ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2540

ฎีกาที่ 7622/2540

หลักกฎหมาย

พระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ. 2534 มาตรา 3บัญญัติคำนิยามคำว่า "ภาชนะขนส่ง" หมายความว่า ตู้สินค้าไม้รองสินค้า หรือสิ่งอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกันซึ่งใช้บรรจุหรือรองรับของ หรือใช้รวมหน่วยการขนส่งของหลายหน่วยเข้าด้วยกันเพื่อประโยชน์ในการขนส่งทางทะเล และคำว่า"หน่วยการขนส่ง" หมายความว่า หน่วยแห่งของที่ขนส่งทางทะเลซึ่งนับเป็นหนึ่ง และแต่ละหน่วยอาจทำการขนส่งไปตามลำพังได้เช่น กระสอบ ชิ้น ถัง ตู้ ม้วน ลัง ลูก ห่อ หีบ อัน หรือหน่วยที่เรียกชื่ออย่างอื่น สินค้าพิพาทบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกและมีเชือกรัดปากถุงไว้ และบรรจุอยู่ในถังกระดาษไฟเบอร์มีฝาเหล็กปิดโดยรอบแล้วใช้นอตขันห่วงให้ยึดไว้ แต่ละถังบรรจุของหนัก 25 กิโลกรัม รวม 375 ถัง บรรจุรวมอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์เดียว และตามใบตราส่งเอกสารหมาย จ.2 หรือล.2 ในช่อง "คำพรรณนาสินค้า" ระบุว่า ตู้คอนเทนเนอร์ 1x20 ฟุตบรรจุอาหารสัตว์ 375 ถัง ฯลฯ จึงเป็นการแสดงว่าแต่ละถังที่บรรจุสินค้าคือยารักษาไก่ มีสภาพสามารถทำการขนส่งไปตามลำพังได้ จึงถือว่า แต่ละถังที่บรรจุสินค้าพิพาทเป็น"หนึ่งหน่วยขนส่ง" ตามคำนิยามในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ส่วนตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุสินค้าพิพาทดังกล่าวถือเป็นภาชนะขนส่ง การคำนวณค่าเสียหาย ที่จำเลยจะต้องรับผิดจึงต้องคำนวณตามหลักเกณฑ์ในมาตรา 58 วรรคหนึ่งประกอบด้วยมาตรา 59(1) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว เมื่อเปรียบเทียบจำนวนเงินค่าเสียหายโดยใช้หน่วยการขนส่งของสินค้าพิพาทเป็นหลักเกณฑ์ในการคิดคำนวณจะมากกว่าจำนวนเงินค่าเสียหายโดยใช้น้ำหนักแห่งสินค้าพิพาทเป็นเกณฑ์ในการคำนวณ จำเลยจึงต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายในจำนวนเงินที่มากกว่าตามมาตรา 58 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยมาตรา 59(1)

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยใช้เงิน 1,758,883 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 9 เมษายน 2536จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 281,250 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 9 เมษายน 2536จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระค่าสินไหมทดแทนเป็นจำนวนทั้งสิ้น 1,758,883 บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังยุติตามที่ศาลล่างทั้งสองรับฟังมาว่าโจทก์เป็นผู้รับประกันภัยความเสียหายหรือสูญหาย สินค้ายารักษาไก่25 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 375 ถึง ๆ ละ 25 กิโลกรัม ซึ่งสินค้าพิพาทถังที่บรรจุสินค้าพิพาทเป็นถังไฟเบอร์ปิดด้วยฝาโลหะ และรัดโดยห่วงล็อคผูกปากถุงด้วยเชือกโพลี่จากบริษัทเอ็ม แอนด์ เอ็ช แมนูแฟคเจอริง จำกัด ผู้เอาประกันภัยเป็นเงิน 1,758,883 บาท ตามกรมธรรม์ประกันภัยพร้อมคำแปลเอกสารหมาย จ.1 สินค้าพิพาทผู้เอาประกันภัยซื้อมาจากบริษัทเมอร์ก ชาร์ป แอนด์ โดม อินเตอร์เนชั่นแนล อิ้งค์ จำกัดผู้ขาย และได้บรรจุสินค้าพิพาทรวมอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์จำนวน1 ตู้ เลขที่ อี เอ็ม ซี ยู 2849210 โดยจำเลยเป็นผู้รับจ้างขนส่งทางทะเล สินค้าพิพาทลงเรือ "เอเวอร์ลิงกิ้ง" เดินทางจากเมืองทาโคม่า ประเทศสหรัฐอเมริกา มายังท่าเรือกรุงเทพมหานครแต่ระหว่างทางมีการขนถ่ายสินค้าลงเรืออื่นที่เมืองฮ่องกงอีกต่อหนึ่ง เรือที่ขนส่งสินค้าพิพาทได้เกิดเหตุชนกันกับเรืออื่นทำให้น้ำทะเลทะลักเข้าเรือสินค้าพิพาทเปียกน้ำ เมื่อเรือยูนิเมอร์ซี่ที่ขนส่งสินค้าพิพาทเดินทางต่อมาถึงท่าเรือกรุงเทพมหานครบริษัทเอ็ม แอนด์ เอ็ช แมนนูแฟคเจอร์ริงจำกัด ผู้รับตราส่งได้รับตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งบรรจุสินค้าพิพาทแล้วเปิดตรวจสอบดู ปรากฏว่าสินค้าพิพาทที่บรรจุอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์เปียกน้ำทะเลและเสียหายทั้งหมดไม่สามารถใช้การได้ โจทก์ผู้รับประกันภัยสินค้าพิพาทจึงได้จ่ายค่าเสียหายให้แก่บริษัทเอ็ม แอนด์ เอ็ช แมนูแฟคเจอร์ริง จำกัด ผู้เอาประกันเป็นเงิน 1,758,883 บาท ตามสัญญากรมธรรม์ โจทก์รับช่วงสิทธิมาฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจำนวนดังกล่าวจากจำเลย คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าสินค้าพิพาทจำนวน 375 ถังที่บรรจุอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ 1 ตู้ ถือเป็นหนึ่งหน่วยการขนส่งอันต้องด้วยข้อจำกัดความรับผิดที่จำเลยต้องชดใช้แก่โจทก์ตามบทบัญญัติในมาตรา 58 แห่งพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเลพ.ศ. 2534 หรือไม่ จำเลยฎีกาว่า นายเหลียง วรพิพัฒน์กำธรผู้รับมอบอำนาจจำเลยและนางสาวชลธร สุวรรณวัฒน์ พยานจำเลยต่างเบิกความยืนยันว่าหน่วยการขนส่งสินค้าพิพาทในคดีนี้มีเพียงหนึ่งหน่วยการขนส่ง เพราะตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุสินค้าพิพาทถือเป็นหน่วยการขนส่งและตามใบตราส่ง (BILL OF LADING)เอกสารหมาย จ.2 หรือ ล.2 ก็ระบุไว้ชัดเจนว่า "สินค้ามีจำนวน1 ตู้คอนเทนเนอร์" เท่านั้น จำเลยไม่ได้เป็นผู้บรรจุสินค้าลงในตู้คอนเทนเนอร์หรือตรวจนับสินค้าเข้าตู้คอนเทนเนอร์ ดังนั้นสินค้าที่ระบุในใบตราส่งเอกสารหมาย จ.2 ว่า ถังบรรจุสินค้าพิพาทจำนวน 375 ถัง จึงเป็นเรื่องที่ผู้ส่งของเป็นผู้แจ้งเท่านั้นจำเลยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยให้จำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์โดยถือน้ำหนักสินค้าเป็นเกณฑ์ คือกิโลกรัมละ 30 บาท ต่อน้ำหนักสุทธิแห่งของนั้น ซึ่งสินค้าพิพาทน้ำหนักถังละ 25 กิโลกรัม จำนวน 375 ถัง เป็นน้ำหนักรวม7,375 กิโลกรัม คำนวณค่าเสียหายกิโลกรัมละ 30 บาท รวมเป็นเงิน281,250 บาท เป็นการชอบด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ส่วนที่ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน 1,758,883 บาทเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเลพ.ศ. 2534 มาตรา 3 ซึ่งบัญญัติคำนิยามไว้ว่า "ภาชนะขนส่ง"หมายความว่าตู้สินค้า ไม้รองสินค้าหรือสิ่งอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน ซึ่งใช้บรรจุหรือรองรับของหรือใช้รวมหน่วยการขนส่งของหลายหน่วยเข้าด้วยกันเพื่อประโยชน์ในการขนส่งทางทะเล" และคำว่า"หน่วยการขนส่ง" หมายความว่า หน่วยแห่งของที่ขนส่งทางทะเลซึ่งนับเป็นหนึ่งและแต่ละหน่วยอาจทำการขนส่งไปตามลำพังได้ เช่นกระสอบ ชิ้น ถัง ตู้ ม้วน ลัง ลูก ห่อ หีบ อัน หรือหน่วยที่เรียกชื่ออย่างอื่น และมาตรา 58 วรรคหนึ่ง ซึ่งบัญญัติว่า"ภายใต้บังคับมาตรา 60 ในกรณีที่ของซึ่งผู้ขนส่งได้รับมอบหมายสูญหายหรือเสียหายไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้จำกัดความรับผิดของผู้ขนส่งไว้เพียงหนึ่งหมื่นบาทต่อหนึ่งหน่วยการขนส่งหรือกิโลกรัมละสามสิบบาทต่อน้ำหนักสุทธิแห่งของนั้นแล้วแต่เงินจำนวนใดจะมากกว่า ฯลฯ" และมาตรา 59 บัญญัติว่า "ในการคำนวณว่าเงินจำนวนใดจะมากกว่าตามมาตรา 58 วรรคหนึ่งให้ใช้หลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7622/2540 · ทนอย Thanoy