ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2538

ฎีกาที่ 760/2538

หลักกฎหมาย

ในวันนำเข้าสินค้าโจทก์ชำระภาษีอากรเฉพาะตามจำนวนที่ได้สำแดงไว้ส่วนจำนวนที่จำเลยเรียกให้โจทก์ชำระเพิ่มนอกเหนือจากที่โจทก์ได้สำแดงไว้โจทก์ยังมิได้ชำระแต่ได้วางเงินสดและหนังสือค้ำประกันเป็นหลักประกันค่าอากรที่อาจต้องชำระเพิ่มเพื่อนำสินค้าออกจากอารักขาของจำเลยตามพระราชบัญญัติศุลกากรพ.ศ.2469มาตรา112ถือไม่ได้ว่าโจทก์ชำระค่าภาษีอากรเพิ่มในวันนำเข้าแล้วเมื่อต่อมาจำเลยได้ประเมินให้โจทก์ชำระเงินค่าภาษีอากรเพิ่มและโจทก์ได้นำเงินไปชำระและรับหนังสือค้ำประกันคืนก็เป็นการดำเนินการตามที่มาตรา112ทวิวรรคหนึ่งบัญญัติไว้จึงมิใช่เรื่องที่โจทก์ชำระค่าภาษีอากรจนครบถ้วนหรือวางเงินประกันก่อนนำของออกไปจากอารักขาตามมาตรา40ซึ่งจะถือว่าโจทก์ได้เสียอากรเกินกว่าจำนวนที่พึงต้องชำระเพราะเหตุอันเกี่ยวกับราคาของ ซึ่งจะอยู่ในบังคับสิทธิเรียกร้องขอคืนเงินอากรที่ได้เสียไว้เกินในกำหนด2ปีนับแต่วันที่นำสินค้าเข้าตามมาตรา10วรรคห้าแต่เป็นเรื่องที่โจทก์ชำระค่าอากรเพิ่มเกินกว่าจำนวนที่พึงต้องชำระตามมาตรา112ทวิซึ่งไม่มีกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะต้องใช้กำหนดอายุความ10ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา164เดิม

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่า ราคาสินค้าที่โจทก์สำแดงไว้ในใบขนสินค้าที่พิพาทเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาด ส่วนราคาที่จำเลยกำหนดและนำมาประเมินแก่สินค้าโจทก์นั้น มิใช่ราคาอันแท้จริงในท้องตลาด กับให้พิพากษาว่าการประเมินของจำเลยไม่ชอบและให้จำเลยคืนเงินแก่โจทก์ 1,088,700 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระคืนแก่โจทก์เสร็จสิ้น จำเลยให้การว่า โจทก์นำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรทางรถไฟตั้งแต่ปี 2528 ถึงปี 2529 และวันที่ 10 มีนาคม 2531 แต่โจทก์เพิ่งนำคดีมาฟ้องเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2533 คดีจึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาว่า ให้เพิกถอนการประเมินของจำเลยเฉพาะอากรขาเข้า ให้จำเลยคืนเงินอากรขาเข้าที่ประเมินเพิ่มในแต่ละใบขนพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลย อุทธรณ์ ต่อ ศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่ทั้งสองฝ่ายนำสืบและตามที่ศาลภาษีกลางฟังมาโดยคู่ความมิได้อุทธรณ์โต้แย้งในชั้นนี้ว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดมีวัตถุประสงค์และกรรมการตามเอกสารหมาย จ.6 แผ่นที่ 1โดยกรรมการสองคนลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของโจทก์กระทำการผูกพันโจทก์ได้ นางมั่นจิต นิมมานนิตย์และนายจอห์นนี้ จง ไงยาง เป็นกรรมการโจทก์ด้วย เมื่อระหว่างวันที่ 17 มิถุนายน 2528 ถึงวันที่ 2 มกราคม 2533 โจทก์ซื้อสินค้าใยสังเคราะห์ที่ไม่ได้หวีหรือสางตามวัตถุพยานซึ่งติดอยู่กับเอกสารหมาย จ.5 อันดับที่ 27 ทำด้วยโพลีเอสเตอร์ ซึ่งเป็นวัตถุดิบเพื่อใช้ปั่นเป็นด้ายผลิตสินค้าสำเร็จรูปจำหน่ายและส่งออกต่างประเทศ จากประเทศมาเลเซียเข้ามาในราชอาณาจักร 30 เที่ยวเมื่อสินค้ามาถึงเขตท่าศุลกากรกรุงเทพ โจทก์ได้ยื่นใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าเลขที่ 068-31453, 059-31473, 059-32324,069-31308, 069-31971, 021-32548, 031-33687, 031-33686,041-33617, 212-32019, 022-0043, 022-0332, 032-0088,032-0346, 042-0061, 042-0128, 042-0277, 102-0448, 102-0569,112-0230, 112-0229, 112-0304, 112-0504, 122-0088, 122-0270,122-0271, 122-0574, 122-0631, 122-0072 และ 013-0156 ตามเอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 1, 15, 29, 47, 64, 80, 93, 102, 114,124, 131, 159, 172, 184, 196, 207, 219, 232, 243, 252,262, 272, 283, 294, 305, 315, 324, 336, 346 และ 356ซึ่ง นำเข้าเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2528 วันที่ 16 พฤษภาคม 2529วันที่ 28 พฤษภาคม 2529 วันที่ 13 มิถุนายน 2529 วันที่ 27 มิถุนายน2529 วันที่ 10 มีนาคม 2531 วันที่ 1 เมษายน 2531 วันที่ 12 เมษายน2531 วันที่ 24 เมษายน 2531 วันที่ 14 ธันวาคม 2531วันที่ 30 มกราคม 2532 วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2532 วันที่ 1 มีนาคม2532 วันที่ 16 มีนาคม 2532 วันที่ 2 เมษายน 2532 วันที่ 6เมษายน 2532 วันที่ 14 เมษายน 2532 วันที่ 19 ตุลาคม 2532วันที่ 26 ตุลาคม 2532 วันที่ 3 พฤศจิกายน 2532 วันที่ 11 พฤศจิกายน2532 วันที่ 20 พฤศจิกายน 2532 วันที่ 1 ธันวาคม 2532 วันที่ 11ธันวาคม 2532 วันที่ 11 ธันวาคม 2532 วันที่ 21 ธันวาคม 2532วันที่ 25 ธันวาคม 2532 วันที่ 31 ธันวาคม 2532 และวันที่ 2 มกราคม2533 ตามลำดับ รวม 30 ฉบับ ซึ่งโจทก์กรอกรายการสินค้า ชนิด ปริมาณน้ำหนัก และราคาสินค้าที่โจทก์ซื้อมาตามใบกำกับสินค้าอันเป็นราคาตามสัญญาซื้อขายและเงินค่าภาษีอากรที่คำนวณได้ อันต้องชำระตามกฎหมายในใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าในแต่ละฉบับทุกฉบับให้เจ้าพนักงานของจำเลยตรวจสอบและขอชำระค่าภาษีอากร เจ้าพนักงานของจำเลยได้ตรวจสอบใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าแต่ละฉบับแล้ว ไม่ยอมรับราคาสินค้าอ้างว่าราคาสินค้าของโจทก์ต่ำไปมิใช่ราคาอันแท้จริงในท้องตลาด โจทก์จึงต้องวางประกันเพิ่มไว้ให้เจ้าพนักงานของจำเลยอีกต่างหาก นอกเหนือจากเงินค่าภาษีอากรที่ต้องเสียตามจำนวนที่สำแดงไว้ในใบขนสินค้าและแบบแสดงรายการการค้าแต่ละฉบับเพื่อให้คุ้มค่าภาษีอากรที่เจ้าพนักงานของจำเลยจะประเมินเพิ่มโดยวางเงินสดและมีธนาคารมาค้ำประกัน จึงนำสินค้าออกจากอารักขาของจำเลยได้ ต่อมาเจ้าพนักงานของจำเลยได้ประเมินราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้นจากราคาที่โจทก์ซื้อมาตามสัญญาซื้อขายและแจ้งให้โจทก์ไปชำระเงินค่าภาษีอากรเพิ่มจากที่โจทก์ได้สำแดงไว้ในใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าดังกล่าวเป็นเงินเฉพาะค่าอากรขาเข้ารวม 1,088,700 บาท ตามเอกสารหมาย จ.3 แผ่นที่ 1 ถึง 27 ซึ่งโจทก์ได้นำเงินสดไปชำระและรับหลักประกันคืนแล้ว โจทก์ไม่เห็นด้วยกับการประเมินราคาเพิ่มและได้อุทธรณ์การประเมินต่อกองวิเคราะห์ราคาของจำเลยตามเอกสารหมาย จ.4 ซึ่งเจ้าพนักงานพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยมีคำสั่งยืนตามราคาที่เจ้าพนักงานประเมิน เงินอากรขาเข้าตามใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงร
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 760/2538 · ทนอย Thanoy