คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2560
ฎีกาที่ 7851/2560
หลักกฎหมาย
คำฟ้องของโจทก์ข้อ 2.2 - 2.5 บรรยายบัญชีเงินฝากในธนาคาร ก. ธนาคาร ท. ธนาคาร อ. และธนาคาร พ. รวม 4 ธนาคาร แต่เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์และบรรยายในคำฟ้องอุทธรณ์ว่า ขออนุญาตอุทธรณ์เฉพาะทรัพย์สินดังต่อไปนี้ว่าเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับ ล. โดยไม่ได้อุทธรณ์ถึงบัญชีเงินฝากธนาคาร พ. แต่อย่างใด ทั้งในตอนท้ายอุทธรณ์ของโจทก์ยังมีคำขอในข้อ 2 ให้จำเลยทั้งสองแบ่งสินสมรสในส่วนที่เป็นเงินฝากธนาคารแก่โจทก์เพียง 35,872.73 บาท เท่านั้น การที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า เงินฝากในธนาคาร พ. มีจำนวน 800,000 บาท เป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับ ล. โจทก์จึงมีสิทธิได้รับกึ่งหนึ่งและพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันแบ่งสินสมรสในส่วนเงินฝากธนาคารแก่โจทก์ 435,872.22 บาท พร้อมดอกเบี้ยนั้นจึงเป็นการพิพากษาเกินไปกว่าที่โจทก์อุทธรณ์ ไม่ชอบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 ประกอบมาตรา 246 ประกอบ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 6
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 138214 และ 138215 ให้แก่โจทก์ 1 ใน 4 ส่วน โดยให้ขายประมูลราคากันระหว่างเจ้าของรวมหรือขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวนำเงินมาชำระให้โจทก์ 1 ใน 4 ส่วน หากเป็นการพ้นวิสัยที่ทำได้ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงิน 40,591,250 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสองแบ่งสินสมรสในส่วนเงินฝากธนาคารแก่โจทก์ 2,535,872.72 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของจำนวนเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสองแบ่งหุ้นในธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) และหุ้นอื่น ๆ ที่มีชื่อนายเล็กให้แก่โจทก์กึ่งหนึ่ง หากเป็นการพ้นวิสัยที่จะทำได้ ให้จำเลยทั้งสองชดใช้เงิน 4,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 138214 และ 138215 ให้แก่โจทก์ 1 ใน 4 ส่วน หากแบ่งไม่ได้ให้ดำเนินการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1364 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันแบ่งสินสมรสในส่วนเงินฝากธนาคารแก่โจทก์ 435,872.22 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 9 สิงหาคม 2556) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้ร่วมกันแบ่งหุ้นในธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) บริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) และหุ้นในบริษัทอื่นๆ ที่มีชื่อนายเล็กให้แก่โจทก์กึ่งหนึ่ง หากเป็นการพ้นวิสัยที่จะทำได้ ให้จำเลยทั้งสองชดใช้เงิน 3,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ สำหรับการแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 138214 และ 138215 ให้แก่โจทก์ 1 ใน 4 ส่วนนั้น หากแบ่งไม่ได้ให้ขายโดยประมูลราคากันระหว่างกันเอง ถ้าตกลงกันไม่ได้ให้นำออกขายทอดตลาดได้เงินสุทธิเท่าใดให้แบ่งแก่โจทก์ 1 ใน 4 ส่วน หากเป็นการพ้นวิสัยที่ทำได้ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงิน 40,591,250 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์เป็นคนไร้ความสามารถ มีนางเจียมใจ เป็นผู้อนุบาล โจทก์กับนายเล็ก เป็นสามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย นายเล็กและจำเลยที่ 2 เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันและเป็นบุตรของนายชม กับนางผิว เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2515 นายเล็กกับจำเลยที่ 2 ร่วมกันซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 8928 มาจากนางเจือ ในราคา 73,640 บาท ต่อมาที่ดินดังกล่าวได้แบ่งแยกเพิ่มเป็นอีก 2 โฉนด คือที่ดินโฉนดเลขที่ 138214 และ 138215 เนื้อที่รวม 11 ไร่ 2 งาน 39 ตารางวา ซึ่งมีชื่อนายเล็กและจำเลยที่ 2 ในโฉนดที่ดิน ต่อมาเฉพาะส่วนของนายเล็กได้โอนให้แก่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายเล็ก สำหรับที่ดินโฉนดเลขที่ 8928 ได้ขายให้แก่บุคคลภายนอกแล้ว ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ใช้สำหรับเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมที่ดินโฉนดเลขที่ 138214 ตารางวาละ 11,000 บาท และที่ดินโฉนดเลขที่ 138215 ตารางวาละ 16,500 บาท นายเล็กมีทรัพย์สินที่ซื้อมาก่อนจดทะเบียนสมรสกับโจทก์คือที่ดินโฉนดเลขที่ 24052 เนื้อที่ 1 งาน ซึ่งเป็นสินเดิมของนายเล็ก ต่อมานายเล็กขายที่ดินดังกล่าวให้แก่นายสมควร ในราคา 6,800,000 บาท ระหว่างสมรสโจทก์กับนายเล็กต่างทำงานและมีรายได้ที่แน่นอน โจทก์รับราชการตำแหน่งอาจารย์ระดับ 7 เกษียณอายุเมื่อปี 2542 นายเล็กรับราชการที่กรมชลประทาน ต่อมาย้ายไปทำงานที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หลังจากนั้นลาออกจากราชการไปทำงานที่บริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) จนกระทั่งปี 2530 จึงลาออกมาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและค้ากำไรจากการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นายเล็กถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2555 จำเลยทั้งสองเป็นผู้รับมรดกตามพินัยกรรมของนายเล็ก และจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของนายเล็ก คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยทั้งสองข้อแรกว่า ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยทั้งสองแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 138214 และเลขที่ 138215 ให้แก่โจทก์ 1 ใน 4 ส่วน ... หากเป็นการพ้นวิสัยที่ทำได้ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงิน 40,519,250 บาท พร้อมดอกเบี้ยนั้นช
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง