คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2556
ฎีกาที่ 8488/2556
หลักกฎหมาย
ในการจดทะเบียนเพิ่มโจทก์เป็นกรรมการคนใหม่ของบริษัทตามคำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด มิได้มีการจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อลงมติตามข้อบังคับของบริษัทแต่อย่างใด ดังนี้ การเป็นกรรมการของโจทก์จึงไม่ถูกต้องตามกฎหมายและเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับของบริษัท โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ย่อมไม่มีอำนาจฟ้อง เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 จำคุก 2 เดือน และปรับ 1,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังว่า เดิมบริษัทลาเพิร์ท (ประเทศไทย) จำกัด ใช้ชื่อว่า บริษัทลาพอร์ท (ประเทศไทย) จำกัด มีผู้ถือหุ้นใหญ่และผู้บริหารเป็นชาวต่างประเทศ จำเลยเป็นพนักงานของบริษัทโดยมิได้เป็นผู้ถือหุ้น ต่อมาจำเลยได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทย ครั้นปี 2539 ผู้บริหารบริษัทซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ตั้งอยู่ที่สหราชอาณจักรประสงค์จะขายกิจการของบริษัทที่ประเทศไทย จำเลยกับผู้มีชื่อหลายคนจึงร่วมกันลงทุนซื้อกิจการบริษัท แล้วเปลี่ยนชื่อบริษัทมาเป็นชื่อในปัจจุบัน โดยจำเลยและเพื่อนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ร้อยละ 55 ส่วนพันตำรวจตรีวิเชียรกับพวกถือหุ้นร้อยละ 45 จำเลยเป็นกรรมการคนหนึ่งของบริษัท โดยกรรมการ 2 คน ลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัททำการผูกพันบริษัทได้ตามหนังสือรับรอง มีการจดทะเบียนเพิ่มโจทก์เป็นกรรมการเข้าใหม่ โดยกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการผูกพันบริษัทยังคงเดิม มีการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมจำนวนหรือชื่อกรรมการซึ่งลงชื่อผูกพันบริษัท โดยจำเลยลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัท ส่วนโจทก์กับกรรมการผู้มีชื่ออีก 3 คน โดย 2 ใน 4 คน ลงลายมือชื่อร่วมกันประทับตราสำคัญของบริษัท ต่อมาวันเกิดเหตุจำเลยลงลายมือชื่อในช่องผู้มอบอำนาจและประทับตราสำคัญของบริษัท มอบอำนาจให้นางวัชรี พนักงานของบริษัทไปดำเนินการยื่นคำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการเข้าใหม่ 4 คน และกรรมการซึ่งลงชื่อผูกพันบริษัทต่อนายทะเบียน โดยในส่วนกรรมการซึ่งลงชื่อผูกพันบริษัทไม่มีชื่อโจทก์ โดยตามคำขอมีจำเลยลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญบริษัทเป็นผู้ยื่นคำขอนี้ระบุว่า ข้าพเจ้ากรรมการผู้ขอจดทะเบียนขอรับรองว่า การจดทะเบียนครั้งนี้ได้ดำเนินการถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท โดยมีหนังสือบอกกล่าวนัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2547 และมีมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2547 ณ สำนักงานแห่งใหญ่ของบริษัท มีผู้ถือหุ้นเข้าประชุม 4 คน นับจำนวนหุ้นได้ 369,582 หุ้น โดยจำเลยเป็นประธานที่ประชุม และมีข้อความตอนท้ายว่า รายการที่ระบุในคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบถูกต้องตรงความจริงทุกประการ แต่ปรากฏว่าจำนวนหุ้นที่นับได้ไม่ครบองค์ประชุมตามข้อบังคับของบริษัท ข้อ 26 ซึ่งกำหนดว่าการประชุมใหญ่สามัญหรือวิสามัญของผู้ถือหุ้นย่อมมิอาจกระทำการใดได้ นอกจากผู้ถือหุ้นที่ได้จดทะเบียนไว้ซึ่งรวมกันเป็นจำนวนอย่างน้อยร้อยละ 75 ของหุ้นที่บริษัทได้ออกไป ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วเป็นจำนวน 513,307.5 หุ้น มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยก่อนว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โจทก์เบิกความในชั้นไต่สวนมูลฟ้องตอบทนายจำเลยว่า โจทก์เข้าไปเป็นกรรมการบริษัทลาเพิร์ท (ประเทศไทย) จำกัด ตามคำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด เอกสารนี้จำเลยรับรองว่าเป็นไปตามมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ซึ่งได้ดำเนินการถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท แต่โจทก์ไม่ทราบว่าจะมีการประชุมจริงหรือไม่ ส่วนเรื่องที่บริษัทแก้ไขเพิ่มเติมจำนวนหรือชื่อกรรมการซึ่งลงชื่อผูกพันบริษัท ซึ่งมีรายงานการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นแนบประกอบคำขอไปด้วยนั้น โจทก์ก็ไม่ทราบว่าจะมีการประชุมจริงหรือไม่ เพราะโจทก์ไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้น และเบิกความต่อไปว่าตามหนังสือมอบอำนาจ ซึ่งบริษัทมอบอำนาจให้พนักงานบริษัทไปยื่นคำขอจดทะเบียนแก้ไขที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัท นั้น โจทก์ไม่ทราบว่าจะมีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2542 ตามรายงานการประชุมที่แนบประกอบคำขอจริงหรือไม่ สำหรับรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2545 เอกสารประกอบหนังสือมอบอำนาจ โจทก์ไม่ทราบว่ามีการประชุมจริงหรือไม่ และสุดท้ายโจทก์เบิกความตอบทนายจำเลยในลักษณะเดียวกันว่าตามหนังสือมอบอำนาจ จำเลยมอบอำนาจให้พนักงานบริษัทไปจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อผูกพันบริษัท โดยถอนชื่อโจทก์ออกจากการเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อผูกพันบริษัท โจทก์ก็ไม่ทราบว่าจะมีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2547 หรือไม่ เท่ากับโจทก์เบิกความในการแก้ไขเพิ่มเติมรายการทางทะเบียนของบริษัทลาเพิร์ท (ประเทศไทย) จำกัด ตามเรื่องราวที่โจทก์เบิกความตอบทนายจำเลยมาข้าง
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง