คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2551
ฎีกาที่ 8330/2551
หลักกฎหมาย
วันอันเป็นฐานที่ตั้งในการพิจารณาราคาของอสังหาริมทรัพย์และสภาพและที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในแนวเขตเดินสายส่งไฟฟ้าคือ วันที่ประกาศกำหนดเขตสำรวจทั่วไปเพื่อเลือกแนวหรือที่ตั้งระบบไฟฟ้าในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา 28 (2) (ข) แห่ง พ.ร.บ.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งจำเลยได้ประกาศ เรื่อง กำหนดเขตสำรวจสายส่งไฟฟ้า ขนาด 230 กิโลโวลต์ จากโรงไฟฟ้าราชบุรีไปยังสถานีไฟฟ้าย่อยสมุทรสาคร 2 ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2537 ดังนั้น วันที่จะพิจารณาถึงราคาของอสังหาริมทรัพย์และสภาพและที่ตั้งของที่ดินของโจทก์ซึ่งอยู่ในแนวเขตสำรวจสายส่งไฟฟ้าสายนี้คือ วันที่ 8 พฤศจิกายน 2537
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าทดแทนจำนวน 11,252,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินในจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นนับแต่วันที่จำเลยจ่ายหรือฝากเงินค่าทดแทนนั้นให้แก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยให้การว่า เงินค่าทดแทนดังกล่าวจึงเหมาะสมและเป็นธรรมแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินในจำนวนเงินดังกล่าว นับตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2542 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสองโดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท โจทก์ทั้งสองและจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองและจำเลยฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 29693 ตำบลหนองสองห้อง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร เนื้อที่ 30 ไร่ ซึ่งเป็นสวนมะพร้าวน้ำหอม จำเลยเดินสายส่งไฟฟ้าแรงสูงผ่านที่ดินของโจทก์ทั้งสองเนื้อที่ 6 ไร่ 45.70 ตารางวา คณะกรรมการกำหนดค่าทดแทนทรัพย์สิน สายส่งไฟฟ้า 230 กิโลโวลต์ โรงไฟฟ้าราชบุรี - สมุทรสาคร 4 ได้กำหนดให้ใช้ราคาประเมินตามบัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินเพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม พ.ศ.2539 ถึง 2542 อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร โดยปรับเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ เป็นเกณฑ์ และกำหนดประเภทที่ดินเป็น 4 ประเภท คือ 1. ที่ตั้งเสาไฟฟ้า จ่ายเงินให้ร้อยละ 100 ของราคาประเมินที่ดินหรือราคาที่คณะกรรมการฯ กำหนด 2. ที่บ้าน จ่ายให้ร้อยละ 90 3. ที่สวน จ่ายให้ร้อยละ 70 4. ที่นา จ่ายให้ร้อยละ 50 คณะกรรมการฯ กำหนดเงินค่าทดแทนการใช้ที่ดินให้แก่โจทก์ทั้งสองโดยแบ่งเป็นที่บ้าน 3 งาน 50.70 ตารางวา ที่สวน 5 ไร่ 95 ตารางวา ที่ตั้งเสาไฟฟ้า 13.50 ตารางวา ที่ดินของโจทก์ทั้งสองมีราคาประเมินตามราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินเพื่อเรียกค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม พ.ศ.2539 ถึง พ.ศ.2542 อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ไร่ละ 150,000 บาท เมื่อเพิ่มอีกร้อยละ 50 เป็นไร่ละ 225,000 บาท จึงจ่ายเงินค่าทดแทนการใช้ที่ดินประเภทที่บ้านร้อยละ 90 ที่สวนร้อยละ 70 และที่ตั้งเสาไฟฟ้าร้อยละ 100 รวมเป็นเงิน 1,002,448.13 บาท กับเงินค่าทดแทนต้นไม้ 284,100 บาท รวมเป็นเงินค่าทดแทนทั้งสิ้น 1,286,548.13 บาท โจทก์ทั้งสองไม่พอใจในจำนวนเงินค่าทดแทนดังกล่าว จึงได้ร้องเรียนต่อจำเลยขอเงินค่าทดแทนเพิ่มเป็น 20,000,000 บาท คณะกรรมการกำหนดค่าทดแทนทรัพย์สินฯ มีมติยืนตามเงินค่าทดแทนทรัพย์สินตามที่คณะอนุกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินอำเภอบ้านแพ้วเสนอ โจทก์ทั้งสองจึงฟ้องคดีต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นเพิ่มเงินทดแทนค่าขาดประโยชน์จากต้นมะพร้าวที่ถูกตัด 125 ต้น เป็นเงิน 600,000 บาท และค่าเสื่อมราคาของที่ดินตารางวาละ 50 บาท เนื้อที่ 30 ไร่ เป็นเงิน 600,000 บาท รวมเป็นเงินที่จำเลยต้องชำระแก่โจทก์ทั้งสองอีก 1,200,000 บาท โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ขอให้จำเลยจ่ายเงินค่าทดแทนการใช้ที่ดินที่ถูกสายไฟฟ้าพาดผ่านเพิ่ม 697,552 บาท และขอค่าเสื่อมราคาของที่ดิน 30 ไร่ ราคาไร่ละ 240,000 บาท เป็นเงิน 7,200,000 บาท กับเงินค่าทดแทนต้นมะพร้าวน้ำหอม ต้นขนุนและต้นมะม่วงรวม 147 ต้น เป็นเงิน 2,067,900 บาท จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองและจำเลยฎีกา คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยข้อแรกว่า เงินค่าทดแทนการใช้ที่ดินของโจทก์ทั้งสองที่ถูกสายไฟฟ้าพาดผ่านควรเป็นเท่าใด เห็นว่า พระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2511 มาตรา 30 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2535 มีเจตนารมณ์เช่นเดียวกับพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 21 วรรคหนึ่ง ซึ่งต่างมุ่งประสงค์ที่จะให้มีการจ่ายเงินค่าทดแทนให้เป็นธรรมแก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินหรือผู้ทรงสิทธิอื่น แต่พระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2511 มาตรา 30 ไม่ได้บัญญัติถึงรายละเอียดของหลักเกณฑ์ที่จะให้นำมาใช้คำนึงในการกำหนดและจ่ายเงินค่าทดแทนอย่างเป็นธรรมไว้เหมือนอย่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 21 วรรคหนึ่ง ดังนี้ การที่จะกำหนดและจ่ายเงินค่าทดแทนด้วยความเป็นธรรมตามพระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2511 มาตรา 30 จึงควรคำนึงถึงปัจจัยอื่น ๆ ในทำนองเดียวกันกับที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) ถึง (5) กรณีการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์วันอันเป็นฐานที่ตั้งในการพิจารณาราคาของอสังหาริมทรัพย
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง