คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2538
ฎีกาที่ 8261/2538
หลักกฎหมาย
อาคารชั้นเดียวขนาด4.00x3.00เมตรที่ก่อสร้างต่อเติมขึ้นใหม่ขัดต่อข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเรื่องควบคุมการก่อสร้างอาคารพ.ศ.2522ข้อ76(1)ซึ่งเป็นกรณีไม่สามารถแก้ไขให้ถูกต้องตามข้อบัญญัติดังกล่าวได้ ส่วนอาคารสูง4ชั้นที่จำเลยต่อเติมนั้นเมื่อรื้ออาคารชั้นเดียวแล้วก็จะทำให้มีที่ว่างอันปราศจากหลังคาหรือสิ่งปกคลุมเกินกว่า30ใน100ส่วนของพื้นที่และยังมีที่ว่างโดยปราศจากสิ่งปกคลุมเป็นทางเดินหลังอาคารได้ถึงกันไม่น้อยกว่า2.00เมตรซึ่งจะไม่ขัดข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเรื่องควบคุมการก่อสร้างอาคารพ.ศ.2522ข้อ76(1)(4)ดังนั้นการที่จำเลยก่อสร้างต่อเติมอาคารสูง4ชั้นจึงเป็นกรณีที่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้ซึ่งโจทก์มีอำนาจสั่งให้จำเลยยื่นคำขอใบรับอนุญาตตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ.2522มาตรา43 ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยรื้อถอนอาคารชั้นเดียวขนาด4.00x4.00เมตรปรากฏว่าอาคารดังกล่าวโจทก์มิได้ขอให้รื้อถอนและไม่มีอาคารดังกล่าวอยู่ในที่ดินของจำเลยที่โจทก์บรรยายฟ้องถึงอาคารดังกล่าวมาเป็นการบรรยายโดยสับสนที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้รื้อถอนอาคารดังกล่าวด้วยนั้นจึงไม่ชอบศาลฎีกาแก้ไขให้ถูกต้องได้
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มอบอำนาจให้หัวหน้าเขตปฏิบัติราชการแทนตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินและอาคารตึกแถว3 ชั้น 1 คูหา เลขที่ 94/5 ซอยสุขุมวิท 101/1 (วชิรธรรมสาธิต)ตำบลบางจาก (ตำบลบางนา) อำเภอพระโขนงกรุงเทพมหานคร ตามโฉนดที่ดินเลขที่ 101553 ตำบลบางนาอำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2528เจ้าหน้าที่ของโจทก์ตรวจพบว่าจำเลยได้ให้ช่างทำการปลูกสร้างอาคารเชื่อมอาคารเดิม สูง 4 ชั้นและชั้นเดียว ขนาด 4.00 x 4.00 เมตร และชั้นเดียวขนาด4.00 x 3.00 เมตร โดยหลังคาอาคารชั้นเดียวเชื่อมกับอาคาร4 ชั้น ที่สร้างเชื่อมขึ้นที่อาคาร เลขที่ 94/5 ดังกล่าว โดยมิได้รับอนุญาต โดยมีที่ว่างปราศจากสิ่งปกคลุมเป็นทางเดินหลังอาคารได้ถึงกันกว้าง 1.93 เมตร ขัดต่อข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2522ข้อ 76(4) ซึ่งกำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร จำเลยมีพื้นที่ดินตามโฉนดที่ดินของจำเลย 116 ตารางเมตร ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคารพ.ศ. 2522 ข้อ 76(1) มีว่า "อาคารที่พักอาศัยแต่ละหลังให้มีที่ว่างอยู่ 30 ใน 100 ส่วนของพื้นที่" ที่ดินตามโฉนดที่ดินของจำเลยดังกล่าวจะต้องมีที่ว่างอันปราศจากหลังคาหรือสิ่งปกคลุมอยู่ 30 ใน 100 ส่วนของพื้นที่ หรือเท่ากับ34.8 ตารางเมตร แต่พื้นที่ที่จำเลยใช้สร้างอาคารทั้งหมด(รวมทั้งอาคารเดิมและอาคารที่สร้างดัดแปลงเพิ่มเติม) รวม85.105 ตารางเมตร มีที่ว่างเหลืออยู่เพียง 30.895 ตารางเมตรหรือเท่ากับ 26.6 ใน 100 ส่วน เป็นการขัดหรือฝ่าฝืนข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครดังกล่าว ต่อมาวันที่18 พฤศจิกายน 2528 นายวิจิตร จรูญธรรม ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระโขนง รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการเขตพระโขนงปฏิบัติราชการแทนโจทก์ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ออกคำสั่งให้จำเลยระงับการก่อสร้างดัดแปลงอาคารซึ่งจำเลยทราบโดยชอบแล้วและได้ออกคำสั่งให้จำเลยรื้อถอนอาคารโดยให้รื้อถอนอาคาร ค.ส.ล.สูง 4 ชั้น และชั้นเดียวขนาด 4.00 x 4.00 เมตร จำนวน1 หลัง และขนาด 4.00 x 3.00 เมตร จำนวน 1 หลังให้เสร็จภายใน 30 วัน จำเลยได้รับทราบโดยชอบแล้วแต่จำเลยเพิกเฉยและไม่ได้ใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์โจทก์เห็นว่าจำเลยกระทำความผิดฐานทำการดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ. 2522 มาตรา 22, 65, 69, 71 จึงแจ้งให้สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจนครบาลบางนาดำเนินคดีแก่จำเลยจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลอาญาได้พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 3 เดือน และปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี เนื่องจากคำสั่งของโจทก์ที่สั่งให้จำเลยระงับการก่อสร้างดัดแปลงอาคารฉบับลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2528 และคำสั่งให้รื้อถอนอาคารฉบับลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2528 ได้ระบุบ้านเลขที่ที่สั่งให้ระงับการก่อสร้างดัดแปลงอาคารและรื้อถอนเป็นบ้านเลขที่ 94/6 ซึ่งความจริงบ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านเลขที่ 94/5 นายปรีชา โกศลผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตรักษาการแทนผู้อำนวยการเขตพระโขนง ปฏิบัติราชการแทนโจทก์ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นจึงได้ออกคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างดัดแปลงฉบับลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2530และคำสั่งให้รื้อถอนอาคารฉบับลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2530ถึงจำเลยใหม่อีกครั้งหนึ่งให้จำเลยระงับการก่อสร้างและให้รื้อถอนอาคารที่ทำการต่อเติม จำเลยได้รับคำสั่งทั้งสองฉบับโดยชอบแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉยและมิได้ใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ การกระทำของ จำเลยที่ทำการดัดแปลงอาคารต่อเติมจากอาคารเดิมโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการกระทำที่ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคารพ.ศ. 2522 ข้อ 76(1)(4) ได้ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนอาคารที่ก่อสร้างดัดแปลงเพิ่มเติมขึ้นใหม่ทั้งหมดคือรื้อถอนอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กขนาด 4.00 x 4.00 เมตรสูง 4 ชั้น ซึ่งก่อสร้างต่อเติมติดหรือเชื่อมกับอาคารเดิมและต่อเติมอาคารด้านหลังชั้นที่ 1 ออกไปอีก 12 เมตรและทำเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นเดียวขนาด4.00 x 3.00 เมตร ถ้าจำเลยไม่ยอมรื้อถอนให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนได้เองโดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย การมอบอำนาจของโจทก์ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 ไม่สมบูรณ์เพราะเอกสารดังกล่าวเป็นเพียงคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดที่สั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติงานราชการเท่านั้น ไม่ใช่หนังสือมอบอำนาจตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คำสั่งต่าง ๆ ในคดีนี้ที่ออกโดยเจ้าหน้าที่เขตที่ไม่มีอำนาจจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายการต่อเติมอาคารตามฟ้องนั้น ได้มีการปลูกสร้างตั้งแต่ปี2521 และแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม 2522 ก่อนที่พระราชบัญญัติควบคุมอา
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง