คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2524
ฎีกาที่ 789/2524
หลักกฎหมาย
โจทก์ฟ้องจำเลยว่ากระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันกล่าวคือ ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ฐานมีลูกระเบิดฐานพกพาอาวุธปืน และฐานยิงปืนในหมู่บ้าน แต่ละกระทงนั้นเป็นความผิดอยู่ในตัว ซึ่งโจทก์สามารถแยกฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยเป็นคดีละกระทงได้ เมื่อโทษจำคุกที่ศาลลงแก่จำเลยแต่ละกระทงไม่เกินกระทงละ 2 ปี จึงเท่ากับว่าศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยเป็นคดีๆ ไปตามกระทงความผิดที่โจทก์รวมฟ้องมาไม่เกินคดีละ 2 ปี ศาลย่อมมีอำนาจใช้ดุลพินิจรอการลงโทษจำคุกแก่จำเลยได้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56(อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1594/2523)
มาตราที่อ้างถึง
ป.อ. 56ป.อ. 371ป.อ. 376พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 7พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 8พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 72พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 72ทวิ
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจมีอาวุธปืน เอช เค 33 จำนวน 1 กระบอกซองกระสุน 2 อัน กระสุนปืนขนาด 5.56 มม. 48 นัด ปลอกกระสุนปืนขนาด5.56 มม. จำนวน 15 ปลอก ลูกระเบิดมือแบบน้อยหน่า จำนวน 2 ลูกอันเป็นอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของทางราชการซึ่งนายทะเบียนมิอาจจะออกใบอนุญาตให้ผู้อื่นมีและใช้ได้ตามกฎหมายไว้ในความครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมายและจำเลยไม่มีสิทธิที่จะมีไว้ในครอบครอง แล้วจำเลยบังอาจพาอาวุธปืนพร้อมด้วยซองกระสุนปืนและกระสุนปืนดังกล่าวติดตัวไปในหมู่บ้าน โดยจำเลยไม่มีสิทธิที่จะนำอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนดังกล่าวติดตัวไปในหมู่บ้านโดยไม่มีเหตุสมควร และจำเลยบังอาจใช้อาวุธปืนพร้อมกระสุนปืนดังกล่าวยิงในหมู่บ้านโดยใช่เหตุ จำนวน 15 นัด ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 38, 55, 72, 72 ทวิ, 78คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 พ.ศ. 2519 ข้อ 3,6, 7พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2522 มาตรา 5, 6, 8 กฎกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 ฉบับที่ 11(พ.ศ. 2522 ) ข้อ 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 371, 376 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 พ.ศ. 2524 ข้อ 2 จำเลยรับสารภาพและขอให้รอการลงโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง เรียงกระทงลงโทษฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน จำคุก 2 ปี ฐานมีลูกระเบิดจำคุก 2 ปีฐานพกพาอาวุธปืนและลูกระเบิดให้ลงโทษบทหนักฐานพกพาอาวุธปืนตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ จำคุก 8 เดือน ลงโทษฐานยิงปืนในหมู่บ้านปรับ 100 บาท รวมเป็นโทษจำคุก 4 ปี 8 เดือน ปรับ 100 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 4 เดือน ปรับ 50 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ไม่อาจรอการลงโทษเพราะโทษขั้นต่ำที่จำเลยกระทำผิดจำคุกเกินกว่า 2 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รอการลงโทษให้จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 มีกำหนด 3 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยว่ากระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันกล่าวคือ ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ฐานมีลูกระเบิดฐานพกพาอาวุธปืน และฐานยิงปืนในหมู่บ้าน แต่ละกระทงนั้นเป็นความผิดอยู่ในตัวซึ่งโจทก์สามารถแยกฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยคดีละกระทงได้ เมื่อโทษจำคุกที่ศาลลงแก่จำเลยแต่ละกระทงไม่เกินกระทงละ 2 ปี จึงเท่ากับว่าศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยเป็นคดี ๆ ไปตามกระทงความผิดที่โจทก์รวมฟ้องมาไม่เกินคดีละ 2 ปี ศาลย่อมมีอำนาจใช้ดุลพินิจรอการลงโทษจำคุกแก่จำเลยได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ดังนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1594/2523 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดตากโจทก์นายชม สุยะ จำเลย พิพากษายืน
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง