ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2552

ฎีกาที่ 830/2552

หลักกฎหมาย

อุทธรณ์ของจำเลยเป็นการอุทธรณ์โต้แย้งการรับฟังพยานหลักฐานของศาลภาษีอากรกลางในเรื่องการมอบอำนาจให้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ อันเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยคืนเงินค่าภาษีโรงเรือนและที่ดิน 6,600 บาท แก่โจทก์ จึงเป็นคดีที่ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาท ห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 25 มติคณะรัฐมนตรีในเรื่องการยุติการดำเนินคดีแพ่งของส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2540 และวันที่ 4 พฤศจิกายน 2540 ไม่ใช่กฎหมายที่จะตัดอำนาจฟ้องของผู้ถูกโต้แย้งสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายแพ่ง ตามคำฟ้องโจทก์อ้างว่าโจทก์ไม่เห็นพ้องด้วยกับการประเมินและคำชี้ขาด เพราะเป็นการประเมินและคำชี้ขาดโดยไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยโจทก์เห็นว่าตู้โทรศัพท์สาธารณะของโจทก์ไม่ใช่สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 และถือได้ว่าเป็นทรัพย์สินของรัฐบาลที่ใช้ในกิจการของรัฐบาลหรือใช้ในกิจการสาธารณะซึ่งมีไว้เพื่อประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน ย่อมได้รับยกเว้นภาษีโรงเรือนและที่ดินตามมาตรา 9 ขอให้เพิกถอนการประเมินและคำชี้ขาด เป็นการฟ้องว่า ตู้โทรศัพท์สาธารณะของโจทก์ไม่ใช่ทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน ไม่ใช่กรณีที่โจทก์เห็นว่าจำนวนเงินที่ประเมินและตามคำชี้ขาดสูงเกินสมควร โจทก์จึงไม่ต้องนำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาลดหย่อนค่ารายปีตามมาตรา 31 วรรคท้าย ตู้โทรศัพท์สาธารณะของโจทก์มีลักษณะเป็นสิ่งปลูกสร้างอย่างหนึ่งแม้จะวางอยู่บนแท่นคอนกรีตและสามารถยกเคลื่อนย้ายได้ไม่ยากเพราะไม่ได้เชื่อมติดกับทางสาธารณะหรือพื้นดินเป็นการถาวรและไม่มีลักษณะเป็นส่วนควบกับที่ดิน ทั้งไม่มีลักษณะเป็นสิ่งปลูกสร้างที่เข้าอยู่อาศัยได้หรือใช้เป็นที่ไว้สินค้า แต่ พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มิได้กำหนดให้จัดเก็บภาษีเฉพาะสิ่งปลูกสร้างที่มีลักษณะติดอยู่กับที่ดินเป็นการถาวรหรือเป็นส่วนควบกับที่ดินเท่านั้น และในขณะที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยประเมินภาษีนั้น ตู้โทรศัพท์สาธารณะของโจทก์มิได้มีการเคลื่อนย้ายแต่ได้ใช้คุ้มครองป้องกันมิให้เครื่องโทรศัพท์เสียหาย และให้บริการประชาชนผู้ใช้โทรศัพท์ให้มีความปลอดภัย สะดวกสบาย จึงเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประกอบกิจการก่อให้เกิดประโยชน์และรายได้แก่โจทก์และถือเป็นสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 5 ทรัพย์สินที่จะได้รับการยกเว้นภาษีโรงเรือนและที่ดินตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 9 (2) จะต้องเป็นทรัพย์สินของรัฐบาลที่ใช้ในกิจการของรัฐบาลหรือสาธารณะ เมื่อบริษัทโจทก์มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจและกฎหมายมิได้บัญญัติให้ยกเว้นภาษีดังเช่นทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ใช้ในกิจการรถไฟโดยตรง ตู้โทรศัพท์สาธารณะซึ่งเป็นทรัพย์สินของโจทก์จึงไม่ได้รับการยกเว้นภาษีโรงเรือนและที่ดินตามมาตรา 9 (2)

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีกระทรวงการคลังถือหุ้นทั้งหมดเพียงผู้เดียว เป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เดิมโจทก์ชื่อว่า "องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย" เป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงคมนาคม มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดดำเนินการและนำมาซึ่งความเจริญของกิจการโทรศัพท์เพื่อประโยชน์แห่งรัฐและประชาชน และดำเนินธุรกิจอันเกี่ยวกับกิจการโทรศัพท์และโทรศัพท์สาธารณะ ตลอดจนธุรกิจอื่นที่ต่อเนื่องใกล้เคียงกันหรือที่เป็นประโยชน์แก่กิจการโทรศัพท์อันเป็นกิจการสาธารณูปโภคและหรือสาธารณูปการของรัฐบาลมีอำนาจให้บริการต่างๆ เกี่ยวกับโทรศัพท์ในเรื่องเครื่องโทรศัพท์พื้นฐาน โทรศัพท์สาธารณะ อุปกรณ์ เครื่องใช้ และเครื่องบริการต่างๆ การดำเนินกิจการต้องคำนึงถึงประโยชน์ของรัฐและประชาชน รายได้ที่ได้รับในปีหนึ่งๆ เมื่อได้หักค่าใช้จ่ายสำหรับดำเนินกิจการค่าภาระต่างๆ ที่เหมาะสมแล้ว เหลือเท่าใดต้องนำส่งเป็นรายได้ของรัฐ กิจการโทรศัพท์สาธารณะจึงเป็นกิจการของรัฐบาล ตามพระราชบัญญัติโทรเลขและโทรศัพท์ พ.ศ.2477 มาตรา 5 ประกอบพระราชบัญญัติองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย พ.ศ.2497 มาตรา 11 และ 16 ปี 2545 โจทก์ถูกจัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีโดยให้แปลงสภาพ "ทุน" ขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยมาเป็น "หุ้น" ในรูปแบบบริษัทมหาชนจำกัด แต่ยังคงมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจและให้โจทก์รับไปซึ่งกิจการ สิทธิ หน้าที่ หนี้ ความรับผิด และกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินทั้งหมด ตลอดจนกิจการโทรศัพท์สาธารณะขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย โดยตามพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง ได้บัญญัติรองรับให้โจทก์ยังคงมีอำนาจ สิทธิ และประโยชน์ตามที่องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยเคยมีอยู่ตามกฎหมายจัดตั้งองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยและตามกฎหมายอื่นให้ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไป ต่อมาโจทก์จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อจากชื่อ "บริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็น "บริษัททีโอที จำกัด (มหาชน)" โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ตู้โทรศัพท์สาธารณะและเครื่องโทรศัพท์สาธารณะที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ทั่วประเทศไทยรวมทั้งในเขตเทศบาล ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เครื่องโทรศัพท์สาธารณะที่โจทก์ให้บริการแก่ประชาชนมีอยู่ 3 ชนิด คือ แบบใช้การ์ดหรือบัตรโทรศัพท์ แบบหยอดเหรียญและแบบใช้การ์ดหรือบัตรโทรศัพท์และหยอดเหรียญ ซึ่งเครื่องโทรศัพท์สาธารณะนี้ติดตั้งไว้ในอาคารที่สามารถให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปได้หรืออาจติดตั้งนอกอาคารก็ได้ การติดตั้งเครื่องโทรศัพท์สาธารณะนอกอาคาร โจทก์จะมีตู้โทรศัพท์สาธารณะเอาไว้เพื่อความสะดวกปลอดภัยแก่ประชาชนในการเข้าไปใช้บริการโทรศัพท์สาธารณะโดยตู้โทรศัพท์สาธารณะดังกล่าวมีลักษณะเป็นตู้กระจกใสขอบอะลูมิเนียมสี่เหลี่ยมทรงสูงส่วนบนปิดทึบ ภายในตู้มีกล่องเหล็กสำหรับติดเครื่องโทรศัพท์สาธารณะ ขาตู้กระจกทั้งสี่ขาถูกยึดด้วยนอตติดบนแท่นคอนกรีตสี่เหลี่ยมหนาสำเร็จรูป แท่นคอนกรีตนี้บางแท่นวางอยู่บนทางเท้าหรือพื้นดินโดยไม่ได้ใช้ปูนซีเมนต์ฉาบรอบขอบฐานแท่นคอนกรีตติดทางเท้าหรือพื้นดิน บางแท่นวางอยู่บนทางเท้าหรือพื้นดินโดยใช้ปูนซีเมนต์ฉาบบางๆ รอบขอบฐานแท่นคอนกรีตเพื่อป้องกันมิให้ฝุ่นละอองสะสมใต้ฐานหรือก่อให้เกิดความสกปรกแก่ทางเท้าหรือพื้นถนน ตู้โทรศัพท์สาธารณะดังกล่าวสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่ายโดยการยกตู้โทรศัพท์สาธารณะพร้อมแท่นคอนกรีตไปได้โดยไม่เสียรูปทรง สำหรับตู้โทรศัพท์สาธารณะที่มีแท่นคอนกรีตฉาบด้วยปูนซีเมนต์บางๆ รอบขอบฐานดังกล่าวก็เพียงกะเทาะเอาปูนซีเมนต์ที่ฉาบบางๆ ออกก็สามารถยกเคลื่อนย้ายตู้โทรศัพท์สาธารณะพร้อมแท่นคอนกรีตสำเร็จรูปจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้โดยง่ายไม่เสียรูปทรงเช่นกัน แม้ไม่มีแท่นคอนกรีตสี่เหลี่ยมหนาที่ฐานตู้โทรศัพท์สาธารณะก็สามารถตั้งอยู่บนพื้นดินหรือทางเท้าได้แต่ไม่สวยงาม วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549 จำเลยแจ้งรายการประเมินค่ารายปีและค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินตู้โทรศัพท์สาธารณะของโจทก์ทั่วเขตเทศบาลตำบลพะตง ประจำปีภาษี 2549 โดยประเมินค่ารายปี 52,800 บาท (จำนวน 33 ตู้) พร้อมแจ้งให้โจทก์ชำระค่าภาษีเป็นเงิน 6,600 บาท โจทก์จึงยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ ต่อมาวันที่ 16 กรกฎาคม 2549 (ที่ถูกวันที่ 25 พฤษภาคม 2549) โจทก์ได้รับแจ้งคำชี้ขาดจากนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลพะตงว่าคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เทศบาลตำบลพะตงชี้ขาดยืนตามการประเมิน โจทก์ไม่เห็นด้วย กล่าวคือ การติดตั้งเครื่องโทรศัพท์สาธารณะเพื่อให้ประชาชนใช้บริการไม่จำเป็นต้องติดตั้งในตู้โทรศัพท์สาธารณะเสมอไป อาจทำเพียงติดตั้งในลักษณะแขวนไว้ที่เสาพร้อมติดแผงกันน้ำหรือแสงแดงเหนือเครื่องโทรศัพท์สาธารณะ การติดตั้งในรูปของตู้โทรศัพท์สาธารณะเป็นรูปแบบการให้บริการที่คำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของประชาชนผู้ใช้บริการเพื่อลดเสียงรบกวนจากภายนอกและป้องกันการเกิดไฟฟ้าลัดวงจ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 830/2552 · ทนอย Thanoy