ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2540

ฎีกาที่ 7989/2540

หลักกฎหมาย

ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 216 เรื่อง ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ลงวันที่ 29 กันยายน 2515 ข้อ 9 และพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2534 มาตรา 9ต่างก็บัญญัติว่า กระทรวงการคลังมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการเงินแผ่นดิน และตามระเบียบของทางราชการ กระทรวงการคลังมีอำนาจทำความเห็นได้ว่าจำเลยทั้งสี่จะต้องรับผิดฐานละเมิดตามที่สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติโจทก์เสนอความเห็นไปหรือไม่ และโจทก์มีอำนาจฟ้องตามความเห็นของกระทรงการคลังได้ แม้เลขาธิการของโจทก์เคยมีความเห็นว่าไม่มีผู้รับผิดชอบทางแพ่งก็ตาม และปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ในกรณีเช่นนี้ เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จำเลยก็มีอำนาจยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง หนังสือพิพาทไม่มีความจำเป็นต้องจัดซื้อโดยเร่งด่วนเนื่องจากได้จัดซื้อตอนกลางปีการศึกษา และไม่ใช่หนังสือภาคบังคับ ไม่จำเป็นตามหลักสูตรเพราะครูสามารถสอนนักเรียนได้โดยใช้คู่มือ จึงถือได้ว่าไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดซื้อหนังสือ หากมีการล่าช้าในการจัดซื้อก็ไม่อาจก่อให้เกิดความเสียหายอีกทั้งร้านสหกรณ์กลาโหมจำกัด เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ฯ แต่ไม่เป็นหน่วยราชการหรือรัฐวิสาหกิจ จำเลยทั้งสี่จึงไม่มีสิทธิที่จะซื้อจากร้านสหกรณ์กลาโหม จำกัด แม้ผู้บังคับบัญชาของจำเลยทั้งสี่เคยมีหนังสือสั่งการไว้ว่าร้านสหกรณ์กลาโหมจำกัด เป็นหน่วยราชการให้สนับสนุนกิจการร้านสหกรณ์กลาโหมจำกัด ก็ตาม แต่ก็เป็นเพราะความผิดพลาดและเข้าใจผิดทั้งหนังสือสั่งการดังกล่าวเป็นการแนะนำเท่านั้น ไม่ได้บังคับให้ต้องปฏิบัติตาม การที่จำเลยทั้งสี่ร่วมกันจัดซื้อหนังสือพิพาทโดยวิธีกรณีพิเศษตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นพ.ศ. 2522 ข้อ 16 จึงไม่ชอบ เป็นการผิดระเบียบและก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ ย่อมเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ การที่โจทก์ได้มีหนังสือสอบถามไปยังผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัดราชบุรีว่าได้ซื้อหนังสือแบบทดสอบประเมินผลฉบับบูรณาการชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 หรือไม่โดยจังหวัดราชบุรีได้ตอบโจทก์เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2524ก็เพื่อต้องการทราบเกี่ยวกับการจัดซื้อหนังสือเท่านั้นยังไม่ทราบผู้ทำละเมิด ซึ่งจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนอีกชั้นหนึ่ง จึงนับอายุความจากวันที่จังหวัดราชบุรีแจ้งการจัดซื้อหนังสือดังกล่าวไม่ได้ เมื่อโจทก์ได้รับหนังสือจากกระทรวงการคลัง ฉบับลงวันที่ 10 กันยายน 2533 ระบุชื่อผู้ทำละเมิดให้โจทก์ทราบ และโจทก์ฟ้องคดีนี้ในวันที่ 28เดือนเดียวกัน คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2523 จำเลยที่ 1ถึงที่ 3 เป็นข้าราชการสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรีโดยจำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินและพัสดุมีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดซื้อเบิกจ่ายวัสดุสำนักงาน หนังสือเรียนเครื่องเขียน และแบบพิมพ์ต่าง ๆ ของโรงเรียนประถมศึกษาในสังกัดจังหวัดราชบุรี จำเลยที่ 2 ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหมวดการเงินของส่วนการศึกษา มีหน้าที่ควบคุมดูแลและตรวจสอบด้านงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา จำเลยที่ 3 ดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนการศึกษา มีหน้าที่บริหารงานทุกงานที่เกี่ยวข้องกับส่วนการศึกษาจำเลยที่ 4 เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี มีอำนาจหน้าที่ดำเนินกิจการ ส่วนจังหวัด ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด พ.ศ. 2498 และระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2522 จำเลยทั้งสี่ร่วมกันจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์การสอนตามหลักสูตรใหม่ คือหนังสือแบบทดสอบประเมินผลฉบับบูรณาการ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยทำสัญญาซื้อขายจากพันโทวิชัย นุตะศิริ และหรือร้านสหกรณ์กลาโหมจำกัด โดยวิธีกรณีพิเศษ ซึ่งไม่มีอำนาจกระทำได้เนื่องจากขัดต่อระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2522 ข้อ 16 จำเลยทั้งสี่จึงต้องจัดซื้อโดยวิธีประกวดราคา ทั้งพันโทวิชัยและร้านสหกรณ์กลาโหม จำกัดมิใช่หน่วยราชการหรือรัฐวิสาหกิจที่เป็นผู้ทำหรือผลิตพัสดุนั้น ๆขึ้นเอง และกระทรวงมหาดไทยไม่ได้อนุมัติให้ซื้อได้ นอกจากนี้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันจัดซื้อหนังสืออย่างรีบด่วน โดยจำเลยที่ 1ทำบันทึกขออนุมัติจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์การสอนตามหลักสูตรใหม่เสนอฝ่ายจำเลยที่ 2 และที่ 3 เพื่อตรวจเสนอต่อจำเลยที่ 4ซึ่งจำเลยที่ 4 ได้อนุมัติให้จัดซื้อในวันเดียวกันในราคาที่สูงกว่าความเป็นจริง การกระทำของจำเลยทั้งสี่ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายโจทก์ทราบถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2533 ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน 653,448.60 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสี่ให้การว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของจำเลยที่ 4 ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด พ.ศ. 2498 เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2523 กรมการปกครองได้วิทยุโอนเงินจัดสรรแก่จังหวัดราชบุรี เพื่อซื้อแบบพิมพ์สำหรับใช้ในกิจการการศึกษาประชาบาลจังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของปีงบประมาณ 2523 หากไม่ดำเนินการเกี่ยวกับเงินดังกล่าวโดยรีบด่วนจะทำให้ราชการได้รับความเสียหายและจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3ต้องผิดวินัยข้าราชการ เงินที่ได้รับจัดสรรให้นั้นไม่สามารถจัดซื้อแบบพิมพ์โดยวิธีประกวดราคาได้ เพราะต้องใช้เวลาปิดประกาศอย่างน้อย 15 วัน จำเป็นต้องจัดซื้อโดยวิธีกรณีพิเศษ ประกอบกับกระทรวงมหาดไทยและกรมการปกครองมีหนังสือแจ้งว่าร้านสหกรณ์กลาโหมจำกัด เป็นหน่วยราชการและการซื้อจากร้านสหกรณ์ดังกล่าวสามารถทำได้โดยไม่ต้องสอบราคา หรือประกวดราคา จึงถือเป็นกฎหมายและระเบียบแบบแผนในการปฏิบัติราชการ นอกจากนี้ร้านสหกรณ์กลาโหมจำกัด เป็นหน่วยราชการ เมื่อร้านสหกรณ์กลาโหม จำกัด เสนอขายหนังสือแบบทดสอบประเมินผลฉบับบูรณาการ ซึ่งมีขายเฉพาะร้านดังกล่าวแล้วจำเลยที่ 1 จึงเสนอความเห็นขออนุมัติซื้อหนังสือดังกล่าวโดยวิธีกรณีพิเศษผ่านจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไปยังจำเลยที่ 4เพื่อขออนุมัติซื้อ เมื่อจำเลยที่ 4 ตรวจสอบแล้วเห็นว่าถูกต้องตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยจึงอนุมัติซื้อแบบพิมพ์และลงนามในสัญญาซื้อขาย การซื้อหนังสือของจำเลยทั้งสี่จึงไม่แพงเกินความจริงโจทก์จึงไม่ได้รับความเสียหาย โจทก์ทราบการกระทำของจำเลยทั้งสี่ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2523 โจทก์ฟ้องคดีนี้เกิน 1 ปี แล้วคดีโจทก์จึงขาดอายุความ เงินที่กรมการปกครองโอนให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพื่อนำไปจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์การสอนในโรงเรียนประชาบาลซึ่งสังกัดอยู่กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี เป็นเงินอุดหนุนจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยไม่ใช่เงินของโจทก์เพราะยังไม่มีพระราชบัญญัติจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ โจทก์มีฐานะเป็นนิติบุคคลเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2523ซึ่งเป็นเวลาหลังจากที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยทั้งสี่กระทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน653,448.60 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังยุติได้ตามที่โจทก์จำเลยนำสืบรับกันว่า จำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินและพัสดุ จำเลยที่ 2 ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหมว
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7989/2540 · ทนอย Thanoy