คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2553
ฎีกาที่ 8491/2553
หลักกฎหมาย
ปัญหาว่าการฟ้องคดีของโจทก์เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 1910/2542 ของศาลชั้นต้นหรือไม่ จำเลยทั้งสองได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การแล้ว แม้เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แต่เมื่อศาลชั้นต้นมีคำวินิจฉัยว่าไม่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ จำเลยทั้งสองกลับมิได้อุทธรณ์ปัญหาข้อนี้ เท่ากับจำเลยทั้งสองไม่ติดใจที่จะอุทธรณ์โต้แย้งปัญหาดังกล่าวอีกต่อไป ศาลอุทธรณ์ภาค 7 จึงมิได้วินิจฉัยปัญหานี้ การที่จำเลยทั้งสองหยิบยกปัญหาดังกล่าวขึ้นฎีกา จึงเป็นฎีกาในข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 7 ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันรื้อถอนแผงไม้ออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 2059 ห้ามจำเลยทั้งสองและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์กับพวก จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรื้อถอนแผงไม้ยาวประมาณ 5 เมตร สูงประมาณ 1 เมตร ออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 2059 ของโจทก์ ห้ามจำเลยทั้งสองและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าว ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การฟ้องคดีของโจทก์เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 1910/2542 ของศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า ปัญหาข้อนี้ จำเลยได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การแล้ว แม้เป็นปัญหาอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนแต่เมื่อศาลชั้นต้นมีคำวินิจฉัยว่าไม่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ จำเลยทั้งสองกลับมิได้อุทธรณ์ปัญหาข้อนี้เท่ากับจำเลยทั้งสองไม่ติดใจที่จะอุทธรณ์โต้แย้งปัญหาดังกล่าวอีกต่อไป ศาลอุทธรณ์ภาค 7 จึงมิได้วินิจฉัย การที่จำเลยทั้งสองหยิบยกปัญหาดังกล่าวขึ้นฎีกาต่อมา จึงเป็นฎีกาในข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 7 ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 3,000 บาท แทนโจทก์
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง