คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2544
ฎีกาที่ 8470/2544
หลักกฎหมาย
การใช้สายลับช่วยล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนเป็นเพียงการกระทำเท่าที่จำเป็นและสมควรในการแสวงหาหลักฐานในการกระทำความผิดของจำเลยตามอำนาจใน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 2(10) ชอบที่เจ้าพนักงานตำรวจจะกระทำได้เพื่อให้ได้โอกาสจับกุมจำเลยพร้อมด้วยพยานหลักฐาน ดังนี้ การใช้สายลับไปล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลย จึงเป็นเพียงวิธีการพิสูจน์ความผิดของจำเลยไม่เป็นการแสวงหาหลักฐานโดยมิชอบ จึงมิใช่เป็นการใช้ให้ไปกระทำความผิดและแม้จะไม่ได้นำตัวสายลับมาเป็นพยานในชั้นศาลเนื่องจากเพื่อประโยชน์แก่ราชการในภายหน้าหรือเพื่อความปลอดภัยของสายลับก็ตาม ย่อมอยู่ในดุลพินิจของโจทก์ซึ่งหากโจทก์เห็นว่าพยานหลักฐานที่นำสืบมาเพียงพอที่จะพิสูจน์ความผิดของจำเลยได้แล้ว ก็หาจำต้องนำตัวสายลับดังกล่าวมาเป็นพยานในชั้นศาลด้วยไม่
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 67, 102 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 32 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง(ที่ถูกประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80) ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและฐานพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ขณะกระทำความผิดจำเลยอายุยังไม่เกิน 20 ปี เห็นสมควรลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 จำคุก 3 ปี 4 เดือน คำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาเห็นสมควรลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78หนึ่งในสี่ คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า คำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง เห็นสมควรลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก26 เดือน 20 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุดังฟ้อง ร้อยตำรวจโทศรีไพร บินทปัญญารองสารวัตรสืบสวน กองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 6 กับพวก ได้ร่วมกันจับกุมจำเลยที่วินเนอร์สนุกเกอร์คลับถนนสุขุมวิท 71 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยเมทแอมเฟตามีนจำนวน 10 เม็ด บรรจุในถุงพลาสติกใสอยู่ในมือจำเลยในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเจ้าพนักงานตำรวจแจ้งข้อหาจำเลยว่ามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำผิดตามที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาหรือไม่ โจทก์มีร้อยตำรวจโทศรีไพร บินทปัญญา และสิบตำรวจเอกชาณุ คุ้มกัน เป็นพยานเบิกความต้องกันว่า ร้อยตำรวจโทศรีไพรได้รับรายงานจากสายลับว่ามีชายไทยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนที่วินเนอร์สนุกเกอร์คลับที่เกิดเหตุจึงวางแผนจับกุมโดยนำธนบัตรฉบับละ 500 บาทไปถ่ายสำเนาและลงบันทึกประจำวันธุรการมอบให้สายลับไปทำการล่อซื้อเมทแอมเฟตามีน พยานทั้งสองกับพวกเดินทางไปที่เกิดเหตุโดยให้สายลับเดินทางล่วงหน้าไปก่อน แล้วพยานทั้งสองตามไปที่ชั้น 2 ของสถานที่ดังกล่าว ทำทีว่าไปเล่นสนุกเกอร์ ส่วนเจ้าพนักงานตำรวจอื่นรออยู่ที่สถานีบริการน้ำมัน ขณะนั้นจำเลยกับพวกกำลังเล่นสนุกเกอร์ที่โต๊ะหัวมุมพยานทั้งสองเห็นสายลับเดินเข้าไปพูดคุยกับจำเลย สักครู่หนึ่งจำเลยถือหมวกนิรภัยเดินออกไปจากห้องสนุกเกอร์ ครั้นเวลา 18.30 นาฬิกาจำเลยกลับมาในห้องสนุกเกอร์พูดคุยกับสายลับที่บริเวณเคาน์เตอร์แล้วพากันเดินไปที่บริเวณบันไดทางขึ้นชั้น 3 พยานทั้งสองจึงเข้าแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจแล้วจับกุมจำเลย สิบตำรวจเอกชาณุพยานค้นตัวจำเลยพบเมทแอมเฟตามีนจำนวน 10 เม็ด บรรจุในถุงพลาสติกที่จำเลยกำไว้ในมือขณะล้วงกระเป๋ากางเกงด้านหน้าข้างซ้าย จึงแจ้งข้อหาจำเลยว่ามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำเลยให้การรับว่ามีชายไทยมาติดต่อขอซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลย แต่จำเลยไม่มี ชายผู้นั้นจึงมอบเงินให้แก่จำเลยไปซื้อเมทแอมเฟตามีนที่บริเวณคลองเตยจำนวน 10 เม็ด เพื่อจะมามอบให้ชายคนดังกล่าวตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.3 และพันตำรวจโทปริญญา วงศ์กล้า พนักงานสอบสวนพยานโจทก์อีกปากหนึ่งเบิกความว่าได้แจ้งข้อหาจำเลยว่ามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำเลยให้การรับสารภาพปรากฏตามบันทึกคำให้การเอกสารหมาย จ.6 เห็นว่า ก่อนที่ร้อยตำรวจโทศรีไพรและสิบตำรวจเอกชาณุจะเข้าจับกุมจำเลยนั้นเชื่อว่าจะต้องมีผู้แจ้งว่ามีการลักลอบจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนที่วินเนอร์สนุกเกอร์คลับที่เกิดเหตุมิฉะนั้นร้อยตำรวจโทศรีไพรและสิบตำรวจเอกชาณุย่อมไม่สามารถทราบรายละเอียดและเดินทางไปจับกุมจำเลยได้ ทั้งการจับกุมจำเลยต้องวางแผนอย่างรัดกุมโดยมีสายลับที่รู้จักตัวจำเลยนำไปที่วินเนอร์สนุกเกอร์คลับเพื่อชี้ตัวหรือแสดงวิธีการใดให้เจ้าพนักงานตำรวจสามารถจับกุมจำเลยได้พร้อมด้วยพยานหลักฐานต่าง ๆ ซึ่งการวางแผนของร้อยตำรวจโทศรีไพรและสิบตำรวจเอกชาณุใช้วิธีนำธนบัตรฉบับละ 500 บาท ไปถ่ายสำเนาแล้วนำไปลงบันทึกประจำวันธุรการตามเอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 มอบให้แก่สายลับไปล่อซื้อร้อยตำรวจโทศรีไพรและสิบตำรวจเอกชาณุทำทีเล่นสนุกเกอร์อยู่อีกโต๊ะหนึ่งเห็นสายลับเข้าไปพูดคุยกับจำเลย จนกระทั่งจำเลยออกไปจากห้องสนุกเกอร์แล้วกลับม
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง