผิดฐานฉุดคร่าห์อนาจาร กับฐานทำให้เสื่อมเสียอิสระภาพ และจำเลยที่ ๑ มีความผิดต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานอีกกะทงหนึ่ง จำเลยที่ ๓ ผิดฐานต่อสู้ผู้ขัดขวางเจ้าพนักงานกะทงเดียว จำเลยที่ ๔ ผิดฐานสมรู้ในการข่มขืนกระทำชำเรา ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ - ๒ - ๓ ฎีกาในปัญหาข้อเดียวว่า กำนันตำบลบ่อเงิน ติดตามไปจับจำเลยถึงตำบลสิงหนาท นอกห้องที่ของตน ดังนี้ ไม่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นว่า นายหวลกำนันไต่ติดตามจับจำเลยในทันที และได้ติดตามติดต่อไปจนพ้นห้องที่ของตนจึงทันและมีการตอสู้ขัดขวางกับขึ้น ดังนี้ ย่อมเห็นได้ว่า นายหวลได้ปฏิบัติราชการตามหน้าที่ จึงเป็นเจ้าพนักงานโดยชอบด้วยกฏหมาย และตาม พ.ร.บ.ปกครองห้องที่ พ.ศ. ๒๔๕๗ มาตรา ๓๗ ก็ยังให้อำนาจกำนันที่จะช่วยเหลือตำบลข้างเคียงในกรณีมีเหตุร้ายสำคัญได้อยู่ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง