คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2540
ฎีกาที่ 7633/2540
หลักกฎหมาย
ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33 บัญญัติให้ในการริบทรัพย์สินนอกจากศาลจะมีอำนาจริบตามกฎหมายที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้วให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ริบทรัพย์สินดังต่อไปนี้อีกด้วย คือ(2) ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้มาโดยได้กระทำความผิดอีกด้วยดังนี้ แม้วันเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้และยึดได้เงินสดจำนวน 960 บาท ซึ่งปะปนอยู่กับเงินจำนวนอื่นที่สายลับนำไปล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลย และจำเลยรับว่า เงินสดจำนวน 960 บาท ของกลาง จำเลยได้มาจากการขาย เมทแอมเฟตามีนจำนวนอื่น ก่อนหน้าที่เจ้าพนักงานจะเข้าจับ จำเลยเป็นคดีนี้ ดังนั้น เงินสดจำนวน 960 บาท ของกลางจึง เป็นทรัพย์สินซึ่งจำเลยได้มาโดยการกระทำความผิด เพราะการขาย เมทแอมเฟตามีนซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย คดีนี้โจทก์ ได้ฟ้องจำเลยในข้อหาขายเมทแอมเฟตามีนและมีเมทแอมเฟตามีน ไว้ในครอบครองเพื่อขาย แม้ศาลจะไม่มีอำนาจสั่งริบเงินสด จำนวน 960 บาท ของกลาง ตามมาตรา 116 แห่งพระราชบัญญัติ วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 ซึ่งเป็นบทเฉพาะ ก็ตามแต่ศาลก็มีอำนาจริบได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(2)
มาตราที่อ้างถึง
ป.อ. 33พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 13 ทวิพ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 62พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 89พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 106พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 116
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2539 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อขายซึ่งเมทแอมเฟตามีนอันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 จำนวน 5 เม็ด น้ำหนักรวม0.40 กรัม แล้วจำเลยได้ขายเมทแอมเฟตามีนที่มีไว้ในครอบครองดังกล่าวจำนวน 2 เม็ด น้ำหนักไม่ปรากฏชัดให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อไปในราคา 240 บาท โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยธนบัตรฉบับละ 100 บาท จำนวน 2 ฉบับ และธนบัตรฉบับละ20 บาท จำนวน 2 ฉบับ รวมเป็นเงิน 240 บาท ที่จำเลยได้มาจากการขายวัตถุออกฤทธิ์ข้างต้น กับวัตถุออกฤทธิ์จำนวน 2 เม็ด ที่จำเลยขายให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อ และวัตถุออกฤทธิ์อีกจำนวน3 เม็ด ที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อขาย รวมทั้งกระดาษตะกั่วที่จำเลยมีไว้เพื่อใช้ห่อวัตถุออกฤทธิ์จำนวน 7 แผ่น และเงินสดจำนวน 960 บาท ซึ่งจำเลยได้มาจากการขายวัตถุออกฤทธิ์จำนวนอื่นไปก่อนหน้านั้นเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4, 6, 13 ทวิ,62, 89, 106, 116 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33 ริบวัตถุออกฤทธิ์ของกลางให้แก่กระทรวงสาธารณสุข ริบกระดาษตะกั่วและเงินสดของกลางจำนวน 960 บาท และคืนธนบัตรที่ใช้ในการล่อซื้อจำนวน 240 บาท แก่เจ้าพนักงาน จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 ทวิวรรคหนึ่ง, 89, 116 จำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงลงโทษจำคุก 2 ปี 6 เดือน ริบวัตถุออกฤทธิ์ของกลางให้แก่กระทรวงสาธารณสุข ริบกระดาษตะกั่วของกลางคืนธนบัตรของกลางทั้งหมดแก่เจ้าของ โจทก์อุทธรณ์ขอให้ริบของกลางเงินสดจำนวน 960 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ในชั้นนี้ว่าเงินสดของกลางจำนวน 960 บาท เป็นทรัพย์สินที่ศาลมีอำนาจสั่งริบได้หรือไม่ เห็นว่าประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33บัญญัติว่า "ในการริบทรัพย์สิน นอกจากศาลจะมีอำนาจริบตามกฎหมายที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้ว ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ริบทรัพย์สินดังต่อไปนี้อีกด้วย คือ (2) ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้มาโดยได้กระทำความผิด" ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า วันเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้ และยึดได้เงินสดจำนวน 960 บาทซึ่งปะปนอยู่กับเงินจำนวน 240 บาท ที่สายลับนำไปล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลย จำเลยรับว่าเงินสดจำนวน 960 บาท ของกลางจำเลยได้มาจากการขายเมทแอมเฟตามีนจำนวน 8 เม็ด ก่อนหน้าที่เจ้าพนักงานจะเข้าจับจำเลย ดังนี้ ฟังได้ว่าเงินสดจำนวน 960 บาท ของกลางเป็นทรัพย์สินซึ่งจำเลยได้มาโดยการกระทำความผิด เพราะการขายเมทแอมเฟตามีนเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ทั้งคดีนี้โจทก์ได้ฟ้องจำเลยในข้อหาขายเมทแอมเฟตามีนและมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อขาย แม้ศาลจะไม่มีอำนาจสั่งริบเงินสดจำนวน960 บาท ของกลางตามมาตรา 116 แห่งพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 ซึ่งเป็นบทเฉพาะก็ตาม แต่เงินสดของกลางดังกล่าวจำเลยก็ได้มาโดยการขายเมทแอมเฟตามีนแม้จะไม่ได้มาโดยการขายเมทแอมเฟตามีนในคดีนี้โดยตรงก็ตาม ศาลก็มีอำนาจริบเงินสดจำนวน 960 บาท ของกลางได้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33(2) ดังกล่าวข้างต้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบเงินสดจำนวน 960 บาท ของกลางด้วยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง