คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2557
ฎีกาที่ 8302/2557
หลักกฎหมาย
พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยกำหนดค่ารายปีประจำปีภาษี 2552 ที่พิพาท เท่ากับปีภาษี 2551 ซึ่งเป็นปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว แต่ค่ารายปีของทรัพย์สินแต่ละรายอาจจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้แล้วแต่ข้อเท็จจริงของแต่ละปี ทั้งนี้การพิจารณาเพิ่มหรือลดค่ารายปีต้องมีเหตุผลและต้องคำนึงถึงลักษณะของทรัพย์สิน ขนาด พื้นที่ ทำเลที่ตั้งและบริการสาธารณะที่ทรัพย์สินนั้นได้รับประโยชน์ ตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 8 โจทก์ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับโรงเรือนพิพาทครั้งแรกเมื่อปีภาษี 2548 พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยกำหนดค่ารายปีโรงเรือนของโจทก์ตามอัตราค่าเช่ามาตรฐานกลางที่จำเลยกำหนดในบันทึกข้อความที่ กท 7000/2912 ซึ่งโรงเรือนของโจทก์จัดอยู่ในกลุ่มที่ 1 ต่อมาจำเลยมีบันทึกข้อความที่ กท 1302/222 จัดกลุ่มตามพื้นที่ที่ตั้งเขตใหม่ ทำให้โรงเรือนของโจทก์จัดอยู่ในกลุ่มที่ 2 และมีอัตราค่าเช่ามาตรฐานกลางต่ำลง แต่พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินของโจทก์เท่ากับค่ารายปีที่ล่วงมาแล้วและนำไปเทียบเคียงกับโรงเรือนเลขที่ 455/1-2 ซึ่งตั้งอยู่บนถนนพระรามที่ 3 ซึ่งมีความกว้างกว่าถนนเจริญราษฎร์ที่โรงเรือนของโจทก์ตั้งอยู่ อีกทั้งมีราคาประเมินที่ดินที่สูงกว่า และนำไปเทียบเคียงกับโรงเรือนเลขที่ 3609/9 ซึ่งไม่ได้ประกอบธุรกิจในลักษณะเดียวกันกับโจทก์ โดยไม่นำไปเทียบเคียงกับค่ารายปีของโรงเรือนเลขที่ 358/1 และโรงเรือนเลขที่ 299/10 ซึ่งเป็นอาคารที่ใช้ประกอบธุรกิจประเภทเดียวกันกับโจทก์ และเจ้าพนักงานของจำเลยประเมินค่ารายปีโรงเรือนทั้งสองแห่งดังกล่าวโดยใช้อัตราค่าเช่ามาตรฐานกลางตามบันทึกข้อความที่ กท 1302/222 อันแสดงให้เห็นว่าการกำหนดค่ารายปีของพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยสำหรับอาคารลักษณะพิเศษในเขตเดียวกันใช้หลักเกณฑ์ที่แตกต่างกัน ทำให้โจทก์ต้องรับภาระภาษีมากกว่าโรงเรือนรายอื่นที่มีลักษณะทรัพย์สินคล้ายคลึงกับโจทก์ที่ตั้งอยู่ในเขตเดียวกัน อันก่อให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันของผู้เสียภาษี การกำหนด ค่ารายปีของพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยสำหรับโรงเรือนของโจทก์จึงยังไม่เหมาะสมและไม่มีเหตุผลเพียงพอ กรณีจึงมีพฤติการณ์และเหตุผลอันสมควรให้ประเมินค่ารายปีโรงเรือนของโจทก์โดยใช้อัตราค่าเช่ามาตรฐานกลางตามบันทึกข้อความที่ กท 1302/222 ซึ่งเป็นคุณแก่โจทก์มากกว่า
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินตามใบแจ้งการประเมินและคำชี้ขาดของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กับให้จำเลยคืนเงินภาษี 416,976 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 397,120 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินตามใบแจ้งรายการประเมินฉบับลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2552 และคำชี้ขาดตามใบแจ้งคำชี้ขาด เล่มที่ 15 เลขที่ 45 ฉบับลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2552 กับให้จำเลยคืนเงินภาษี 397,120 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของจำนวนเงินดังกล่าว นับแต่วันพ้นกำหนดสามเดือนนับแต่วันพิพากษา และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของโรงเรือนเลขที่ 3609/48 ถนนเจริญราษฎร์ แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร ซึ่งปลูกสร้างอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 4425 ตำบลบางโคล่ (บ้านทวาย) อำเภอบ้านทราย - บางรัก (บางคอแหลม) จังหวัดพระนคร (กรุงเทพมหานคร) ที่โจทก์เช่ามาจากนางศจี เพื่อใช้เป็นสถานที่จำหน่ายรถยนต์และศูนย์บริการ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2552 โจทก์ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2552 (ภ.ร.ด. 2) ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จำเลย ต่อมาจำเลยโดยสำนักงานเขตบางคอแหลมมีใบแจ้งรายการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินแก่โจทก์ กำหนดค่ารายปี 5,497,640 บาท ค่าภาษีโรงเรือนและที่ดิน 687,205 บาท โจทก์ไม่เห็นด้วยกับการประเมินจึงยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินใหม่ว่า พนักงานเจ้าหน้าที่จำเลยกำหนดค่ารายปีสูงกว่าความเป็นจริง โดยพอใจให้คิดค่าภาษี 290,085 บาท คณะกรรมการพิจารณาคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่มีมติให้ยกคำร้องและยืนตามการประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่จำเลย โจทก์ชำระเงินค่าภาษีตามการประเมินแล้วตามสำเนาใบเสร็จรับเงินมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า การประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่จำเลยและคำชี้ขาดของจำเลยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ คดีนี้โจทก์และจำเลยนำสืบรับกันว่า โจทก์ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับโรงเรือนพิพาทครั้งแรกเมื่อปีภาษี 2548 พนักงานเจ้าหน้าที่จำเลยกำหนดค่ารายปีโรงเรือนของโจทก์ตามอัตราค่าเช่ามาตรฐานกลางที่จำเลยกำหนดในบันทึกข้อความ ที่ กท 7000/2912 ลงวันที่ 2 ธันวาคม 2545 เรื่อง การประเมินค่ารายปีภาษีโรงเรือนและที่ดิน ประเภท อาคารลักษณะพิเศษที่ดำเนินกิจการของตนเอง ข้อ 18 อาคารลักษณะพิเศษ โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มตามพื้นที่ที่ตั้งในเขต ซึ่งโรงเรือนของโจทก์จัดอยู่ในกลุ่มที่ 1 ต่อมาจำเลยมีบันทึกข้อความที่ กท 1302/222 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2550 เรื่อง การกำหนดอัตราค่าเช่ามาตรฐานกลางเพื่อใช้ประกอบในการประเมินค่ารายปีภาษีโรงเรือนและที่ดิน ข้อ 18 อาคารลักษณะพิเศษ จัดกลุ่มตามพื้นที่ที่ตั้งในเขตใหม่ ทำให้โรงเรือนของโจทก์จัดอยู่ในกลุ่มที่ 2 และมีอัตราค่าเช่ามาตรฐานกลางต่ำลง แต่พนักงานเจ้าหน้าที่จำเลยประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินโรงเรือนของโจทก์เท่ากับค่ารายปีที่ล่วงมาแล้ว และนำไปเทียบเคียงกับโรงเรือนเลขที่ 455/1 - 2 ถนนพระรามที่ 3 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร และโรงเรือนเลขที่ 3609/9 ถนนเจริญราษฎร์ แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร โดยไม่นำโรงเรือนของโจทก์ไปเทียบเคียงกับค่ารายปีของโรงเรือนเลขที่ 358/1 ถนนพระรามที่ 3 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร และโรงเรือนเลขที่ 299/10 ถนนพระรามที่ 3 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นอาคารที่ใช้ประกอบธุรกิจจำหน่ายรถยนต์และศูนย์บริการเช่นเดียวกับโจทก์ ในขณะที่โรงเรือนเลขที่ 3609/9 ที่จำเลยนำมาเทียบเคียงไม่ได้ประกอบธุรกิจจำหน่ายรถยนต์แต่ประกอบธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน ส่วนโรงเรือนเลขที่ 455/1 - 2 แม้จะเป็นอาคารประกอบธุรกิจจำหน่ายรถยนต์และศูนย์บริการเช่นเดียวกับอาคารของโจทก์ แต่อาคารดังกล่าวตั้งอยู่บนถนนพระรามที่ 3 ซึ่งเป็นถนนสายหลัก มีความกว้างกว่าถนนเจริญราษฎร์ที่โรงเรือนโจทก์ตั้งอยู่ ประกอบกับกรมที่ดินยังประเมินราคาที่ดินที่เป็นที่ตั้งของโรงเรือนเลขที่ 455/1 - 2 ตารางวาละ 170,000 บาท ส่วนที่ดินที่เป็นที่ตั้งของโรงเรือนโจทก์มีราคาประเมินตารางวาละ 125,000 บาท นอกจากนี้ยังได้ความจากคำเบิกความของนายธนกาญจน์พยานโจทก์ประกอบกับแบบแจ้งรายการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2550 ปีภาษี 2551 และปีภาษี 2552 ของโรงเรือนเลขที่ 299/10 และเลขที่ 358/1 ว่า พนักงานเจ้าหน้าที่จำเลยประเมินค่ารายปีของโรงเรือนทั้งสองแห่งโดยใช้อัตราค่าเช่ามาตรฐานกลางตามบันทึกข้อความของกรุงเทพมหานคร ที่ กท 1302/222 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2550 ซึ่งนายอภิชัยพย
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง