ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2544

ฎีกาที่ 76/2544

หลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายมาในคำฟ้องข้อ (ข)และ(ง) สรุปได้ว่า หลังจากที่ จำเลยปลอมเอกสารสิทธิใบวางบิลดังกล่าวในฟ้องข้อ (ก) และ (ค) แล้วจำเลยบังอาจนำเอกสารสิทธิดังกล่าวไปใช้อ้างแก่โจทก์ร่วมเพื่อเป็นหลักฐานในการแจ้งสรุปยอดปริมาณการขายสินค้าเพื่อให้โจทก์ร่วมหลงเชื่อว่า ใบวางบิลดังกล่าวได้วางให้แก่ลูกค้าและลูกค้าลงลายมือชื่อในช่อง ผู้รับวางบิลแล้ว ทั้งนี้ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่โจทก์ร่วม และประชาชน คำฟ้องโจทก์ดังกล่าวมิได้แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับวันเวลาซึ่งโจทก์อ้างว่าจำเลยนำใบวางบิลไปใช้อ้างแก่โจทก์ร่วมมาโดยชัดแจ้ง เป็นคำฟ้องที่ไม่เพียงพอที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีจึงเป็นคำฟ้อง ที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ (ก) เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2539 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยได้ทำเอกสารปลอมโดยลงลายมือชื่อของนายสุรเศรษฐ์ จารุเบ็ญจลักษณ์ ในช่องผู้รับวางบิลในใบวางบิลเลขที่1999 เล่มที่ 40 ของบริษัทยูนิซาวด์ อีเล็คโทรนิค (ไทยแลนด์) จำกัดผู้เสียหาย ซึ่งได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานในการเรียกเก็บเงินค่าสินค้าจากลูกค้าของผู้เสียหาย โดยเมื่อผู้เสียหายส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าแล้วจะนำใบวางบิลดังกล่าวไปให้ลูกค้าลงลายมือชื่อในช่องผู้รับวางบิลเมื่อลูกค้าลงลายมือชื่อในช่องผู้รับวางบิลแล้วจะนัดหมายวันให้ผู้เสียหายมารับเงินในใบวางบิลเอกสารใบวางบิลดังกล่าวจึงเป็นหลักฐานแห่งการก่อให้เกิดสิทธิในการเก็บเงินค่าสินค้าอันเป็นเอกสารสิทธิ โดยจำเลยปลอมเอกสารสิทธิดังกล่าวเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดและผู้เสียหายหลงเชื่อว่าใบวางบิลดังกล่าวมีนายสุรเศรษฐ์ลูกค้าลงลายมือชื่อเป็นผู้รับวางบิลจริงโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย นายสุรเศรษฐ์และประชาชน (ข) ภายหลังจากที่จำเลยปลอมเอกสารสิทธิใบวางบิลดังกล่าวในฟ้องข้อ (ก) แล้วจำเลยได้นำเอกสารสิทธิดังกล่าวไปใช้และอ้างแก่บริษัทยูนิซาวด์ อีเล็คโทรนิค (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้เสียหายเพื่อเป็นหลักฐานในการแจ้งสรุปยอดปริมาณการขายสินค้าเพื่อให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าใบวางบิลดังกล่าวได้วางให้แก่ลูกค้าและลูกค้าลงลายมือชื่อในช่องผู้รับวางบิลแล้ว ทั้งนี้ ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหายและประชาชน (ค) เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2539 เวลากลางวัน และกลางคืนต่อเนื่องกันเวลาใดไม่ปรากฏชัดจำเลยได้ทำเอกสารปลอมโดยลงลายมือชื่อของนางไพจิตร กิติโสภากุล ในช่องผู้รับวางบิลในใบวางบิลเลขที่ 2230เล่มที่ 45 ของบริษัทยูนิซาวด์ อีเล็คโทรนิค (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้เสียหายซึ่งได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานในการเรียกเก็บเงินค่าสินค้าจากลูกค้าของผู้เสียหาย โดยเมื่อผู้เสียหายส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าแล้ว จะนำใบวางบิลดังกล่าวไปให้ลูกค้าลงลายมือชื่อในช่องผู้รับวางบิล เมื่อลูกค้าลงลายมือชื่อในช่องผู้รับวางบิลแล้วจะนัดหมายวันให้ผู้เสียหายมารับเงินในใบวางบิลเอกสารใบวางบิลดังกล่าวจึงเป็นหลักฐานแห่งการก่อให้เกิดสิทธิในการเก็บเงินค่าสินค้าอันเป็นเอกสารสิทธิ โดยจำเลยปลอมเอกสารสิทธิดังกล่าวเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดและผู้เสียหายหลงเชื่อว่าใบวางบิลดังกล่าวมีนางไพจิตรลูกค้าลงลายมือชื่อเป็นผู้รับวางบิลจริง โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย นางไพจิตรและประชาชน (ง) ภายหลังจากที่จำเลยปลอมเอกสารสิทธิใบวางบิล ดังกล่าวในฟ้องข้อ (ค) แล้ว จำเลยได้นำเอกสารสิทธิดังกล่าวไปใช้และอ้างแก่บริษัทยูนิซาวด์อีเล็คโทรนิค (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้เสียหายเพื่อเป็นหลักฐานในการแจ้งสรุปยอดปริมาณการขายสินค้าเพื่อให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าใบวางบิลดังกล่าวได้วางบิลให้แก่ลูกค้าและลูกค้าลงลายมือชื่อในช่องผู้รับวางบิลแล้ว ทั้งนี้ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหายและประชาชน เหตุทั้งหมดเกิดที่แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ต่อมาวันที่ 2 ธันวาคม 2539 เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยได้และยึดใบวางบิล 2 ฉบับของผู้เสียหายซึ่งจำเลยทำปลอมและนำไปใช้อ้างดังกล่าวเป็นของกลาง จำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 6628/2539ของศาลชั้นต้น และคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2378/2539 ของศาลจังหวัดนนทบุรี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268, 91 คืนของกลางแก่ผู้เสียหายและนับโทษจำเลยต่อจากโทษจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 6628/2539 ของศาลชั้นต้น และคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2378/2539 ของศาลจังหวัดนนทบุรี จำเลยให้การปฏิเสธแต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อคดีแรก ระหว่างพิจารณา บริษัทยูนิซาวด์ อีเล็คโทรนิค (ไทยแลนด์) จำกัดผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม (ฟ้องข้อ (ก) (ข) (ค) และ (ง)) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268, 91 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษฐานปลอมเอกสารสิทธิและฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมนั้น เมื่อจำเลยซึ่งเป็นผู้ใช้เอกสารสิทธิปลอมเป็นผู้ปลอมเอกสารสิทธินั้น จึงให้ลงโทษฐานเป็นผู้ใช้เอกสารสิทธิปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง แต่เพียงกระทงเดียว (ที่ถูกจำเลยมีความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิตามฟ้องข้อ (ก) และฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมตามฟ้องข้อ (ข) ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 และมาตรา 268 วรรคแรก ซึ่งมีระวางโทษตามมาตรา 265 แต่ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมตามฟ้องข้อ (ข) เพียงกระทงเดียวตามมาตรา 268 วรรคสอง กระทงหนึ่งกับมีความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิตามฟ้องข้อ (ค) และฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมตามฟ้องข้อ (ง) ตามมาตรา 265 และมาตรา 268 วรรคแรก ซึ่งมีระ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 76/2544 · ทนอย Thanoy