ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2491

ฎีกาที่ 848/2491

หลักกฎหมาย

คำว่า "ได้รับความยินยอมจากผู้เช่า" ตามมาตรา 16(5) แห่งพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 หมายความเฉพาะถึงกรณีที่ผู้เช่ายินยอมเลิกใช้หรือรับประโยชน์ในทรัพย์สินที่เช่าเท่านั้น ผู้ให้เช่าจึงจะมีสิทธิบังคับให้ผู้เช่าเลิกใช้ได้ ความยินยอมที่จะให้ไว้ล่วงหน้าโดยที่ผู้ให้เช่ายังไม่ได้เรียกร้องให้เลิกใช้ ไม่ใช่เป็นความยินยอมของผู้เช่าตามความหมายของกฎหมายนี้

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

ความว่า จำเลยได้เช่าครึ่งหนึ่งของห้องของโจทก์โดยมีข้อตกลงว่าถ้าโจทก์ต้องการห้องทำการค้าขายเมื่อใด จำเลยยอมออกจากห้องทันที จำเลยได้ทำสัญญาให้ไว้แก่โจทก์ภายหลังที่พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 ออกใช้แล้ว โจทก์ต้องการห้องเพื่อทำการค้าขาย ได้บอกเลิกสัญญากับจำเลย ๆ ไม่ยอมออก จึงฟ้องขอให้ขับไล่ ศาลชั้นต้นเห็นว่า การเช่าอยู่ในความคุ้มครองของพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ความยินยอมของจำเลยเป็นไปตามเงื่อนไขแห่งพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 มาตรา 16(5) พิพากษากลับให้ขับไล่จำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำว่า ได้รับความยินยอมจากผู้เช่าตาม มาตรา 16(5) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 หมายความเฉพาะถึงกรณีที่ผู้เช่ายินยอมเลิกใช้หรือรับประโยชน์ในทรัพย์สินที่เช่าเท่านั้น ผู้ให้เช่าจึงจะมีสิทธิบังคับให้ผู้เช่าเลิกใช้ได้ ความยินยอมที่ให้ไว้ล่วงหน้าโดยที่ผู้ให้เช่า ยังไม่ได้เรียกร้องให้เลิกใช้ คือให้ไว้โดยมีเงื่อนไขว่า เมื่อผู้ให้เช่าต้องการห้องเมื่อใด ผู้เช่าก็ยินยอมเมื่อนั้น หาใช่เป็นความยินยอมของผู้เช่าตามความหมายของกฎหมายนี้ไม่ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้ พิพากษากลับให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 848/2491 · ทนอย Thanoy