ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2551

ฎีกาที่ 8451/2551

หลักกฎหมาย

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ตกลงชำระค่าลิขสิทธิ์ให้แก่โจทก์ในอัตราร้อยละ 20 ของราคาขาย เมื่อจำเลยที่ 1 ชำระค่าลิขสิทธิ์ไม่ครบถ้วน จึงเป็นการไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องตามสัญญาอันเป็นการผิดสัญญา มิใช่การละเมิดลิขสิทธิ์โจทก์ แม้จำเลยที่ 1 จะมีใบเสร็จรับเงินมาแสดงว่าโจทก์อนุญาตให้จำเลยที่ 1 จัดทำไฟล์ข้อมูล ศัพทานุกรมและพจนานุกรมของโจทก์เพื่อจำหน่าย แต่โจทก์ก็เบิกความปฏิเสธว่า จำเลยที่ 1 เพิ่มชื่อศัพทานุกรมและพจนานุกรมดังกล่าวลงในใบเสร็จรับเงินเพื่อฉ้อฉลโจทก์ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 จัดทำไฟล์ข้อมูลดังกล่าวและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานศัพทานุกรมและพจนานุกรมทั้ง 2 ฉบับ ของโจทก์ แม้จะปรากฏว่าการออกเสียงเป็นคุณสมบัติพิเศษของเครื่องปาล์ม (เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดพกพา) บางรุ่น และการออกเสียงได้เกิดจากโปรแกรมเสียงสังเคราะห์ที่ออกเสียงได้ไม่จำกัดเฉพาะพจนานุกรมของโจทก์เท่านั้น แต่เมื่อการออกเสียงดังกล่าวเป็นการออกเสียงตามพจนานุกรมฉบับดังกล่าวของโจทก์ การที่จำเลยที่ 1 นำพจนานุกรมฉบับดังกล่าวของโจทก์มาดัดแปลงใส่เสียงอ่านเป็น "ทอล์คกิ้ง ดิกชันนารี" โดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ จึงถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานพจนุกรมฉบับดังกล่าวของโจทก์ ตามใบเสร็จรับเงินที่โจทก์ออกให้แก่จำเลยที่ 1 คงระบุเพียงว่า โจทก์อนุญาตให้จำเลยที่ 1 จัดพิมพ์และจำหน่ายบทประพันธ์พจนานุกรมของโจทก์ในสื่อชนิดไฟล์ข้อมูลรูปแบบที่แสดงผลในเครื่องคอมพิวเตอร์มือถือเท่านั้น ไม่มีข้อความระบุให้จำเลยที่ 1 มีสิทธิดัดแปลงได้ การที่จำเลยที่ 1 ดัดแปลงโดยการตัดประโยคตัวอย่างเดิมออกและมีการตั้งชื่อพจนานุกรมใหม่เป็น 5 ชื่อดังกล่าวจึงเป็นการกระทำโดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ การกระทำดังกล่าวจึงถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ การที่จำเลยที่ 1 จัดทำฐานข้อมูลทั้งห้าดังกล่าวจำหน่ายทางเว็บไซต์โดยมิได้รับอนุญาตจากโจทก์ ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ แม้ว่าตามมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ จะบัญญัติว่า "ผู้ดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์ จะมีลิขสิทธิ์ในงานที่ได้ดังแปลง แต่การได้ลิขสิทธิ์นั้นต้องเข้าเงื่อนไขที่ว่า การดัดแปลงนั้นได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์" เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า การดัดแปลงฐานข้อมูลทั้งห้าดังกล่าวมิได้รับอนุญาตจากโจทก์ จำเลยที่ 1 จึงไม่มีลิขสิทธิ์ในการจัดทำฐานข้อมูลทั้งห้าดังกล่าว จำเลยที่ 1 จึงไม่มีสิทธินำงานดังกล่าวไปจำหน่ายทางเว็บไซต์ จึงถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ และการที่จำเลยที่ 1 ให้ลูกค้าที่ซื้อเครื่องปาล์มสามารถอัพเกรดทางเว็บไซต์ได้ในราคาพิเศษโดยมิได้รับอนุญาตจากโจทก์ย่อมถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์เช่นกัน โจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าการที่จำเลยที่ 1 เปิดตัวโปรแกรมไทยแฮคสำหรับเครื่องปาล์มรุ่นทังสเตนที โดยลูกค้าที่ซื้อเครื่องดังกล่าวสามารถอัพเกรดทางเว็บไซต์ได้ในราคาพิเศษ จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายเครื่องดังกล่าวรู้หรือมีเหตุอันควรรู้ว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ ทั้งการอัพเกรดก็กระทำผ่านเว็บไซต์ของจำเลยที่ 1 ผู้ได้รับประโยชน์คือจำเลยที่ 1 ไม่เกี่ยวข้องกับจำเลยที่ 2 ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล่าวของโจทก์ นอกจากนี้ การที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 นำข้อมูลจากพจนานุกรมของโจทก์มาทำซ้ำเป็นแผ่นซีดีขายหรือแจกแถมพร้อมเครื่องปาล์มของจำเลยที่ 2 โจทก์ก็มิได้นำสืบให้เห็นว่า จำเลยที่ 2 รู้หรือมีเหตุอันควรรู้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ จำเลยที่ 2 จึงมิได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล่าวของโจทก์เช่นเดียวกัน

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 22,594,950 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 12,961,900 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินจำนวน 156,816,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ขอให้ห้ามจำเลยที่ 1 และที่ 2 กระทำการละเมิดลิขสิทธิ์โจทก์ต่อไป ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ลบข้อมูลอันเป็นลิขสิทธิ์ออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดพกพาที่จำเลยทั้งสองจำหน่ายแก่ลูกค้าให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันประกาศหนังสือพิมพ์ให้ลูกค้าของจำเลยทั้งสองลบข้อมูลอันเป็นลิขสิทธิ์ของโจทก์ออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดพกพาที่ซื้อจากจำเลยทั้งสองโดยประกาศในหนังสือพิมพ์อย่างน้อย 3 ฉบับซึ่งหนังสือพิมพ์แต่ละฉบับต้องมียอดจำหน่ายไม่ต่ำกว่าวันละ 200,000 ฉบับ ขนาดหน้าประกาศมีพื้นที่เศษหนึ่งส่วนสี่ของหนังสือพิมพ์ฉบับนั้น ๆ เป็นเวลา 7 วันติดต่อกัน จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ประกอบกิจการค้าขายโปรแกรมชุดคำสั่งซึ่งในงานบนเครื่องคอมพิวเตอร์มือถือขนาดเล็ก (PDA) จำเลยที่ 1 ได้ชำระเงินค่าอนุญาตให้ใช้สิทธิในพจนานุกรมให้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้ว โจทก์เข้าใจคลาดเคลื่อนในการคำนวณค่าตอบแทนในการอนุญาตให้ใช้สิทธิเพราะจำเลยที่ 1 กำหนดราคาขายให้ลูกค้า 2 กลุ่มต่างกัน จำเลยที่ 1 ไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ตามรายการในข้อ (1) ถึงข้อ (6) และโจทก์ก็ทราบเรื่องและไม่เคยโต้แย้ง หลังจากที่โจทก์มีหนังสือถึงร้านค้าต่างๆ ทำให้ร้านค้าและตัวแทนจำหน่ายคืนสินค้าให้แก่จำเลยที่ 1 เป็นเหตุให้จำเลยที่ 1 ได้รับความเสียหาย ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ให้การว่า การจำหน่ายเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดพกพาภายใต้ยี่ห้อปาล์ม (PALM) ของจำเลยที่ 2 นั้น จำเลยที่ 2 ซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ได้ชำระเงินให้แก่จำเลยที่ 1 ครบถ้วนแล้วและจำเลยที่ 1 ยืนยันว่า เป็นผู้มีอำนาจจัดพิมพ์และจัดจำหน่ายพจนานุกรมทุกเล่มของโจทก์ ในรูปแบบไฟล์ข้อมูลสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดพกพาแต่เพียงผู้เดียว จำเลยที่ 2 เป็นบุคคลภายนอก กระทำการโดยสุจริตโดยเชื่อว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในโปรแกรมไทยแฮคและโปรแกรมรวมมิตร ลูกค้าของจำเลยที่ 2 ยกเลิกการสั่งสินค้ากับจำเลยที่ 2 เพราะโจทก์ส่งจดหมายอันเป็นความเท็จไปแจ้งลูกค้าของจำเลยที่ 2 ให้หยุดการจำหน่าย ขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 973,340 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 15 มกราคม 2547) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก กับให้จำเลยที่ 1 เสียค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้แย้งกันรับฟังได้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในหนังสือพจนานุกรมจำนวน 6 เล่ม จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด นายธีระพันธ์กรรมการผู้มีอำนาจของจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์โปรแกรมไทยแฮค (Thai Hack) ซึ่งเป็นโปรแกรมระบบปฏิบัติการภาษาไทยบนเครื่องปาล์ม และโปรแกรมมิตร (Mission dictionary/Mi:D) ซึ่งเป็นระบบจัดการและค้นหาคำศัพท์จากฐานข้อมูลพจนานุกรม เมื่อประมาณต้นปี 2544 โจทก์อนุญาตให้จำเลยที่ 1 นำพจนานุกรมลำดับที่ (1) ถึง (4) ไปจัดทำและจัดจำหน่ายในสื่อชนิดไฟล์ข้อมูล (แผ่นซีดี) แสดงผลในเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดพกพาเพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชน จำเลยที่ 2 ประกอบกิจการจำหน่ายเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดพกพา ยี่ห้อ ปาล์ม หรือเครื่องปาล์ม จำเลยที่ 2 ซื้อโปรแกรมไทยแฮค และโปรแกรมมิตร ซึ่งรวมฐานข้อมูลพจนานุกรมของโจทก์จากจำเลยที่ 1 ในเดือนกรกฎาคม 2546 โจทก์ตรวจสอบใบเสร็จรับเงินค่าลิขสิทธิ์แล้วเห็นว่าจำเลยที่ 1 ชำระค่าลิขสิทธิ์ให้แก่โจทก์ไม่ถูกต้องและเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2546 โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวจำเลยที่ 1 ว่าไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 1 จัดทำอีกต่อไป ปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์และจำเลยที่ 1 มีว่า จำเลยที่ 1 ละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์หรือไม่ ปัญหานี้แยกพิจารณาเป็นข้อ ๆ ดังนี้ (1) การที่จำเลยที่ 1 ชำระค่าลิขสิทธิ์ให้แก่โจทก์ไม่ครบถ้วนตามข้อตกลงถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์หรือไม่ เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ตกลงชำระค่าลิขสิทธิ์ให้แก่โจทก์ในอัตราร้อยละ 20 ของราคาขาย แผ่นซีดี 1 ชุด ราคา 500 บาท จำเลยที่ 1 จึงต้องชำระค่าลิขสิทธิ์ให้แก่โจทก์จำนวน 100 บา
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8451/2551 · ทนอย Thanoy