คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2544
ฎีกาที่ 7990/2544
หลักกฎหมาย
ร้อยตำรวจเอก ป. และนายดาบตำรวจ ว. ผู้จับกุมจำเลยเป็นผู้ร่วมวางแผนล่อซื้อยาเสพติดให้โทษตามที่สายลับได้แจ้งว่ามีพ่อค้ายาเสพติดให้โทษสัญชาติลาวจะขายฝิ่นและเมทแอมเฟตามีนให้มาตั้งแต่ต้น และได้มีการปฏิบัติตามแผนที่วางไว้จนสามารถจับกุมจำเลยซึ่งมีสัญชาติลาวได้พร้อมฝิ่นสุกและเมทแอมเฟตามีนของกลางที่ตกลงซื้อขายกัน คำเบิกความของร้อยตำรวจเอก ป. และ นายดาบตำรวจ ว. สอดคล้องต่อเนื่องเชื่อมโยงกันในข้อสาระสำคัญโดยไม่มีข้อพิรุธตั้งแต่จำเลยได้ร่วมเจรจาตกลงซื้อขายยาเสพติดให้โทษกับสายลับและเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดของประเทศสหรัฐอเมริกา กับเจ้าพนักงานตำรวจที่ปลอมตัวเป็นพ่อค้า และร้อยตำรวจเอก ป. ได้ถ่ายรูปจำเลยไว้ในวันดังกล่าวด้วยซึ่งจำเลยก็ยอมรับว่ามีจำเลยอยู่ในภาพถ่ายดังกล่าวจริง นอกจากนั้นจำเลยยังร่วมตรวจสอบเงินที่ใช้ล่อซื้อ เป็นผู้บอกพวกของจำเลยให้พานายดาบตำรวจ ว. ไปรับยาเสพติดให้โทษโดยจำเลยมิได้ไปด้วย แต่รออยู่ที่ห้องพักในโรงแรมกับเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดของประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อรับมอบเงิน เมื่อนายดาบตำรวจ ว. รับมอบยาเสพติดให้โทษที่ตกลงซื้อแล้วพวกของจำเลยที่พาไปเอายาเสพติดให้โทษก็ไม่กลับไปกับนายดาบตำรวจ ว. แต่บอกให้นายดาบตำรวจ ว. นำจำเลยมาส่งที่จุดรับยาเสพติดให้โทษเมื่อจำเลยรับเงินค่ายาเสพติดแล้ว พฤติกรรมของจำเลยกับพวกดังกล่าวเห็นได้ว่ามีการวางแผนเป็นอย่างดี โดยแบ่งหน้าที่กันทำเพื่อป้องกันมิให้ถูกจับกุมได้พร้อมยาเสพติดให้โทษที่ตกลงซื้อขายโดยไม่นำยาเสพติดให้โทษติดตัวมาด้วย เพื่อจำเลยจะใช้เป็นข้อต่อสู้เมื่อถูกจับกุมได้ พฤติการณ์ดังกล่าวฟังได้ว่าจำเลยกับพวกเป็นตัวการร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้อง
มาตราที่อ้างถึง
ป.วิ.อ. 227พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 15พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 17พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 65พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 66พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 68พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 69
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 16, 17, 65, 66, 67, 68, 69, 102ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91 และริบเมทแอมเฟตามีนกับฝิ่นสุกของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง (ที่ถูกมาตรา 15วรรคหนึ่งและวรรคสอง), 16, 17 วรรคสอง (ที่ถูกมาตรา 17 วรรคหนึ่งและวรรคสอง), 65 วรรคสอง, 66 วรรคสอง, 68 วรรคสองและมาตรา 69วรรคสี่ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ฐานนำเข้าซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เพื่อจำหน่าย มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ลงโทษฐานนำเข้าซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เพื่อจำหน่ายซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดให้ประหารชีวิตฐานนำเข้าซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 เพื่อจำหน่าย (ที่ถูกฐานนำเข้าซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2) มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 ลงโทษฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 (ที่ถูกลงโทษฐานนำเข้าซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2)ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดให้จำคุกตลอดชีวิต แต่ศาลได้พิพากษาลงโทษประหารชีวิตแล้ว จึงไม่อาจลงโทษจำคุกจำเลยตลอดชีวิตได้อีกคงลงโทษประหารชีวิตสถานเดียว ริบเมทแอมเฟตามีนและฝิ่นสุกของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยได้และยึดเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 17,947 เม็ด น้ำหนัก 1,627.83 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 249.664 กรัม ฝิ่นสุกอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 2จำนวน 100 ห่อน้ำหนัก 98,694 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้15,524.566 กรัม และโทรศัพท์มือถือโมโตโรล่าหมายเลขโทรศัพท์01-9990367 เป็นของกลาง มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีร้อยตำรวจเอกประจวบขุลีดี ผู้จับกุมจำเลยมาเบิกความเป็นพยานว่า เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2540 พยานได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีพ่อค้ายาเสพติดให้โทษสัญชาติลาวติดต่อจำหน่ายฝิ่นและเมทแอมเฟตามีนให้ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาและได้รับคำสั่งให้สืบสวนและวางแผนจับกุม ต่อมาวันที่ 20 กรกฎาคม2540 เวลา 11 นาฬิกา สายลับและนายดาบตำรวจประสิทธิ์ ชาหอมชื่นพร้อมเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดของประเทศสหรัฐอเมริกาได้ปลอมตัวเป็นพ่อค้าไปติดต่อเจรจาขอซื้อฝิ่นและเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยกับพวกที่โรงแรมหนองคายแกรนด์ จังหวัดหนองคาย โดยพยานไปสังเกตการณ์และถ่ายรูปจำเลยกับพวกไว้ตามภาพถ่ายหมาย ป.จ.1 (ศาลจังหวัดอุดรธานี)มีการเจรจาซื้อขายยาเสพติดให้โทษกันที่ห้องอาหารภายในโรงแรมหนองคายแกรนด์นานประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นนายดาบตำรวจประสิทธิ์ขับรถไปส่งจำเลยกับพวกที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ต่อมาสายลับและเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดของประเทศสหรัฐอเมริกาแจ้งต่อพยานว่า ได้สั่งซื้อฝิ่น100 กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 21,000 บาท และเมทแอมเฟตามีน 50 มัดประมาณ 100,000 เม็ด ราคามัดละ 80,000 บาท รวมเป็นเงิน 6,100,000บาท และจำเลยกับพวกได้ให้หมายเลขโทรศัพท์มือถือเพื่อติดต่อ คือหมายเลข01-9990367 และหมายเลขโทรศัพท์ที่ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หมายเลข 007856-20-514367 ต่อมาสายลับและเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดของประเทศสหรัฐอเมริกาได้โทรศัพท์แจ้งไปยังจำเลยกับพวกเพื่อขอรับมอบยาเสพติดให้โทษที่สั่งซื้อ พยานและนายดาบตำรวจวิรัตน์ สิทธิ์ทองหลาง กับพวกวางแผนจับกุมโดยใช้โรงแรมมณีรัตน์รีสอร์ทอำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย เป็นสถานที่ส่งมอบยาเสพติดให้โทษให้นายดาบตำรวจวิรัตน์ปลอมตัวเป็นคนขับรถของเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดของประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่ 5 กันยายน 2540 พยานมอบเงิน6,000,000 บาท ที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยปราบปรามยาเสพติดให้แก่เจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดของประเทศสหรัฐอเมริกานำไปให้จำเลยตรวจสอบที่โรงแรมหนองคายแกรนด์ในเวลา 11 นาฬิกา หลังจากนั้นสายลับกับพวกได้พาจำเลยกับพวกไปพักที่โรงแรมมณีรัตน์รีสอร์ทเวลา 13 นาฬิกา เจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดของประเทศสหรัฐอเมริกาโทรศัพท์แจ้งพยานว่านัดหมายส่งมอบยาเสพติดให้โทษซึ่งนำมาจากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวในเวลา 2 นาฬิกาของวันที่ 6 กันยายน 2540 พยานกับพวกเฝ้าสังเกตการณ์ ในเวลา 16.30นาฬิกามีรถยนต์ 2 คันแล่นเข้ามายังโรงแรมมณีรัตน์รีสอร์ท คันหนึ่งมีเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดของประเทศสหรัฐอเมริกานั่งมากับจำเลยส่วนอีกคันหนึ่งนายดาบตำรวจวิรัตน์และนายหนอมนั่งร่วมกันมา ทั้งหมดได้เข้าพักที่โรงแรมมณีรัตน์รีสอร์ท ต่อมาเวลา 3.30 นาฬิกาของวันที่ 6กันยายน 2540 นายดาบตำรวจวิรัตน์ขับรถออกจากโรงแรมมณีรัตน์รีสอร์ทไปกั
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง