ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2540

ฎีกาที่ 760/2540

หลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องโดยยกข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาว่าเดิมที่ดินของโจทก์ทั้งสองแปลงตามสำเนาโฉนดที่ดินเลขที่7836และ7838เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข1เป็นที่ดินแปลงเดียวกับที่ดินโฉนดเลขที่1694ของจำเลยซึ่งจำเลยได้แบ่งแยกขายให้ผู้อื่นแล้วโอนต่อมาจนถึงโจทก์จำเลยได้ตกลงกับผู้ซื้อให้มีถนนยาวตลอดแนวที่ดินของจำเลยกว้างประมาณ3เมตรเพื่อออกสู่ทางสาธารณะปรากฏตามแผนที่ทางพิพาทเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข4ทางดังกล่าวเป็นทางจำเป็นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ขอให้บังคับจำเลยให้จดทะเบียนแบ่งแยกโฉนดเลขที่1694ทางด้านทิศใต้ซึ่งติดกับที่ดินของโจทก์มีความกว้าง3เมตรยาวตลอดแนวที่ดินให้เป็นทางจำเป็นสำหรับที่ดินโฉนดเลขที่7836และ7838ดังนี้เมื่อพิจารณาคำฟ้องของโจทก์คำขอท้ายฟ้องภาพถ่ายโฉนดที่ดินเลขที่7836และ7838ของโจทก์เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข1แผนที่ทางพิพาทเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข4และภาพถ่ายโฉนดที่ดินเลขที่1694ของจำเลยเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข2ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้องแล้วปรากฏว่าเมื่อแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่1694ของจำเลยแล้วมีจำนวนทั้งหมด17แปลงและที่ดินโฉนดเลขที่7836และ7838ของโจทก์2แปลงถูกที่ดินแปลงอื่นที่แบ่งแยกดังกล่าวอีก15แปลงล้อมอยู่ทุกด้านคำฟ้องของโจทก์จึงเป็นคำฟ้องที่กล่าวอ้างว่าที่ดินของจำเลยที่แบ่งแยกเป็นเหตุให้ที่ดิน2แปลงซึ่งต่อมาได้โอนมาเป็นของโจทก์ไม่มีทางออกไปสู่ทางสาธารณะแล้วโจทก์ผู้เป็นเจ้าของที่ดิน2แปลงดังกล่าวย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยเปิดทางจำเป็นบนที่ดินแปลงที่ได้แบ่งแยกได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1350คดีจึงมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดว่าที่ดินโฉนดเลขที่1694ของจำเลยกว้าง3เมตรยาวตลอดแนวที่ดินเป็นทางจำเป็นสำหรับที่ดินโฉนดเลขที่7836และ7838ของโจทก์หรือไม่ ที่ดินของโจทก์เดิมเป็นที่ดินแปลงเดียวกันกับที่ดินของจำเลยต่อมาเมื่อจำเลยแบ่งแยกขายที่ดิน2แปลงของโจทก์ถูกที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่จนไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะดังนั้นการที่จำเลยแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่1694ออกเป็นที่ดินแปลงย่อยรวมทั้งที่ดินของโจทก์เป็นเหตุให้ที่ดินของโจทก์ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะโจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องเอาทางเดินอันเป็นทางจำเป็นบนที่ดินโฉนดเลขที่1694ของจำเลยซึ่งอยู่ติดทางสาธารณะเพื่อออกสู่ทางสาธารณะได้โดยไม่ต้องเสียค่าทดแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1350 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1350บัญญัติให้ทางพิพาทเป็นทางจำเป็นโดยผลของกฎหมายโจทก์มีสิทธิแต่เพียงให้จำเลยเปิดทางจำเป็นให้เท่านั้นโดยจำเลยไม่จำต้องไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่อีก

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่7836 และโฉนดเลขที่ 7838 ตำบลคลองมะเดื่อ อำเภอกระทุ่มแบนจังหวัดสมุทรสาคร เดิมที่ดินของโจทก์เป็นที่ดินแปลงเดียวกันกับที่ดินของจำเลย ต่อมาจำเลยแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 7836ให้นางสาวประณต เล็กสวาสดิ์ และที่ดินโฉนดเลขที่ 7838 ให้นางประนอม สัมฤทธิ์สุวรรณ โดยจำเลยตกลงกับบุคคลทั้งสองว่าให้ที่ดินที่แบ่งแยกทั้งสองแปลงมีถนนกว้าง 3 เมตร ทางด้านทิศใต้ของที่ดินยาวตลอดแนวที่ดินของจำเลยและของที่ดินที่แบ่งแยกเพื่อให้เป็นทางรถยนต์เข้าออกสู่ทางสาธารณะ ต่อมานางสาวประณตและนางประนอมโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 7836 และเลขที่ 7838 ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของนางพิรุณ ยมจินดา แล้วโอนต่อมาเป็นของโจทก์การโอนกรรมสิทธิ์ดังกล่าวผู้โอนและผู้รับโอนต่างก็ทราบว่าที่ดินของจำเลยทางด้านทิศใต้นั้นได้ตกลงกันไว้เป็นทางสำหรับรถยนต์เข้าออกกว้าง 3 เมตร แต่สภาพของที่ดินปัจจุบันมีทางเพียง 1 เมตรเพื่อออกสู่ทางสาธารณะซึ่งรถยนต์ไม่สามารถเข้าออกได้ จำเลยก็ไม่ได้ทำการแบ่งแยกให้เป็นทางออกสู่ทางสาธารณะได้ ทางดังกล่าวเป็นทางจำเป็นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โจทก์แจ้งให้จำเลยไปดำเนินการแบ่งแยกเพื่อทำเป็นทางกว้าง 3 เมตร ยาวตลอดที่ดินทางด้านทิศใต้หลายครั้ง แต่จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์เสียหายโดยไม่สามารถนำรถยนต์เข้าออกไปยังที่ดินของโจทก์ทั้งสองแปลงดังกล่าวได้ โจทก์จึงขอคิดค่าเสียหายในส่วนนี้จากจำเลยด้วย ขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 1694 ตำบลคลองกระทุ่มแบนอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ทางด้านทิศใต้ซึ่งติดกับที่ดินของโจทก์มีความกว้าง 3 เมตร ยาวตลอดแนวที่ดินให้เป็นทางจำเป็นสำหรับที่ดินโฉนดเลขที่ 7836 และ 7838 ตำบลคลองมะเดื่ออำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร โดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายหากจำเลยไม่ดำเนินการ ขอให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลย กับขอให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ3,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะดำเนินการแบ่งแยกที่ดินเสร็จ จำเลยยื่นคำให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำเลยไม่เคยรู้จักหรือเคยมีนิติสัมพันธ์กับโจทก์มาก่อน จำเลยไม่เคยตกลงยินยอมให้มีถนนกว้าง 3 เมตร ตามฟ้องของโจทก์ เพราะจำเลยขายที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวให้บุคคลอื่นมิใช่โจทก์มาสิบกว่าปีแล้วทั้งมิได้จดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานให้ที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวได้ทางจำเป็น เพราะที่ดินทั้งสองแปลงมีทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะนอกจากทางที่พิพาทนี้ ที่ดินของโจทก์เดิมใช้ทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะผ่านที่ดินด้านทิศตะวันตกซึ่งเป็นของบุคคลอื่นไม่เคยใช้ทางพิพาท ที่ดินของโจทก์มีสภาพรกร้าง หากนำออกให้เช่าหรือทำประโยชน์อย่างอื่นจะได้ค่าเช่าหรือผลประโยชน์ตอบแทนเดือนละไม่เกิน 100 บาท ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้น พิพากษายก ฟ้อง โจทก์ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ ภาค 3 พิพากษายืน โจทก์ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกาข้อแรกว่า ตามคำฟ้องของโจทก์มีความหมายว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็น จึงมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็นหรือไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3วินิจฉัยว่าอุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์นอกคำฟ้องนั้นไม่ชอบ และตามพยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยต้องเปิดทางจำเป็นให้โจทก์กว้าง 3 เมตร เห็นว่า โจทก์ฟ้องโดยยกขึ้นอ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาว่า เดิมที่ดินของโจทก์ทั้งสองแปลงตามสำเนาโฉนดที่ดินเลขที่ 7836 และ 7838 ตำบลคลองมะเดื่อ อำเภอกระทุ่มแบนจังหวัดสมุทรสาคร เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 เป็นที่ดินแปลงเดียวกับที่ดินโฉนดเลขที่ 1694 ของจำเลยซึ่งจำเลยได้แบ่งแยกขายให้ผู้อื่น แล้วโอนต่อมาจนถึงโจทก์ จำเลยได้ตกลงกับผู้ซื้อให้มีถนนยาวตลอดแนวที่ดินของจำเลยกว้างประมาณ 3 เมตร เพื่อออกสู่ทางสาธารณะปรากฏตามแผนที่ทางพิพาทเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4 ทางดังกล่าวเป็นทางจำเป็นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ขอให้บังคับจำเลยให้จดทะเบียนแบ่งแยกโฉนดเลขที่ 1694 ทางด้านทิศใต้ซึ่งติดกับที่ดินของโจทก์มีความกว้าง 3 เมตร ยาวตลอดแนวที่ดินให้เป็นทางจำเป็น สำหรับที่ดินโฉนดเลขที่ 7836 และ 7838 ดังนี้เมื่อพิจารณาคำฟ้องของโจทก์ คำขอท้ายฟ้อง ภาพถ่ายโฉนดที่ดินเลขที่ 7836 และ 7838 ของโจทก์เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1แผนที่ทางพิพาทเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4 และภาพถ่ายโฉนดที่ดินเลขที่ 1694 ของจำเลยเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้องแล้ว ปรากฏว่าเมื่อแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่1694 ของจำเลยแล้วมีจำนวนทั้งหมด 17 แปลง และที่ดินโฉนดเลขที่ 7836และ 7838 ของโจทก์ 2 แปลง ถูกที่ดินแปลงอื่นที่แบ่งแยกดังกล่าวอีก15 แปลง ล้อมอยู่ทุกด้าน คำฟ้องของโจทก์จึงเป็นคำฟ้องที่กล่าวอ้างว่าที่ดินของจำเลยที่แบ่งแยกเป็นเหตุให้ที่ดิน 2 แปลง ซึ่งต่อมาได้โอนมาเป็นของโจทก์ไม่มีทางออกไปสู่ทางสาธารณะแล้วโจทก์ผู้เป็นเจ้าของที่ดิน 2 แปลงดังกล่าวย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้จ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 760/2540 · ทนอย Thanoy