ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2567

ฎีกาที่ 8200/2567

หลักกฎหมาย

คำพิพากษาอันถึงที่สุดให้จำเลยดำเนินการยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานที่ดินเพื่อแก้ไข เพิกถอนคำขอออกใบแทนโฉนดที่ดิน และยื่นคำขอเพิกถอนการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้กลับคืนสู่สถานะเดิม หากจำเลยไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย อันเป็นกรณีที่ให้จำเลยกระทำการ และศาลกำหนดไว้ว่าหากจำเลยไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย การบังคับคดีอาจทำได้โดยไม่ต้องตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี เมื่อโจทก์ยื่นหนังสือต่อเจ้าพนักงานที่ดินแจ้งให้เพิกถอนการออกใบแทนโฉนดที่ดิน และยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนโฉนดที่ดินฉบับใบแทน จึงเป็นกรณีที่โจทก์ได้ดำเนินการบังคับคดีให้เป็นไปตามผลแห่งคำพิพากษาอันถึงที่สุดแล้ว เจ้าพนักงานที่ดินย่อมมีอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมายดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาต่อไป คำสั่งของศาลเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวให้เจ้าพนักงานที่ดินระงับการจดทะเบียน แก้ไขเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนในที่ดิน จึงไม่จำต้องคงมีอยู่ต่อไป

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนายสมชาย ขอให้บังคับจำเลยดำเนินการยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานที่ดิน เพื่อแก้ไข เพิกถอนคำขอออกใบแทนโฉนดที่ดินเลขที่ 2830, 2754, 9647, 9648 และ 9649 อันเป็นมรดกของนายสมชาย และยื่นคำขอเพิกถอนการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งห้าแปลงให้กลับคืนสู่สถานะเดิม หากจำเลยเพิกเฉยให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย การกระทำของจำเลยเป็นการเบียดบัง ยักย้ายทรัพย์มรดก ปิดบังทายาท อันเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก จำเลยจึงถูกกำจัดสิทธิในการรับมรดก และให้จำเลยคืนทรัพย์มรดกแก่โจทก์และทายาท จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ก่อนสืบพยาน โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา โดยยื่นคำร้องขอในกรณีมีเหตุฉุกเฉิน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัด ระงับการจดทะเบียนที่ดินโฉนดเลขที่ 2830, 2754, 9647, 9648 และ 9649 จนกว่าคดีถึงที่สุดหรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้จำเลยดำเนินการยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานที่ดิน เพื่อแก้ไข เพิกถอนคำขอออกใบแทนโฉนดที่ดินเลขที่ 2830, 2754, 9647, 9648 และ 9649 และยื่นคำขอเพิกถอนการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งห้าแปลงให้กลับคืนสู่สถานะเดิม หากจำเลยไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย และให้กำจัดจำเลยมิให้รับมรดกของนายสมชาย ในส่วนที่ดินโฉนดเลขที่ 2830, 2754, 9647, 9648 และ 9649 ให้จำเลยคืนที่ดินพิพาททั้งหมดแก่โจทก์และทายาท ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 100,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี 50,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 2830, 2754, 9647 และ 9645 กึ่งหนึ่งเป็นของจำเลย ยกคำขอโจทก์ที่ขอให้กำจัดสิทธิการรับมรดกของจำเลย ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นให้แก่โจทก์เท่าที่ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความรวม 30,000 บาท และให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์แทนจำเลยเท่าที่จำเลยชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ 50,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ คืนค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นแก่โจทก์ 200 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 แผ่นสุดท้ายและย่อหน้าสุดท้าย ข้อความที่ว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 9645 เป็นที่ดินโฉนดเลขที่ 9648 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด มีหนังสือลงวันที่ 29 ธันวาคม 2564 ถึงศาลชั้นต้นหารือการปฏิบัติตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้นัดพร้อม ในวันนัดพร้อม จำเลยยื่นคำแถลงว่า การออกใบแทนโฉนดที่ดินพิพาททั้งห้าแปลงชอบด้วยกฎหมาย กรณีจึงไม่มีเหตุที่จำเลยต้องไปยื่นเพิกถอนการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาททั้งห้าแปลง และศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ว่า จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 2830, 2754, 9647 และ 9648 กึ่งหนึ่ง ส่วนที่ดินโฉนดเลขที่ 9649 ตกทอดแก่จำเลยซึ่งเป็นทายาทของเจ้ามรดกเพียงคนเดียว กรณีจึงไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนการโอนมรดกบางส่วน นอกจากนี้ คำสั่งระงับการจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนที่ดินพิพาททั้งห้าแปลงตามหนังสือแจ้งอายัด ฉบับลงวันที่ 23 มิถุนายน 2554 สิ้นสุดลงนับแต่วันที่ 26 มกราคม 2559 อันเป็นวันที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันนัดพร้อม ตามรายงานกระบวนพิจารณา ลงวันที่ 14 มีนาคม 2565 ว่า เนื่องจากยังมีการบังคับคดีให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาอยู่ ดังนั้นคำสั่งอายัดจึงยังมีผลใช้บังคับอยู่เท่าที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล กรณีจึงไม่มีเหตุให้เพิกถอนการอายัด ยกคำร้อง จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ โดยยกเลิกคำสั่งให้ระงับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนตามหนังสือแจ้งอายัด ฉบับลงวันที่ 23 มิถุนายน 2554 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับว่า ให้มีหนังสือแจ้งเพิกถอนคำสั่งให้ระงับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนที่ดินโฉนดเลขที่ 2830, 2754, 9647 และ 9648 ตามหนังสือแจ้งอายัด ฉบับลงวันที่ 23 มิถุนายน 2554 ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ชั้นวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยความตอนหนึ่งว่า ในส่วนที่ดินโฉนดเลขที่ 9649 ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของนายสมชาย เจ้ามรดกแต่เพียงผู้เดียว ย่อมตกเป็นทรัพย์มรดกของเจ้ามรดกทั้งแปลง และศาลฎีกามิได้แก้ไขคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ในส่วนนี้ จึงเป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 และศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดีในส่วนที่
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8200/2567 · ทนอย Thanoy