ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2563

ฎีกาที่ 8368/2563

หลักกฎหมาย

พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 59 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้นำ ป.วิ.พ. มาใช้บังคับโดยอนุโลม ซึ่งรวมถึงการยื่นและการส่งคำคู่ความและเอกสารตามมาตรา 67 ถึงมาตรา 83 อัฏฐ ด้วย การที่ภายหลังจากศาลรับคำร้องที่พนักงานอัยการผู้ร้องยื่นต่อศาล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินต้องมีหนังสือแจ้งให้ผู้คัดค้านทั้งสามรวมทั้ง ฐ. ซึ่งอาจอ้างว่าเป็นเจ้าของหรือมีส่วนได้เสียในทรัพย์สินทราบเพื่อใช้สิทธิยื่นคำร้องคัดค้านนั้น คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแล้ว การส่งหนังสือของเลขาธิการจึงเป็นการส่งคำคู่ความหรือเอกสารในการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นประการหนึ่ง เพียงแต่ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 บัญญัติกำหนดไว้โดยเฉพาะให้เลขาธิการส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ทั้งยังบัญญัติไว้เป็นพิเศษว่าให้ส่งไปยังที่อยู่ครั้งสุดท้ายของผู้นั้นเท่าที่ปรากฏในหลักฐาน การส่งหนังสือของเลขาธิการทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับย่อมมีผลเป็นการส่งตามหลักเกณฑ์การนำจ่ายสิ่งของทางไปรษณีย์ที่กำหนดในไปรษณียนิเทศ พ.ศ.2557 ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะมีการส่งหนังสือทางไปรษณีย์ในคดีนี้ ซึ่งกำหนดให้ต้องนำจ่ายด้วยการส่งมอบหนังสือให้แก่ผู้รับที่มีชื่อระบุอยู่บนจ่าหน้า หรือผู้ได้รับมอบฉันทะจากผู้รับหรือผู้แทนของผู้รับ โดยต้องนำจ่าย ณ ที่ทำการหรือ ณ ที่อยู่ของผู้รับตามไปรษณียนิเทศ พ.ศ.2557 ข้อ 59 ถึงข้อ 63 ดังนั้น การส่งหนังสือของเลขาธิการไปยังผู้คัดค้านทั้งสามและ ฐ. ที่ส่งไม่ได้เพราะบ้านปิดและไม่มีผู้มารับที่ที่ทำการไปรษณีย์ในกำหนดเวลา อันเป็นการนำจ่ายให้แก่ผู้รับไม่ได้และพนักงานไปรษณีย์ต้องส่งหนังสือคืนผู้ฝากตามข้อ 64 นั้น จึงถือไม่ได้ว่ามีการส่งหนังสือให้แก่ผู้คัดค้านทั้งสามและ ฐ. ตามที่กำหนดใน พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 49 วรรคห้า โดยเมื่อมีข้อขัดข้องในการส่งหนังสือแก่ผู้มีส่วนได้เสีย อันเป็นข้อขัดข้องในการส่งคำคู่ความและเอกสารตาม ป.วิ.พ. จึงชอบที่เลขาธิการจะแจ้งให้ผู้ร้องแถลงต่อศาลชั้นต้นเพื่อมีคำสั่งให้ดำเนินการส่งโดยวิธีอื่นตามที่กำหนดใน ป.วิ.พ. ต่อไป ส่วนที่ศาลชั้นต้นลงประกาศคำร้องในหนังสือพิมพ์ เป็นการประกาศให้บุคคลภายนอกอื่นที่อาจอ้างว่าเป็นเจ้าของหรือมีส่วนได้เสียในทรัพย์สินที่ขอให้ตกเป็นของแผ่นดินได้ทราบ เพื่อยื่นคำคัดค้านเข้ามาในคดี มิได้หมายถึงผู้คัดค้านทั้งสามกับพวก จะถือว่าผู้คัดค้านทั้งสามและ ฐ. ทราบคำร้องของผู้ร้องหาได้ไม่

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ทรัพย์สิน บัญชีเงินฝาก 22 รายการ และที่ดิน 5 รายการ รวมราคา 35,703,103.32 บาท ตามบัญชีทรัพย์สินส่งให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินรายนางศรัณยากับพวกพร้อมดอกผลตกเป็นของแผ่นดิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 51 วรรคหนึ่ง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ คดีถึงที่สุดแล้ว เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2560 ผู้คัดค้านทั้งสามต่างยื่นคำร้องคนละ 1 ฉบับ ใจความทำนองเดียวกันว่า ผู้คัดค้านทั้งสามมีภูมิลำเนาอยู่ที่ตำบลชุมแพ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ผู้คัดค้านทั้งสามไม่ทราบว่าผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสามตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจากบุคคลที่เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินส่งประกาศของศาลชั้นต้น (ประกาศศาลแพ่ง) ให้คือนายผนิกร และนางเหนียว ซึ่งไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินที่ผู้ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดิน ประกาศของศาลชั้นต้นที่เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินอ้างว่าได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 49 วรรคห้า ประกอบมาตรา 51 มิใช่ประกาศของศาลชั้นต้นในคดีนี้ แต่เป็นประกาศในคดีหมายเลขดำที่ ฟ.15/2559 สถานีตำรวจที่เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินอ้างว่าได้ดำเนินการ (น่าจะหมายถึงปิดสำเนาประกาศศาลแพ่ง) เป็นสถานีตำรวจภูธรเมืองนครศรีธรรมราชซึ่งไม่ใช่สถานีตำรวจท้องที่ซึ่งทรัพย์สินตั้งอยู่ สถานีตำรวจท้องที่ซึ่งทรัพย์สินตั้งอยู่คือสถานีตำรวจภูธรชุมแพ ส่วนหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ที่ลงประกาศของศาลชั้นต้นในคดีนี้ก็มิใช่หนังสือพิมพ์ที่มีจำหน่ายในท้องที่อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น อันเป็นภูมิลำเนาของผู้คัดค้านทั้งสาม การดำเนินการไม่ถูกต้องดังกล่าวปรากฏแล้วในชั้นไต่สวนของศาลชั้นต้น การที่ศาลชั้นต้นไต่สวนพยานตามคำร้องของผู้ร้องต่อไปและมีคำสั่งให้ทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสามตกเป็นของแผ่นดินจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ และไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 49 วรรคห้า ประกอบมาตรา 51 ผู้คัดค้านทั้งสามถูกพนักงานอัยการฟ้องในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และความผิดตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 ระหว่างสืบพยานโจทก์ในคดีดังกล่าวเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2560 ทนายความของโจทก์ร่วมอ้างคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งให้ทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสามตกเป็นของแผ่นดินเป็นพยานเอกสาร ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 จึงให้ผู้คัดค้านที่ 3 ซึ่งเป็นบุตรสาวมาขอดูสำนวนคดีนี้เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2560 จึงทราบว่าผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสามตกเป็นของแผ่นดินโดยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินดำเนินการไม่ถูกต้องและศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาผิดระเบียบดังกล่าว และเป็นเหตุให้ผู้คัดค้านทั้งสามไม่อาจยื่นคำคัดค้านเข้ามาในคดีได้ ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตั้งแต่วันนัดไต่สวนคำร้องเป็นต้นไป ผู้ร้องยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้คัดค้านทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้คัดค้านทั้งสามฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ฎีกาโต้แย้งรับฟังได้เป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559 ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้มีคำสั่งให้ทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสามรวม 27 รายการ รวมราคาประเมิน 35,703,103.32 บาท พร้อมดอกผลตกเป็นของแผ่นดิน และให้นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปคืนหรือชดใช้คืนให้แก่ผู้เสียหาย 45 ราย รวม 54 รายการ รวมราคาประเมิน 17,715,000 บาท พร้อมกันนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินรวม 81 รายการ ของผู้คัดค้านที่ 1 กับพวกไว้ชั่วคราวเป็นการด่วนตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 55 ศาลชั้นต้นรับคำร้องคดีนี้ไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ ฟ.11/2559 แล้วไต่สวนคำร้องที่ขอให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินนั้นไว้ชั่วคราวในวันนั้น และมีคำสั่งในวันเดียวกันให้อายัดทรัพย์สินดังกล่าวไว้ชั่วคราวแล้วมีหมายไปยังเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินให้เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินแจ้งคำสั่งอายัดทรัพย์สินดังกล่าวให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ ซึ่งนางสาวทิพย์วรรณ พนักงานสืบสวนชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการคดี 2 กองคดี 2 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินลงลายมือชื่อรับหมายไปในวันนั้นแล้วตามสำเนาหมายอายัดชั่วคราวเอกสารสารบาญอันดับที่ 11 ในสำนวน จากนั้นศาลชั้นต
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง