ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2561

ฎีกาที่ 842/2561

หลักกฎหมาย

ผู้ร้องทั้งสามเข้าร่วมประชุมและทราบถึงการดำเนินกระบวนพิจารณาต่าง ๆ ของคณะอนุญาโตตุลาการมาโดยตลอด การประชุมในวันที่ 27 มีนาคม 2558 ผู้ร้องทั้งสามแถลงรับข้อเท็จจริงและแถลงไม่คัดค้านที่คณะอนุญาโตตุลาการมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ข้อพิพาทในคดีนี้มีข้อเท็จจริงต่าง ๆ เพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ให้งดสืบพยาน นอกจากนี้ คู่พิพาทมิได้ตกลงกันกำหนดอำนาจคณะอนุญาโตตุลาการไว้เป็นอย่างอื่น คณะอนุญาโตตุลาการจึงมีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ ได้ตามที่เห็นสมควรตามที่ พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 25 และ 30 ให้อำนาจไว้ การวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทของคณะอนุญาโตตุลาการเป็นไปตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่คู่พิพาทแถลงรับ ไม่ปรากฏว่าการยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดนั้นจะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนแต่อย่างใด ส่วนการที่คณะอนุญาโตตุลาการมีคำสั่งชี้ขาดเกี่ยวกับข้อพิพาทเสร็จเด็ดขาดโดยให้ยุติกระบวนพิจารณาตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 38 วรรคสอง (3) ก็เป็นอำนาจของคณะอนุญาโตตุลาการที่เห็นว่าสามารถดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปจนมีคำชี้ขาดเกี่ยวกับข้อพิพาทได้ ดังนั้น การดำเนินกระบวนพิจารณาต่าง ๆ ของคณะอนุญาโตตุลาการจนกระทั่งมีคำชี้ขาดเกี่ยวกับข้อพิพาทจึงเป็นไปตามขอบเขตของกฎหมาย คำร้องของผู้ร้องทั้งสามไม่ต้องด้วย พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 วรรคสาม (1) (ค) และ (2) (ก) (ข) ที่ศาลจะเพิกถอนคำชี้ขาดได้

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 57/2543 หมายเลขแดงที่ 74/2558 สถาบันอนุญาโตตุลาการ ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสาม ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องของผู้ร้องทั้งสาม ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องทั้งสามอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังยุติโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์โต้แย้งว่า ผู้ร้องที่ 1 กับผู้ร้องที่ 3 เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันและผู้ร้องที่ 2 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชน จำกัด ส่วนผู้คัดค้านเป็นนิติบุคคลจัดตั้งขึ้นโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 290 มีวัตถุประสงค์ในการสร้างหรือจัดให้มีทางพิเศษด้วยวิธีใด ๆ ตลอดจนบำรุงรักษาทางพิเศษ ผู้ร้องทั้งสามได้รวมเข้ากันเป็นกิจการร่วมค้า มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการรับจ้างเหมาและก่อสร้างทางพิเศษ (ทางด่วน) ใช้ชื่อว่า "กิจการร่วมค้า บีบีซีดี" เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2538 ผู้ร้องทั้งสามและผู้คัดค้านโดยนายศิวะ ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ได้ลงนามในสัญญาจ้างเหมาออกแบบรวมก่อสร้างโครงการทางด่วนสายบางนา - บางพลี - บางปะกง บริเวณเกาะกลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 34 (บางนา - ตราด) โดยตกลงราคาจ้างเหมาซึ่งรวมถึงเงินกำไร ค่าภาษี ต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เป็นเงินจำนวน 25,192,950,000 บาท ซึ่งเรียกว่า ราคาคงที่ กำหนดแล้วเสร็จภายใน 42 เดือน นับจากวันที่ผู้คัดค้านมีหนังสือบอกกล่าวให้ผู้ร้องทั้งสามเริ่มดำเนินการ ระหว่างสัญญามีการก่อสร้างของบริษัทอุบลสหธรรมขนส่ง (1983) จำกัด ซึ่งเป็นผู้รับเหมาของกรมทางหลวง ทำการก่อสร้างอยู่ในเขตทางเดียวกัน ส่งผลกระทบถึงการปฏิบัติงานของผู้ร้องทั้งสามและบริษัทอุบลสหธรรมขนส่ง (1983) จำกัด ต่อมาระหว่างวันที่ 6 มีนาคม 2541 ถึงวันที่ 23 กันยายน 2541 ผู้ร้องทั้งสามชำระเงินชดเชยให้แก่บริษัทอุบลสหธรรมขนส่ง (1983) จำกัด จำนวน 44,000,000 บาท และเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2541 ผู้คัดค้านมีหนังสือยืนยันที่จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่ผู้ร้องทั้งสามได้เบิกจ่ายให้แก่ผู้รับเหมาของกรมทางหลวงตามเงื่อนไขของสัญญา แต่ผู้คัดค้านไม่ดำเนินการ ต่อมาวันที่ 9 พฤศจิกายน 2543 ผู้ร้องทั้งสามเสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการ สำนักงานอนุญาโตตุลาการ กระทรวงยุติธรรม เรียกร้องให้ผู้คัดค้านชำระเงินจำนวน 44,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี คืนแก่ผู้ร้องทั้งสาม วันที่ 19 มีนาคม 2544 และวันที่ 20 กรกฎาคม 2544 ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านและคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำคัดค้าน ปฏิเสธข้อเรียกร้องขอผู้ร้องทั้งสาม คณะอนุญาโตตุลาการกำหนดประเด็นข้อพิพาท โดยความเห็นชอบของผู้ร้องทั้งสามและผู้คัดค้านว่า 1. คณะอนุญาโตตุลาการมีอำนาจรับข้อพิพาทนี้ไว้พิจารณาหรือไม่ 2. ผู้คัดค้านมีความรับผิดต้องชำระเงินจำนวน 44,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยให้แก่ผู้ร้องทั้งสามตามที่ผู้ร้องทั้งสามเรียกร้องเพียงใด คณะอนุญาโตตุลาการโดยความเห็นชอบของผู้ร้องทั้งสามและผู้คัดค้านได้กำหนดกระบวนพิจารณาชั้นอนุญาโตตุลาการพร้อมนัดสืบพยานของผู้ร้องทั้งสามและผู้คัดค้าน หลังจากสืบพยานผู้ร้องทั้งสามบางส่วนแล้ว วันที่ 27 มีนาคม 2546 ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำคัดค้าน คณะอนุญาโตตุลาการมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านคณะอนุญาโตตุลาการต่อศาลชั้นต้น คณะอนุญาโตตุลาการให้รอการดำเนินกระบวนพิจารณาในข้อพิพาทดังกล่าว จนกว่าศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษา ระหว่างนั้น เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2549 ศาลฎีกามีคำพิพากษาฎีกาที่ 7277/2549 ระหว่างผู้ร้องทั้งสามกับผู้คัดค้าน ซึ่งพิพาทกันตามสัญญาจ้างเหมาออกแบบรวมก่อสร้างโครงการทางด่วนสายบางนา - บางพลี - บางปะกง ในเรื่องอื่นว่า การทำสัญญาจ้างเหมาออกแบบรวมก่อสร้างโครงการทางด่วนสายบางนา - บางพลี - บางปะกง ดังกล่าว ของผู้ร้องทั้งสาม ผู้ร้องทั้งสามใช้สิทธิโดยไม่สุจริต สัญญาจ้างเหมาออกแบบรวมก่อสร้างโครงการทางด่วนดังกล่าว เกิดจากการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงไม่มีผลผูกพันผู้คัดค้าน ต่อมาวันที่ 19 มีนาคม 2553 ศาลฎีกามีคำพิพากษาฎีกาที่ 2231 - 2233/2553 ให้ความเป็นอนุญาโตตุลาการของนายวัลลภ ประธานคณะอนุญาโตตุลาการในข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 57/2543 สิ้นสุดลง นายกนกได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะอนุญาโตตุลาการคนใหม่ และดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ต่อมาวันที่ 20 มิถุนายน 2554 ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมคำคัดค้านและขอให้คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายว่า ในการทำสัญญาจ้างเหมาออกแบบรวมก่อสร้างโครงการทางด่วนสายบางนา - บางพลี - บางปะกง ของผู้ร้องทั้งสามเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต สัญญาดังกล่าวเกิดจากการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ไม่มีผลผู
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 842/2561 · ทนอย Thanoy