คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2493
ฎีกาที่ 831/2493
หลักกฎหมาย
ที่จะถือว่าเป็นการจัดให้มีการเล่นการพนันนั้น อย่างน้อยก็ต้องได้กระทำการอันแสดงว่า ร่วมรู้ช่วยเหลืออย่างใดอย่างหนึ่งให้มีการเล่นการพนันขึ้น เช่นช่วยเหลือจัดสถานที่ให้เล่น เพียงแต่ว่าจำเลยเป็นเจ้าของบ้าน ขณะเกิดเหตุจำเลยนอนเป็นไข้อยู่ชั้นบนไม่ได้ลงมาเกี่ยวข้องในการเล่นยังถือไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้จัดการให้มีการเล่นการพนัน
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกับพวกเล่นการพนัน โปปั้นเอาทรัพย์สินกันโดยจำเลยเป็นเจ้าของสำนักงานจัดให้มีการเล่นการพนักนขึ้น เพื่อนำซึ่งผลประโยชน์แห่งตนขอให้ลงโทษ จำเลยปฏิเสธ การที่มีการเล่นการพนันรายนี้ จำเลยทราบ แต่ไม่ได้ห้าม เพราะป่วย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๕๕๓/๒๔๗๙ ศาลฎีกาเห็นว่า พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘ หาได้บัญญัติได้ว่า การกระทำอย่างไรจึงจะถือว่าเป็นการจัดให้มีการเล่น จึงต้องถือว่าการจัดให้มีการเล่นนั้น อย่างน้อยก็ต้องได้กระทำการอันแสดงว่าร่วมรู้ช่วยเหลืออยางใดอย่างหนึ่ง ให้มีการเล่นการพนักนขึ้น เช่นช่วยเหลือจัดสถานที่ให้เล่น ก็อาจจะถือว่าเป็นการจัดให้มีการเล่นได้ แต่สำหรับเรื่องนี้ มีเพียงว่าจำเลยเป็นเจ้าของบ้าน ขณะเกิดเหตุจำเลยนอนเป็นไข้อยู่ชั้นบนไม่ได้ลงมาเกี่ยวข้องในการเล่น แม้จะรู้ว่ามีการเล่นการพนันกัน แต่ก็อาจรู้ภายหลังโดยไม่ได้ช่วยเหลือ เกี่ยวข้องอย่างไรก็เป็นได้ ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้จัดการให้มีการเล่นการพนันรายนี้ จึงพิพากษายืน
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง