คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2553
ฎีกาที่ 7957/2553
หลักกฎหมาย
พ.ร.บ.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยฯ มาตรา 30 วรรคหนึ่ง มีเจตนารมณ์เช่นเดียวกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ฯ มาตรา 21 วรรคหนึ่ง ซึ่งต่างมีวัตถุประสงค์ที่จะให้มีการจ่ายเงินค่าทดแทนให้เป็นธรรมแก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินหรือผู้ทรงสิทธิอื่น ดังนั้น เมื่อ พ.ร.บ.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยฯ มาตรา 30 วรรคหนึ่งไม่ได้บัญญัติถึงรายละเอียดของหลักเกณฑ์ที่จะให้นำมาใช้ในการกำหนดและจ่ายเงินค่าทดแทนอย่างเป็นธรรมไว้เหมือนอย่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ฯ มาตรา 21 วรรคหนึ่ง การกำหนดและจ่ายเงินทดแทนตามความเป็นธรรมตาม พ.ร.บ.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยฯ มาตรา 30 วรรคหนึ่ง นั้น จึงควรคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ ในทำนองเดียวกันกับที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ฯ มาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) ถึง (5) กรณีการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ วันอันเป็นฐานที่ตั้งในการพิจารณาราคาของอสังหาริมทรัพย์และสภาพและที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ มาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) ถึง (4) คือวันใช้บังคับ พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน อันเป็นวันเริ่มต้นของการกำหนดแนวเขตที่ดินที่จะเวนคืนมีผลใช้บังคับ เมื่อเทียบกันกับกรณีในคดีนี้วันอันเป็นฐานที่ตั้งในการพิจารณาราคาของอสังหาริมทรัพย์และสภาพและที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในแนวเขตเดินสายส่งไฟฟ้าคือวันที่ประกาศกำหนดเขตสำรวจทั่วไปเพื่อเลือกแนวหรือที่ตั้งระบบไฟฟ้าในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา 28 (2) (ข) แพ่ง พ.ร.บ.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งจำเลยได้ประกาศ เรื่อง กำหนดเขตสำรวจสายส่งไฟฟ้าขนาด 500 กิโลวัตต์ จากโรงไฟฟ้าราชบุรีไปยังสถานีไฟฟ้าย่อยราชบุรี 3 เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2537 ดังนั้น วันที่จะพิจารณาถึงราคาของอสังหาริมทรัพย์และสภาพและที่ตั้งของที่ดินของโจทก์ซึ่งอยู่ในเขตสำรวจสายส่งไฟฟ้าสายนี้ คือวันที่ 8 พฤศจิกายน 2537
มาตราที่อ้างถึง
พ.ร.บ.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2511 28พ.ร.บ.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2511 30พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 21
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินค่าทดแทนการใช้ที่ดินให้แก่โจทก์เพิ่มอีก 11,459,991.87 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสิน นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยชดใช้ค่าเสื่อมราคาที่ดิน 23,500,423.12 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 16,408,029.98 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสิน แต่ไม่เกินอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 30 กันยายน 2542) เป็นต้นจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 80,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้เป็นยุติว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินรวม 13 แปลง คือ ที่ดินโฉนดเลขที่ 2438 ถึง 2445, 13444 ถึง 13445 และ 39070 ถึง 39072 ตำบลท่าราบ อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี มีแนวเขตที่ดินติดต่อกันรวมเนื้อที่ 68 ไร่ 32 ตารางวา ทิศตะวันออกของที่ดินของโจทก์อยู่ติดถนนเพชรเกษม (สายเก่า) นครปฐม - ราชบุรี และทิศตะวันตกติดทางรถไฟสายใต้ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2537 มีประกาศการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เรื่อง กำหนดเขตสำรวจสายส่งไฟฟ้าขนาด 500 กิโลโวลต์ จากโรงไฟฟ้าราชบุรีไปยังสถานีไฟฟ้าย่อยราชบุรี 3 ในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งแนวเขตสายส่งไฟฟ้าดังกล่าวพาดผ่านที่ดินของโจทก์บางส่วนด้วย โดยที่ดินโฉนดเลขที่ 2438 ถูกเขตเดินสายส่งไฟฟ้าพาดผ่านเนื้อที่ 3 ไร่ 3 งาน 98.80 ตารางวา ที่ดินโฉนดเลขที่ 2439 ถูกเขตเดินสายส่งไฟฟ้าพาดผ่านเนื้อที่ 3 ไร่ 3 งาน 90.30 ตารางวา ที่ดินโฉนดเลขที่ 39071 ถูกเขตเดินสายส่งไฟฟ้าพาดผ่านเนื้อที่ 2 งาน 93.90 ตารางวา และที่ดินโฉนดเลขที่ 39072 ถูกเขตเดินสายส่งไฟฟ้าพาดผ่านเนื้อที่ 93.80 ตารางวา รวมเนื้อที่ดินถูกสายส่งไฟฟ้าพาดผ่านทั้งสิ้น 13 ไร่ 43.30 ตารางวา คณะกรรมการกำหนดค่าทดแทนทรัพย์สินฯ กำหนดเงินค่าทดแทนการใช้ที่ดินให้แก่โจทก์ โดยใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมปี 2539 ถึงปี 2542 ของสำนักงานที่ดินจังหวัดราชบุรีและเพิ่มให้อีกอัตราร้อยละ 50 แต่ไม่ต่ำกว่าไร่ละ 245,000 บาท เป็นฐานในการคำนวณเงินค่าทดแทนการใช้ที่ดินให้แก่โจทก์แบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนที่ 1 ที่ดินติดถนนเพชรเกษม (สายเก่า) ระยะ 40 เมตร ราคาไร่ละ 1,200.000 บาท ส่วนที่ 2 ที่ดินแปลงเดียวกันต่อจากส่วนที่ 1 ระยะ 40 เมตร ราคาไร่ละ 600,000 บาท และส่วนที่ 3 ที่ดินนอกเขตทางหลวง ราคาไร่ละ 245,000 บาท แต่เนื่องจากมิได้มีการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ดินสวนที่ถูกเขตเดินสายส่งไฟฟ้าพาดผ่านจึงไม่จ่ายค่าทดแทนที่ดินให้เต็มราคาประเมินที่ดิน แต่ถือจ่ายให้เป็นอัตราร้อยละของราคาประเมินที่ดินที่กำหนดไว้ 4 ประการคือ 1. ที่ตั้งเสาไฟฟ้า จ่ายให้เต็มร้อยละ 100 ของราคาประเมินที่ดิน 2. ที่บ้าน จ่ายให้ร้อยละ 90 ของราคาประเมินที่ดิน 3. ที่สวน จ่ายให้ร้อยละ 70 ของราคาประเมินที่ดิน 4. ที่นา จ่ายให้ร้อยละ 50 ของราคาประเมินที่ดิน สำหรับที่ดินโฉนดเลขที่ 2438 ถูกเขตเดินสายส่งไฟฟ้าพาดผ่านเนื้อที่ 3 ไร่ 3 งาน 98.80 ตารางวา จ่ายประเภทที่นาไร่ละ 245,000 บาท เป็นเงิน 489,632.50 บาท ที่ดินโฉนดเลขที่ 2439 ถูกเขตเดินสายส่งไฟฟ้าพาดผ่านเนื้อที่ 3 ไร่ 3 งาน 90.30 ตารางวา แบ่งจ่ายเป็น 3 ส่วน ส่วนที่ 1 ประเภทที่ดินติดเขตทางหลวงระยะ 40 เมตร เนื้อที่ 37.40 ตารางวา ราคาไร่ละ 1,200,000 บาท จ่ายร้อยละ 90 ส่วนที่ 2 จ่ายประเภทที่นาเนื้อที่ 2 งาน 88.80 ตารางวา ราคาไร่ละ 600,000 บาท และส่วนที่ 3 จ่ายประเภทที่นาเนื้อที่ 3 ไร่ 64.10 ตารางวา ราคาไร่ละ 245,000 บาท รวมเป็นเงิน 554,598.75 บาท (คำนวณผิดที่ถูกคือ 704,710.63 บาท) ที่ดินโฉนดเลขที่ 39070 ถูกเขตเดินสายส่งไฟฟ้าพาดผ่านเนื้อที่ 4 ไร่ 66.50 ตารางวา แบ่งจ่ายเป็น 3 ส่วน ส่วนที่ 1 จ่ายประเภทที่ติดเขตกทางหลวงระยะ 40 เมตร เนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน 47.50 ตารางวา ราคาไร่ละ 1,200,000 บาท จ่ายร้อยละ 90 ส่วนที่ 2 จ่ายประเภทที่นา เนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน 37.30 ราตางวา ราคาไร่ละ 600,000 บาท และส่วนที่ 3 จ่ายประเภทที่น่าเนื้อที่ 3 งาน 81.70 ตารางวา ราคาไร่ละ 245,000 บาท รวมเป็นเงิน 2,343,120.63 บาท ที่ดินโฉนดเลขที่ 39071 ถูกเขตเดินสายส่งไฟฟ้าพาดผ่านเนื้อที่ 2 งาน 93.90 ตารางวา แบ่งจ่ายเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 จ่ายประเภทที่ดินติดเขตทางหลวงระยะ 40 เมตร เนื้อที่ 2 งาน 67.40 ตารางวา ราคาไร่ละ 1,200,000 บาท จ่ายร้อยละ 90 และส่วนที่
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง