คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2502
ฎีกาที่ 777/2502
หลักกฎหมาย
ในความผิดฐานพยายามปล้นทรัพย์นั้น แม้จำเลยจะยังไม่ทันได้รับหรือแตะต้องทรัพย์เลย ก็เข้าขั้นพยายามปล้นทรัพย์ตามกฎหมายได้
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกับพวกอีก 2 คน ปล้นทรัพย์ของนายไฉ่เก่าและนางจู โดยมีปืนและไม้เป็นอาวุธ และใช้ปืนยิงนายไฉ่เก่าถึงแก่ความตายโดยเจตนา แต่เพราะนายกุ่ยบุตรเจ้าทรัพย์ยิงต่อสู้ขัดขวางไว้ จำเลยกับพวกจึงไม่ได้ทรัพย์ไปเลย ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249, 301 ที่แก้ไข มาตรา 60, 63 และขอให้ริบของกลาง จำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยกับพวกได้พยายามปล้นทรัพย์และยิงนายไฉ่เก่าเจ้าทรัพย์ถึงแก่ความตายจริง แต่ตามฟ้องของโจทก์ไม่ยืนยันว่า คนใดเป็นผู้ฆ่านายไฉ่เก่า แม้พยานโจทก์จะยืนยันว่าจำเลยเป็นผู้ฆ่า ก็ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249 ไม่ได้เพราะไม่ใช่ความประสงค์ของโจทก์ จึงพิพากษาให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 301 วรรคท้าย (ที่แก้ไขแล้ว) ประกอบด้วย มาตรา 60 โดยวางเกณฑ์โทษประหารชีวิต แบ่งส่วนเป็นฐานพยายามแล้ว คงจำคุก 20 ปีให้ริบของกลางเฉพาะปลอกกระสุนปืนกับหัวกระสุนปืน นอกนั้นคืนให้เจ้าของ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามศาลทั้งสองและว่า จำเลยกับพวกมีเจตนามาปล้นทรัพย์ และแม้จำเลยกับพวกจะยังไม่ทันได้รับหรือแตะต้องทรัพย์ก็เข้าขั้นพยายามปล้นทรัพย์ตามกฎหมายแล้ว พิพากษายืน
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง