ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2568

ฎีกาที่ 7904/2568

หลักกฎหมาย

สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ตาม พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 มาตรา 3 มีลักษณะเป็นตราสารชนิดหนึ่งที่สามารถซื้อขายกันได้ และหากผู้ใดจะเข้าประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการเป็นตัวแทนสัญญาซื้อขายตราสาร หรือเป็นผู้ค้าตราสาร เป็นที่ปรึกษาตราสาร เป็นผู้จัดการเงินทุนตราสาร หรือประกอบกิจการอื่นที่เกี่ยวกับตราสารนี้ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตามบทบัญญัติในมาตรา 16 แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว โจทก์และจำเลยมีเจตนาซื้อขายทองคำ โดยราคาที่ตกลงซื้อขายคือราคาขณะที่จำเลยส่งคำสั่งซื้อหรือส่งคำสั่งขาย มิใช่ราคาในอนาคต เพียงแต่จำเลยไม่ต้องชำระราคาหรือส่งมอบทองคำในขณะที่เกิดการซื้อขาย แต่สามารถชำระราคาหรือส่งมอบทองคำได้ภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่สั่งซื้อหรือสั่งขาย ซึ่งก็เป็นเพียงวิธีการชำระหนี้ภายหลังตกลงซื้อขายทองคำกันแล้ว สัญญาซื้อขายทองคำตามฟ้องจึงไม่ได้มีลักษณะเป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามมาตรา 3 และเมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า อันจะต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. สัญญาการเปิดวงเงินซื้อขายทองคำแท่งระหว่างโจทก์และจำเลยย่อมเป็นสัญญาที่สามารถบังคับกันได้ ไม่ตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 150

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 4,113,775 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 3,982,040 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ แก้ไขคำให้การและฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องโจทก์และให้บังคับโจทก์ชำระเงิน 2,334,015 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,223,015 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 3,982,040 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 50,000 บาท ยกฟ้องแย้ง ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์และจำเลยในส่วนฟ้องแย้งให้เป็นพับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 3,982,040 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 และอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยให้ปรับเปลี่ยนลดลงหรือเพิ่มขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาซึ่งออกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละ 2 ต่อปี แต่ต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ตามที่โจทก์ขอ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คืนค่ารับรองเอกสารและค่าส่งคำคู่ความ รวม 600 บาท แก่จำเลย ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีระหว่างโจทก์กับจำเลยในศาลชั้นต้นและค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ จำเลยฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ประกอบกิจการซื้อขายทองคำ ใช้ชื่อว่า ห้างทอง ม. เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2560 จำเลยยื่นคำขอเปิดบัญชีเป็นลูกค้าโจทก์ประเภทซื้อขายทองคำแท่ง 96.5 % จำนวน 10 BG และทำสัญญาการเปิดวงเงินซื้อขายทองคำแท่ง (Gold Online & Gold Phone) เลขที่สัญญา 6012260001 รหัสลูกค้า C00099 โดยการสั่งซื้อขายทองคำไม่ต้องมาที่ร้านทอง อาจสั่งซื้อหรือขายทางโทรศัพท์หรือทางออนไลน์ แต่ต้องส่งคำสั่งซื้อหรือขายผ่านโจทก์ภายในวงเงินที่โจทก์อนุมัติ และทำข้อตกลงว่าด้วยการใช้ตั๋วสัญญาใช้เงินและทองคำเป็นหลักประกันในการซื้อขายทองคำ โดยฝ่ายโจทก์มีนางสาวจันทร์หอม ซึ่งไม่ใช่กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนเป็นผู้ลงลายมือชื่อในสัญญาแทนโจทก์ ภายหลังทำสัญญาแล้ว จำเลยสั่งซื้อและขายทองคำแท่งทางออนไลน์ ต่อมาวันที่ 17 กันยายน 2562 โจทก์ตัดบัญชีการซื้อขายทองคำแท่งระหว่างโจทก์และจำเลย โดยจำเลยมียอดหนี้ขาดทุนค้างชำระแก่โจทก์ทั้งสิ้น 3,982,040 บาท ก่อนฟ้องโจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระหนี้แล้วจำเลยไม่ชำระ โจทก์ไม่ได้ขออนุญาตจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ให้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า สำหรับฟ้องแย้งของจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องแย้ง ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มิได้พิพากษาแก้ในส่วนฟ้องแย้ง เมื่อจำเลยไม่ได้ฎีกาในส่วนนี้ ฟ้องแย้งของจำเลยจึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ได้รับอนุญาตให้ฎีกาประการแรกว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า จำเลยยื่นคำขอเปิดบัญชีและทำสัญญาการเปิดวงเงินซื้อขายทองคำแท่งกับโจทก์ โดยมีนางสาวจันทร์หอมลงลายมือชื่อพร้อมประทับตราสำคัญของโจทก์ แม้นางสาวจันทร์หอมไม่ได้เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ แต่เมื่อนางสาวพิมพ์พรรณ กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์เบิกความยืนยันว่า นางสาวจันทร์หอมทำในนามของโจทก์ ทั้งโจทก์และจำเลยทำธุรกรรมตามสัญญาดังกล่าวต่อกันเป็นเวลาถึง 3 ปี ย่อมแสดงว่าโจทก์และจำเลยมีเจตนาที่จะผูกพันกันตามสัญญา นางสาวจันทร์หอมจึงถือว่าเป็นตัวแทนเชิดของโจทก์ในการทำสัญญากับจำเลย สัญญาการเปิดวงเงินซื้อขายทองคำแท่งดังกล่าวจึงมีผลผูกพันโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 821 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยประเด็นนี้มา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ได้รับอนุญาตให้ฎีกาประการต่อไปว่า สัญญาการเปิดวงเงินซื้อขายทองคำแท่งตามฟ้องตกเป็นโมฆะหรือไม่ นั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 มาตรา 16 บัญญัติว่า ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า...ต้องได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต.... และมาตรา 3 ให้นิยามความหมายของคำว่า "ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า" หมายความถึง การให้บริการดังต่อไปนี้ (1) การเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (2) การเป็นผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (3) การเป็นที่ปรึกษาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (4) การเป็นผ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง